การใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา ไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย

......กรรมฐานคือเครื่องมือโต้คลื่นชีวิต การดำเนินชีวิตเปรียบเสมือนการแล่นเรือไปในท้องทะเลและมหาสมุทร ทะเลและมหาสมุทรที่ไม่มีคลื่นนั้นไม่มี คลื่นลูกเล็กบ้างใหญ่บ้างหรืออาจเจอใต้ฝุ่น ซึ่งทำให้เมาคลื่นไม่สบาย หรือเรืออับปางลง ในชีวิตก็เช่นเดียวกันที่มีคลื่นลูกเล็กบ้างใหญ่บ้าง ทำให้ชีวิตสั่นคลอนหรืออับปาง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตครอบครัว ชีวิตการงาน ใหญ่หรือเล็ก ทุกข์หรือสุข ล้วนเป็นคลื่นที่มากระทบทำให้ชีวิตโคลงเคลง และอับปางได้ทั้งสิ้น บุคคลจึงควรสร้างเครื่องมือโต้คลื่นชีวิต ประครองให้เรือชีวิตแล่นไปได้ด้วยดีไม่อับปางลง...

       เครื่องมือโต้คลื่นชีวิตคือกรรมฐาน

       กรรมฐานคือฐานของกรรมหรือการกระทำ หรือหน้าที่การงานซึ่งในที่นี้หมายถึงของจิต หรือฐานอันเป็นการทำงานของจิตหรือฐานของจิต อาจเรียกว่าการบริหารจิตก็ได้ เรามีการบริหารการงานภายนอก และมีการบริหารกายซึ่งก็ยังเป็นเรื่องภายนอก แต่ขาดการบริหารภายในคือจิต การพัฒนาจึงเอียงเป็นเรื่องของภายนอกเกือบทั้งสิ้น การเอียงทำให้ล่มได้ ความสมดุลทำให้แล่นไปได้เรียบและนาน ถ้าชีวิตและโลกจะสมดุล ต้องมีการบริหารภายในคือบริหารจิตหรือกรรมฐานด้วย

       กรรมฐานเป็นกระบวนการภายในที่ดูจิตใจของตัวเอง (internal reflection) และขยับจิตให้สูงขึ้น ปรกติจิตหลุกหลิกเหมือนลูกลิงไม่อยู่นิ่ง จับดูได้ยาก เพราะคิดเรื่องนั้นๆรวดเร็ว เป็นไปตามลักษณะของจิตซึ่ง ดิ้นรน กวัดแกว่ง ห้ามได้ยาก การทำจิตให้สงบจึงเป็นเครื่องมือที่จะดูจิตและยกระดับจิตให้สูงขึ้น

      จิตของบุคคลถ้าขาดการฝึกหรือบริหารจะทำให้บุคคลนั้นเป็นคนหุนหันพลันแล่น ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มักทำอะไรไปตามอำนาจของอารมณ์ที่มากระทบทางทวารทั้ง ๖ กล่าวคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ผลของการที่จิตไม่ได้รับการบริหารและอบรมฝึกฝนแสดงออกมาทางพฤติกรรมสามทาง คือทางกาย วาจา ใจ ย่อมเป็นไปในทางลบ ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งการใช้อารมณ์ในทางลบตัดสินปัญหานั้น ไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย ในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ชาติ...

(บางตอนจากหนังสือ...วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑)