ทุกๆปี ชุมชนดงคอนกรีต” นาทราย “ ที่ผมอยู่ เขาจะร่วมทำบุญปีใหม่ กลางบ้านช่วงต้นๆปีอย่างต่อเนื่องกว่า ๒๐ ปีแล้ว โดยทุกบ้านจะเตรียมอาหารคาวหวาน ไว้สำหรับถวายพระส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง สำหรับนำไปร่วมรับประทานร่วมกันในตอนกลางวัน อย่างฉันท์พี่น้อง หมู่บ้านแห่งนี้ จึงมากมีด้วยมิตรภาพและไมตรีจิตที่ดีต่อกัน ปราศจากการลักเล็กขโมยน้อย ไร้ซึ่งยาเสพติดนานา....

  เที่ยงวันวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๓  หลังพิธีทางศาสนาเสร็จ การล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันก็เริ่มขึ้น พร้อมๆ กับ มีเสียงเพลง “ ปรารถนา  ” ของทูล ทองใจ ขับกล่อมเย็นๆ จากเครื่องขยายเสียงดังขึ้นเบาๆ .....

       “ หากแม้นเลือกเกิดเองได้ คนทุกคนเลือกเกิดอย่างไร 

                        ก็ตามใจเขาปรารถนา
       แต่ตัวฉัน นั้นขอตั้งสัจจะวาจา ถึงชาตินี้ชาติหน้า
                       ปรารถนา เกิดมาใกล้คุณ
      หากร้อนผิวกาย ใจระทม  ตัวฉันยอม เลือกเกิดเป็นลม
               เฝ้าลูบชมเนื้ออ่อนละมุน
        หากหนาวนัก  ขอเอารัก วางไว้เป็นทุน
       ขอเกิดมาเป็นผ้าอุ่น  เกิดเป็นหมอนหนุน สำหรับนาง
       อยากเกิดมาเป็นสีแดง  แต้มแต่งสองริม ฝีปากคุณ
       อยากเกิดเป็นแป้ง หอมกรุ่น   ลูบไล้เนื้ออุ่น สองปราง
       อยากเกิดเป็นสร้อย ห้อยคอไว้...อยากเป็นดอกไม้ ที่ทัดหู..
                   อยากอยู่ร่วมหอ ไม่ห่าง...
       จะขอเป็นแหวน สวมก้อย   เป็นกำไลสวมใส่ มือน้อย
                   เกิดเป็นรอย รับบาทของนาง...
        อยากแนบเนื้อ ขอเป็นเสื้อสวมใส่สรรพางค์
        ขอเกิดเป็นหมอนข้าง เพื่อนางนวลน้องได้กอดนอน  
 

                  ฟังไป กินไปอย่างเพลิดเพลิน ท่ามกลางเสียงเพลง ซึ่งบ่งบอกถึงความ “ ปรารถนา ดี ”  ที่เป็นต้นน้ำ ของความรัก ความเมตตา  ความเสน่หา การดูแลเอาใจใส่อย่างทนุถนอม และความห่วงหาอาทร.. ของชายที่มีให้ หญิงสาวผู้เป็นนางกลางใจคนนั้น...แม้ดูจะเป็นการเพ้อ พ้อรำพัน ถึงหญิงผู้อยู่สูงสุดฟ้า ไร้ปัญญาเอื้อม.เฉกเช่น ดอกฟ้ากับหมาวัด....ก็ตามที   แต่นั่นก็เป็น จินตนาการของอารมณ์เพลง ที่ถ่ายทอดไปสู่คนฟัง..อย่างมีสุนทรีย์

              ครั้นกลับมามอง ถึงสภาพของสังคมไทยที่บางส่วน ยังแบ่งข้าง แบ่งสี..แบ่งก๊ก แบ่งกลุ่มกันอยู่ในเวลานี้...แม้ดูจะมีปัญหาอุปสรรคอยู่ค่อนข้างมาก ..แต่หากทุกคน จะมีความ ”ปรารถนาดี “ ต่อกันด้วยความจริงใจจริงจัง มั่นคง ให้กันบ้าง...ก็เชื่อได้ว่า..ความหวังที่จะได้เห็นความรักสมัครสมานสามัคคี..คงจะไม่ห่างไกล เกินเอื้อมและพอจะเห็นหนทางบรรลุผล ตามที่ใจของคนไทยส่วนใหญ่ปรารถนา.. อยู่บ้างไม่มากก็น้อย  ??..

              ตั้งแต่ปีใหม่ ๒๕๕๓ นี้เป็นต้นไป และในวันเด็กปีนี้ เรามาร่วมด้วยช่วยกัน ส่งความรัก ความปรารถนาดีให้แก่กันและกัน  ให้เป็นของขวัญวันปีใหม่แก่ชาติบ้านเมือง และกับเด็กๆ ได้พอมี พอเห็น สิ่งดีๆ.งามๆ .เอาไปเป็นตัวอย่างและเป็นแบบอย่างกันบ้าง...จะดีกว่าไหม??.. 

    

อย่าให้ลูกๆ หลานๆ มันร้อง บ่น ก่นด่าเอาว่า...ทำไม๊ ทำไม พ่อแม่พี่ป้าอาลุงทั้งหลาย... จึงมี จึงทำแล้วทิ้ง แต่ของเลวๆ ของเหม็นๆ ที่ไร้ค่าไร้ประโยชน์......เยอะกันจังวุ๊ย.???

                                            

                                              

                                                       สามสัก

                                                 ๙  มกราคม ๒๕๕๓

รูปภาพ-จากอินเตอร์เน๊ต