เมื่อเช้าหนูตื่นขึ้น มาระลึกว่า อืม วันนี้มีนัดกับครู ท่านบอกว่าไปทาน MK กัน แต่ยังไม่ได้ตกลงว่าจะไปกันที่ไหน

ถ้าเป็นโดยปกติของหนู ที่ใส่ใจผู้อื่นน้อย ก็จะรอว่า ท่านพาไปที่ไหนก็ที่นั่นแหละห้างตั้งเยอะแยะ

แต่ตอนนี้ครูท่านสอนให้หนูรู้จักเอาใจใส่ ใจหนูรู้สึกว่า การมีข้อมูลเบื้องต้น หรือ ตัวเลือกคร่าว ๆ ไว้ให้ท่านนี่จะเป็นผลดีอยู่นะ พิจารณาได้ดังนี้

หนูก็เริ่มกระบวนการค้นข้อมูล หาสาขาต่าง ๆ ของ MK หายังไงก็ไม่เจอ เข้า website ของบริษัทก็ไม่ได้แสดงไว้ จึงไม่ทราบว่ามีสาขาไหนที่อยู่ในพิกัดใด ใจหนูรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา มีอาการหงุดหงิด เพ่งโทษคนอื่นว่า เป็นร้านตั้งใหญ่ ทำไม ไม่รู้จักทำ website ดี ๆ ให้บริการลูกค้าบ้างนะ

หารู้ไม่ว่า อาจจะเป็นเพราะว่าตนเองหาข้อมูลไม่ได้ก็ได้ค่ะ พอรู้สึกหงุดหงิด หนูหันกลับมาดูใจตนเอง

เฮ้ย เครียด นี่แสดงว่าทำด้วยโทสะ หนูหยุดแล้วหายใจ จนรู้สึกว่าใจสบาย

ปรับมุมมองใหม่ หาห้างสรรพสินค้าที่ไม่ห่างจากบ้านอาจารย์นัก หรือก็ไม่ไกลจากหอพักหนูนัก อืมครานี้หาไปเรื่อย ๆ ได้ข้อมูลอย่างที่ต้องการ รู้สึกพอใจ

 

และแล้วหนูก็เผลอทำอะไรด้วยความคาดหวังอย่างไม่รู้ตัวอีกตามเคย กว่าจะมาเห็นอีกที ก็เผลอไม่พอใจเป็นหนัก ๆ ในหัวขึ้นมา

เพียงแค่ระลึกว่าหาข้อมูล เพื่อครู เพื่อ อาจารย์ให้ เดินทางได้อย่างสะดวกและคล่องแคล่ว ก็ทำให้หนูได้เรียนรู้การหาข้อมูล และเห็นจิตใจตนเองที่ยังต้องขัดเกลาอีกเยอะเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณครูค่ะ

หนูได้เรียนรู้ว่า ถ้ายังอ่อนภาวนา กิเลสก็ง่ายนักที่จะเข้ามาครอบงำใจ กว่าจะรู้ตัวก็รู้สึกอึดอัด แต่การหยุดแล้วกลับมาหายใจสบายก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แล้วทำให้มีปัญญาในการสืบค้นเสาะหาสิ่งที่ต้องการเพื่อทำประโยชน์เจ้าค่ะ