วันที่ ๑๒ ธ.ค. ๕๒ เป็นวันที่ผมมีความสุขอย่างยิ่ง ที่ได้นั่งฟังเรื่องราวพัฒนาการของ R2R ประเทศไทย ได้เห็นการระบาด หรือกระแสของ R2R ที่จะก่อความเข้มข้นของ “สังคมเรียนรู้” ให้แก่ประเทศไทย อย่างน้อยก็ในระบบสุขภาพ
แต่ผมหวังว่า กระแสนี้จะระบาดไปยังวงการอื่นๆ ด้วย ที่ผมอยากให้เข้าไปมาก
R2R มีอายุ ๖ ปี โดยมีกำเนิดจากศิริราช ทำประโยชน์แก่ศิริราชเป็นที่ยอมรับ สร้างรูปแบบการจัดการงานวิจัยจากงานประจำ สร้างขบวนการใช้งานประจำเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ และสร้างความรู้ใหม่ สำหรับนำกลับไปใช้พัฒนางานประจำในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญที่สุดคือ ได้สร้างความมั่นใจและให้ความสำคัญแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ว่าเป็นผู้ที่ใช้สมองในการทำงาน และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานของตนเอง
กว่า ๒ ปีที่ผ่านมา สวรส. เข้ามาขี่กระแส R2R ที่ศิริราชจุดขึ้น เพื่อนำ R2R ออกขับเคลื่อนวงการสุขภาพไทยทั่วทั้งประเทศ ทำให้วงการสุขภาพเป็นระบบที่เรียนรู้ นำเอาการเรียนรู้และสร้างความรู้ในงานประจำเข้าไปพัฒนางานประจำด้านสุขภาพ เกิดเป็นขบวนการ R2R ประเทศไทย สวรส. ได้จัดมหกรรม R2R ประจำปี ๒๕๕๑ และ ๒๕๕๒ และในปี ๒๕๕๓ จะจัดในวันที่ ๑๕ – ๑๖ ก.ค. ๕๓
ได้มีการลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ประเทศไทยด้านสุขภาพ ระหว่าง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผอ. สวรส. เลขาธิการ สปสช. และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อวันที่ ๑๙ ส.ค. ๕๑ โดยทีมจัดการ R2R ศิริราชตกลงเข้ามาจัดการส่วนหนึ่งของกิจกรรมเครือข่าย R2R ประเทศไทย โดยจะจัดการแบบ INN
วันที่ ๑๒ – ๑๓ ธ.ค. ๕๒ เรามาประชุมเวที ลปรร. เรื่อง “เคล็ดลับสำหรับคุณอำนวย R2R” ครั้งที่ ๑ ของโครงการสนับสนุนการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยระดับประเทศ ที่บ้านผู้หว่าน มีผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วประเทศประมาณ ๕๐ คน บรรยากาศของการประชุมเต็มไปด้วยความคึกคัก
คืนวันที่ ๑๒ ธ.ค. ๕๒ มีการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน แผนงานพัฒนาเครือข่ายวิจัยในรูปแบบงานวิจัยจากงานประจำ ของ สวรส. เราได้รับทราบว่า ทีมศิริราชได้ดำเนินการจัด Workshop ฝึกอบรมวิธีการจัดการ R2R ให้แก่ทีมจาก รพ. ทั่วประเทศ ไปแล้ว ๒ รุ่น และได้ทำ site visit ไปยังโรงพยาบาลที่สนใจเป็น node ของ R2R ผู้บริหารโรงพยาบาลให้ความสนใจมาก
