เมื่อวาน ๗ มกราม พ.ศ.๒๕๕๓ ข้าพเจ้ามีภารกิจเป็นวิทยากรกระบวนการพัฒนาจิต Engaged Buddhism แต่ในช่วงบ่ายได้รับความอนุเคราะห์เมตตาจากพระอาจารย์ร่วมดำเนินกระบวนการใน theme ของการสุนทรียโสเหร่...ธรรมะสบายๆ...แบบเข้าถึงจิตถึงใจ

ส่วนข้าพเจ้านั้นเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินอุบลราชธานี

เครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมง...ประชุม R2R มีขึ้นห้าโมงเย็น แต่ข้าพเจ้านั้นไปถึง...หกโมงเย็น

ยังทัน...คุณอำนวยอย่างท่าน ผอ.พงษ์พิสุทธิ์ ท่านยังกรุณาที่จะให้ผู้เข้าประชุมช้าได้ติดตามทันในเรื่องราว สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึก...ประทับใจในบรรยากาศของการประชุมเมื่อวานนี้ก็คือ การใช้ใจนำในการร่วมใจ “ชวนกันคิดชวนกันมอง” ในการเตรียมงานมหกรรม R2R ที่จะมีขึ้นในวันที่ ๑๕-๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ เสน่ห์อย่างหนึ่งการประชุมคือ...

ทำอย่างไรผู้ที่เข้ามาร่วมงานมหกรรมครั้งนี้จะได้รับความคุ้มค่า ประโยชน์ และที่สำคัญคือ ความสุขความประทับใจ และก่อให้เกิดเป็นพลังใจที่นำไปสู่...ความปรารถนาที่อยากนำเครื่องมือที่เรียกว่า R2R มาใช้ในการพัฒนางานประจำของตนเอง

กูรูอย่างท่าน อ.หมอโกมาตร...ชวนให้เห็นถึง “ใจเขาใจเรา”...

ใจของคนหน้างาน...

หลายๆ ท่าน..ไม่ว่าจะเป็นทีม R2R ศิริราช...นำโดย อ.หมอเชิดชัย อ.หมอกุลธร อ.หมออัครินทร์...และทีมมดงาน อ.หมอวิศิษฐ์ อ.หมอสมพนธ์ และทางทีม สวรส. ดร.แต้ม น้องหญิง...และ อ.หมอพงษ์พิสุทธิ์... เป็นการมาร่วมกันหารือ ในมิติของความละความเห็นแก่ตัว เมื่อว่างหรือวางงานประจำบางงานลงไป ท่านมาร่วมกันชวนกันดูว่า

“จะนำพาคนหน้างาน...ไปในทิศทางใด” ที่จะไม่ใช่การบีบคั้นคนหน้างานให้เกิดเป็นความกดดันกันมาก ต่อการทำงานประจำของตนเองให้มีความสุขและที่สำคัญ...เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและคนทำงานไปพร้อมกันด้วย

ความเชื่ออย่างหนึ่งของข้าพเจ้าก็คือ...

บุคคลใดก็ตามหากว่า... “ใจนี้มีความสุข”... การกระทำจะแสดงออกถึงความรู้สึกความสุขภายใน และใจของเขานั้นจะนำพาเขาไปสู่การทำการงานได้อย่างมากมายต่อผู้อื่น สังคม และโลก... ทำไป..ทำไป อย่างไม่ย่อท้อ และไม่หวั่นต่ออุปสรรค...

ข้าพเจ้าเชื่อว่า...หากหัวเรือที่นำทาง...

เข้าใจในความเป็นมนุษย์และวิถีทางแห่งจิตใจของผู้คน กระบวนการนำพา R2R จะก่อเกิดเป็นความสุขที่นำไปสู่ความเป็นคุณภาพแห่งชีวิตของคนหน้างาน ที่สามารถไปร่วมกันได้ทั้งเรื่องภายนอกและภายใน

มีหลายๆ ประเด็นเหมือนกันที่...ทุกท่านร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ชวนกันมองเพื่อไม่ให้ออกนอกประเด็นมาก และมีช่วงเวลาหนึ่งที่ประทับใจ อ.หมอวิศิษฐ์ ที่ชวนให้มองว่า... ผลงานวิจัย R2R ที่สุดแล้วต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชน...เพราะที่ผ่านมาเรามุ่งมองที่คนและองค์กรมากเกินไป... ซึ่งส่วนนี้ก็สำคัญ เพราะหากว่า คณะกรรมพิจารณารางวัล ไม่ซึ้งลงไปในใจแห่งจิตวิญญาณ R2R แล้ว..อาจจะได้คัดเลือกเพียงแต่ผลงานที่เป็นความแม่น ความถูกทางวิชาการเท่านั้น หากแต่ขาดมิติจิตวิญญาณแห่งคุณค่าของงานวิจัยชิ้นๆ นั้นไปก็ได้

บทสรุป...ของงาน อ.หมอโกมาตย์ จะเน้น...เรื่องผู้ที่เข้ามาร่วมน่าจะได้รับอะไรมากมาย... จากการมาร่วมงานมหกรรมครั้งนี้...

การจัดงานน่าจะมีขึ้นสามวัน...

ซึ่งเป็นสามวันที่คนรัก R2R จะได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวความซาบซึ้งทางจิตวิญญาณที่นำไปเพิ่มพูนเป็นพลังให้ใจคนหน้างานฮึกเหิม...อยากลุกขึ้นมาทำงานที่อยู่ตรงหน้าตนเองได้อย่างมีความสุข