ปัญหาสำคัญอีกประการของคำว่าสกปรก เนื่องจากมนุษย์แต่ละคน มีระดับความ สะอาด ที่ต่างกันไป
บางคนคิดว่า ที่ทำอยู่นี้ สะอาดแล้ว แต่บางคนกลับมองว่า นี่ยังโคตรสกปรก อันนี้แล้วแต่มุมมอง
แต่ผมว่า มาตรฐานก็คือ ห้องน้ำสะอาด มองแล้วเป็นระเบียบ มีฝุ่นบ้าง แต่ต้องคอยเช็ด เช่น ตามตู้ TV
หรือ คอมพิวเตอร์ ปริ้นเตอร์ ตรงไหนมีฝุ่น ก็เช็ดให้เรียบ ล้างแอร์ พัดลม คอยเช็ดให้เหมือนใหม่ตลอด
ทุกครั้งที่กินอาหารเสร็จ ให้ล้างต่อทันที ไม่มีการวางทิ้งไว้ ให้หนู แมลงวัน แมลงสาป มากินต่อ
หลังจากล้างจานแล้ว ให้เท ซันไล ลาดไปให้ทั่วอ้างล้างจาน เอาสก๊อตไบท์ ล้างให้สะอาดอีก
แค่นี้ ก็เยี่ยมแล้วครับ พยายามหาอุปกรณ์เช่น กะละมังใบเล็ก ๆ ประมาณ กะละมัง ล้างเท้า
กับ น้ำยาล้างจาน และ สก๊อตไบร์พกเอาไว้ ให้สะดวก พอว่าง ก็ทำความสะอาดเลย อย่าปล่อยเวลา
ให้ผ่านไปด้วยการ ทำกิจกรรมเดิม ๆ เช่น เล่นเกมส์ ดูทีวี เล่นเน็ต Chat ดูดวง เมื่ออะไร ๆ รอบตัว
สะอาดขึ้นมา จิตใจเราก็จะแจ่มใส และ สมองปลอดโปร่ง ก็มีกะจิตกะใจ ทำงานให้ได้นานขึ้น
งานที่ออกมาก็เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ และ ลูกค้าก็ประทับใจ บอกกันปากต่อปาก เราก็ได้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ
และเป็นงานที่มีคุณภาพ ค้มกับเวลาที่เสียไป ที่ผมพูดมานี้ เพราะผมทำได้มากกว่า 500,000 บาท ต่อเดือน
ไม่ได้โม้เหมือนพวกทำ MLM
ดังนั้นผมจะสรุปกิจกรรมที่จะพัฒนาตนเองไปสู่อนาคตที่ดีให้ได้อ่านกัน
1. หากิจกรรมที่มีประโยชน์ทำออกกำลังกายฝึกภาษาหาเพื่อนใหม่ๆ
2. หาคำว่าระเบียบวินัยในชีวิตให้เจอเช่นจดรายละเอียดการทำงานวางแผนงานล่วงหน้าเสมอ
3. กำจัดทุกอย่างที่เราคิดว่าสกปรกทำให้สะอาด
4. หาเวลานั่งสมาธิและหลังจากนั่งแล้วอย่าหลับให้หาหนังสือดี ๆมาอ่านจะอ่านได้นานมากๆ
5. อย่าหวังว่าใครจะช่วยคุณได้เริ่มจากคุณช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อนแล้วไปช่วยคนอื่นบ้าง(เหมือนที่พ่อกับแม่ดูแลเรา)
6. แสวงหาโอกาสและพุ่งเข้าใส่มันด้วยความคิดที่แน่วแน่และตัดสินใจอย่างชาญฉลาด
7. ชักชวนคนใกล้ตัวไปทำกิจกรรมร่วมกันเช่นซื้อไม้แบตมาตีกันหน้าบ้าน
8. จดรายรับรายจ่าย(สงสัยว่าคนแถวนี้ส่วนใหญ่จะได้จดกันแต่รายจ่าย)
9. กินอาหารให้พอดีอย่ากินเยอะไปเพราะจะบั่นทอนสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน(ง่วงนั่นเอง)
นิยามคำว่า"เวลา"
คุณคงเคยได้ยินคนพูดว่า"ไม่มีเวลา" นี่เป็นคำพูดที่แปลกมากมันเป็นคำพูดที่บ่งบอกถึงความหมาย
ในตัวมันเองแบบเพรียบพร้อมโดยไม่ต้องการคำอธิบายเป็นอื่นใดนอกจากคำว่า"กรูไม่อยากทำ" หรือ"กรูไม่อยากเจอคุณ"
สำหรับเวลาแล้วคนที่ไม่มีเวลาคือคนตายดังนั้นถ้าคุณยังหายใจแสดงว่าเวลายังเดินอยู่
แต่ไม่ต้องเร่งรีบเสียจนมากเกินไปและควรรู้ว่าตอนไหนควรรีบตอนไหนไม่ต้องรีบและถ้ารีบแล้วก็ต้องทำให้ดี
เพราะเวลาที่คนเราทำอะไรเร็วๆมันมักจะมากับความลวกซึ่งจะต้องใช้เวลามากขึ้นอีกในการเข้าไปแก้ไขปัญหา
ดังนั้นทำอะไรก็ทำให้ดีไปเลยอย่าทำลวกๆ
ทุกคนมีเวลาเท่ากันนอกจากว่าใครบางคนอายุสั้น(แต่คุณไม่รู้วันตายผมจึงถือว่ามีเวลาเท่ากัน)
ใน1 วันผมทำงานเฉลี่ย12 - 15 ช.ม.
คุณอาจจะทำแค่1 ช.ม. ถ้าไม่เชื่อลองสำรวจตัวเองดูตั่งแต่ตอนนี้ว่าคุณก่อให้เกิดงาน
หรือความสำเร็จในชีวิตหรือทำอะไรที่คุณต้องการให้มันเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหนหรือชีวิตวันนี้ผ่านไป
โดยที่ไม่มีความหมายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแบบนี้เวลาผ่านไปเรื่อยๆเหมือนกัน
เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่คุณมีเงินมีเวลามีความพร้อมทุกอย่างคุณจะเสียดายเวลาที่คุณหมดไปกับการทำอะไร
ที่มันไร้สาระเช่นดูทีวีเล่นเกมส์เล่นเน็ทขี้เกียจนอนขี้เซาเมาหรือทำเรื่องแย่ๆ
ดังนั้นเริ่มต้นเดี๋ยวนี้ใช้เวลาให้คุ้มค่าผมจะแนะนำเคล็ดลับให้
เข้านอนก่อน3 ทุ่มเดี๋ยว4 ทุ่มคุณก็หลับแล้วคุณจะตื่นตี5 รีบลุกขึ้นมาทำกิจกรรม
คุณจะมีเวลา7 - 12 รวม5 ช.ม. ทำงานและ11 - 16 อีก4 ช.ม. ทำงานใช้เวลาเหล่านี้
ทำงานให้คุ้มค่ากับรายได้ที่จะได้รับและใช้สมองให้มากกว่าการออกแรงทำงาน
แต่อย่าลืมกฏข้อสำคัญ"อย่านอนตื่นสายอย่าอายทำกินอย่าหมิ่นเงินน้อยอย่าคอยวาสนา"
เมื่อกลับถึงบ้านก็ประเมินการทำงานของวันนี้ว่าทำได้ดีพอหรือยังต้องปรับปรุงตรงไหนอีก
และเตรียมงานของวันพรุ่งนี้โดยลองตั้งใจว่าทั้งอาทิตย์คุณจะไม่ดูทีวีเลยแล้วคุณจะรู้ว่า
ทำไมเราช่างมีเวลามากมายเสียขนาดนี้เมื่อก่อนทีวีเอาเวลาของเราไปใช้จนหมดเลย
แต่1 อาทิตย์ก็มีกิจกรรมสังสรรค์กันบ้างเช่นชักชวนกันออกไปทานอาหารค่ำเพื่อคุยกันแบบเฮฮา
แต่ไม่ต้องมีแอลกอฮอลล์ เพราะนั่นอาจทำให้คุณซวยคนที่กำลังไปได้ดีอาจะพิการหรือหมดตัว
เพราะเหล้าก็มีให้เห็นมานักต่อนักดังนั้นถ้ารักตัวเองก็เลือกแต่สิ่งดี ๆให้กับชีวิตณตอนที่คุณมีโอกาสเลือก
เพราะถ้าพิการแล้วคุณอาจไม่มีตัวเลือกมากนัก
นิยาม คำว่า "เก่ง" หลาย ๆ คนอยากรู้ว่า แค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง งั้นวันนี้ผมจะสรุปให้ฟัง ว่าแค่ไหน คุณจะเรียกตัวเองได้ว่า กรูเก่งแล้ว
"คนเก่งคือคนที่สอนคนโง่ทำงานได้และใช้งานคนฉลาดทำงานเป็น"
ถ้าคุณมีความรู้คือคุณฉลาดแต่คนที่นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ถึงจะเก่งเพราะบางคนความรู้ท่วมหัวแต่ไม่รู้จักใช้
ผมก็เคยผ่านจดนี้มาดังนั้นผมจะแนะนำให้ว่าทำยังไงคุณถึงจะนำความฉลาด(ความสามารถเฉพาะตัว) ที่คุณมี
มาใช้ได้อย่างเต็มที่ให้คุณเริ่มจากมองหาคนที่คุณเชื่อว่าเค้าไม่มีความสามารถแบบที่คุณมีแล้วร่วมงานด้วยกัน
คุณจะพบว่าคนที่ทำงานกันคนละหน้าที่จะช่วยกันทำงานเป็นทีมแต่คนที่ทำหน้าที่เดียวกันมักจะแข่งกันทำ
การแข่งกันก็ดีแต่ถ้าเกินอิจฉากันขึ้นมาก็คงจะเปลี่ยนจากการแข่งเป็นสงครามและพังตามมามันจะมีประโยชน์อะไร
ถ้าทั้งบริษัทคุณมีแต่นักการตลาด(ก็กรูจบการตลาดอ่ะ) หรือมีแต่นักบัญชี(ก็กรูเรียนจบบัญชีนี่หว่า)
หรือมีแต่ทีมวิศวะกร(ก็กรูเรียนวิศวะนี่โว้ย) หรือมีแต่นักบริหารไม่ไม่มีคนทำงานระดับล่างและระดับกลาง(เด็กจบบริหาร)
เราต้องหาเพื่อนร่วมงานที่มีความรู้คนละสาขาคนละแขนงเอามาช่วยกันประสานงานกันจนเกิดงานที่
มีประสิทธิภาพดีกว่าเราจะเอาแต่คนที่มีความรู้แบบเดียวกันมาช่วยกันทำดังนั้นการที่คุณมีกิจกรรมมากขึ้นก็มีโอกาส
ที่จะได้เจอใครบางคนที่คุณกำลังมองหาก็ได้บางครั้งเราอาจจะได้ลูกจ้างหรือเพื่อนร่วมงานที่ดีมาโดยไม่รู้ตัว
และมีความสูขกับการทำงานมากกว่าเพราะทั้งเราและเขาต่างก็ต้องศึกษาความสามารถของอีกฝ่ายไปด้วย
คือเป็นการเรียนรู้เพิ่มเติมของแต่ะละคนในความสามารถที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่มี
สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยเวลาคุณเห็นประกาศรับสมัครงานมันมักจะมีคำ ๆนี้พ่วงมาด้วยเสมอ
มันคือคำว่า"ทำงานภายใต้ภาวะกดดัน" <- มันหมายความว่าอะไรไอ้คำนี้คุณจะกดดันกรูทำไม
หลายๆคนคงอยากรู้เพราะไม่เคยทำงานภายใต้ภาวะกดดัน ผมจึงอยากอธิบายให้เข้าใจว่าภาวะกดดันนี้มีหลายแบบ
เช่น
เฮ้ยเองง่ะต้องรีบทำงานนี้ให้เสร็จภายในคืนนี้นะเพราะลูกค้าจะต้องใช้ตอน9 โมงเช้า<-- แมร่งไม่ได้นอนแน่ๆกดดันๆๆๆๆ
- กรณีนี้มันนอกเหนือกฏเกณฑ์การทำงานปกติคือนอกเวลาคงจะมีเงินพิเศษหรือรักกันจริงจึงทำให้แต่ผมว่า
ถ้าเรื่องแค่นี้คุณยังเก็บมาคิดและกดดันตัวเองผมว่าคุณใจแคบและคงจะทำอะไรไม่สำเร็จ เพราะอะไรน่ะเหรอ
คุณมีเวลาอีกตลอดชีวิตของคุณและคุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณจะทำอะไรผมขอแค่เวลา20 ชั่วโมงนี้เท่านั้น
ที่คุณจะได้แสดงให้ผมดูว่า"คุณทำได้" แต่ถ้าคุณทำไม่ได้คุณก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ไร้ความสามารถในสายตาผม
ผมอยากได้คนที่เก่งกว่าคุณมาทำงาน
กรณีแบบนี้ผมเจอมาบ่อยมากและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่จะช่วยฝึกให้"คนเป็นคน" เพราะ"ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน"
ยิ่งงานดีเราก็จะยิ่งมีคุณค่าในตัวเองถ้าเรื่องง่ายๆแค่นี้คุณทำไม่ได้แล้วเรื่องยากกว่านี้คุณจะไปทำอะไรได้
ผมคงไม่ไว้ใจให้คนอย่างคุณทำงานที่ใหญ่กว่านี้แน่ซึ่งมันหมายถึงงานใหญ่รายได้ก็ใหญ่ตามไปด้วย
แต่ถ้าคุณไม่อยากทำงานนี้คงเป็นอีกเหตุผลเช่นรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบเกินไปหรือไม่ชอบขี้หน้ากัน!
แล้วก็อีกอย่างเชื่อผมเถอะเงินไม่ได้นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงเพราะยิ่งเรามีเงินทำงานกับคนมากมายเราเจอทั้งคนดี
คนไม่ดีผมเองก็ยังต้องตามฟ้องลูกหนี้และต้องคอยไปที่ศาลยิ่งงานเรามากขึ้นเราก็จะได้เกี่ยวข้องทั้งคนดีไม่ดี
แต่เราไม่ย่อท้อและระลึกไว้เสมอว่าเราเกิดมาก็แค่ตัวเปล่าเวลาเราตายไปเราก็ไปแต่ตัวสิ่งที่หลงเหลือไว้เพ