การประชุมคณะกรรมการดำเนินงานฯ ทำให้ผมเกิดความเข้าใจตัวเอง และเข้าใจวิธีการจัดการ INN ที่แท้จริง ว่าต้องไม่ตกหลุมการจัดการแบบอำนาจนำ ต้องจัดการแบบคู่ขนาน คือเน้นสื่อสารและทำงานกับ “คุณอำนวย” และ “คุณกิจ” เป็นหลัก และในขณะเดียวกันก็สื่อสารและทำงานกับผู้บริหารหน่วยงานแบบดึงให้เขาเป็น “คุณเอื้อ” ไม่ใช่ “คุณอำนาจ”
ขบวนการ R2R ประเทศไทย ในมุมมองหนึ่ง เป็นการเปลี่ยน “ภพภูมิ” ในที่ทำงาน จากการทำงานในยุคโรงงานหรือยุคอุตสาหกรรม ที่กดขี่ผู้คน ลดคนลงเป็นเครื่องจักร เปลี่ยนมาเป็น Learning Organization ดังนั้น R2R คือเครื่องมือเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน เป็นทำงานไปสร้างปัญญาไป คนหน้างานมีความมั่นใจที่จะสร้างความรู้ส่วนหนึ่งขึ้นใช้ปรับปรุงงานของตนเอง
ขบวนการ R2R ประเทศไทย จึงเป็นขบวนการปฏิวัติสังคม เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับงาน เปลี่ยนจากงานกดขี่คน ลดศักดิ์ศรีของคน มาเป็นงานเป็นทาสของคน ในการใช้งานนั้นเอง เป็นเครื่องมือสร้าง ส.ป.ก. ให้แก่ตนเอง ให้แก่เพื่อนร่วมงาน และให้แก่หน่วยงาน
ส. = สุข สนุกสนาน
ป. = ปัญญา ความรู้ การเรียนรู้
ก. = ก้าวหน้า มีเกียรติ
งาน คือเครื่องมือสร้าง ส.ป.ก. หากขบวนการ R2R เข้าไปถึงผู้ปฏิบัติงาน และหน่วยงานนั้น
วันที่ ๑๙ – ๒๐ ธ.ค. ๕๒ ผมไปร่วมงานประชุม retreat กับทีม KM เบาหวานที่นำโดย ดร. วัลลา ตันตโยทัย ที่มวกเหล็ก ได้แนะนำให้หาทางเอา R2R เข้าไปในเครือข่ายบ้าง
ตอนกินอาหารเช้าที่ แวลเล่ การ์เด้นท์ รีสอร์ท ศ. นพ. เทพ หิมะทองคำ คุยกับสาวน้อยของผมเรื่องการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะในวาระสุดท้ายของชีวิต ผมประทับใจมากจนเอามากล่าวกับเธอระหว่างขับรถกลับ ว่าน่าจะเอา R2R มาใช้กับการทำงานใน Pain Clinic ของคณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี ที่เธอทำงานอยู่หลังเกษียณอายุราชการ การสนทนานี้ ทำให้ผมเข้าใจสภาพการทำงานที่ไม่นำไปสู่ R2R มากขึ้น คือผมเห็นโอกาสแพร่ R2R มากขึ้น
นั่นคือ เห็นโอกาสได้ช่วยให้คนหน้างาน ได้รับ ส.ป.ก. จากการทำงานประจำ นั่นเอง
วิจารณ์ พานิช
๒๐ ธ.ค. ๕๒
ชื่นชมครับ...ดูแลสุขภาพด้วยครับ
กราบขอบพระคุณในความเมตตาของอาจารย์ค่ะ ที่นำพาให้กะปุ๋มได้มาร่วมทำกุศลอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยค่ะ
กะปุ๋ม
มาร่วมภูมิใจกับอาจารย์ด้วยค่ะ ติดตามสิ่งดีๆที่อาจารย์ทำเสมอค่ะ
ขออนุญาตเข้ามาเรียนรู้แนวคิด ที่เต็มไปด้วยกุศลจิตแห่งการแบ่งปัน
จะขอมีส่วนร่วม เพื่อผลักดัน ให้เกิด ขบวนการ ส.ป.ก ด้วย R2R ในที่ทำงานของตัวเอง ด้วยอีกแรงค่ะ
อุ้มบุญ