Acknowledge for the figure model cited in Kang, C. (2003). A psychospiritual integration frame of referencefor occupational therapy. Part 1: Conceptual foundations. Australian Occupational Therapy Journal;50, 92–103.

ผมกำลังเขียน Paper หนึ่งเพื่อเข้าร่วมงานประชุมวิสาขบูชาโลก แล้วได้อ่านงานของ 

Chris Kang นักกิจกรรมบำบัดที่กำลังศึกษาปริญญาเอกด้านการผสมผสานกรอบความคิดทางกิจกรรมบำบัดเพื่ออธิบายองค์ประกอบของจิตวิญญาณศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในชุมชนและสังคม

ผมจึงขอสรุปแก่นแท้ของกรอบความคิดนี้ ซึ่งสอดคล้องกับหลังพุทธศาสนาเช่นกัน เพื่อให้นักกิจกรรมบำบัดและท่านที่สนใจนำไปศึกษาและประยุกต์ต่อในทางการแพทย์และสาธารณสุข

สภาวะธรรมชาติและสังคมของมนุษย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้เกิดประสบการณ์การดำเนินชีวิตของมนุษย์แตกต่างกัน

เมื่อคนเรามีความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตก็จะส่งเสริมคุณภาพชีวิต (Enhancement of Quality of Life) โดยเฉพาะความเป็นอยู่ที่ดีด้านจิตวิญญาณ (Spritual Well-being) ได้แก่ ความรู้สึกและการรับรู้ของตนเองต่อการกระทำกิจกรรมที่มีคุณความดี (ศีล) มีความพยายามที่จะจดจ่อหรือตั้งใจทำให้สำเร็จเพื่อความสุขของตนเองและผู้อื่นในชุมชน/สังคม (สมาธิ) และมีความเข้าใจรอบรู้ถึงคุณค่าของการกระทำของตนเองอันเป็นประโยชน์-เมตตากรุณาต่อผู้อื่นในชุมชน/สังคมปัจจุบัน (ปัญญา)  

นั่นคือ หากคนเราอยู่ว่างและไม่รู้เป้าหมายของการดำเนินชีวิต (Occupational deprivation) อันเกิดจากความบกพร่องทางร่างกาย/จิตสังคมในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational dysfunction) ก็จะมีผลให้ชีวิตขาดสมดุลย์ระหว่างความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของตนเองกับความสุขของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของตนเองและผู้อื่นในชุมชน/สังคม (Occupational imbalance) และผู้คนในชุมชน/สังคมก็เพิกเฉย ไม่ให้โอกาส และไม่ยอมรับช่วยเหลือให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย/จิตสังคมในชุมชน/สังคมได้มีโอกาสแสดงความสามารถที่มีอยู่ในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข (Occupational injustice)

ดังนั้นบทบาทของนักกิจกรรมบำบัด คือ เพิ่มองค์ประกอบของจิตวิญญาณในคนหนึ่งคนแล้วขยายสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติให้คนในชุมชน/สังคมได้ให้โอกาสแก่คนหนึ่งคนนั้น ได้แก่

  • สร้างความรู้สึกถึงการยอมรับความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีอยู่
  • สังเคราะห์และวิเคราะห์กิจกรรมที่พัฒนาความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย
  • ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย/จิตสังคมสามารถมีโอกาสคิดและทำความเข้าใจขององค์ประกอบต่างๆ ในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่สนใจ เกิดแรงจูงใจ เกิดแรงบันดาลใจภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
  • สร้างสัมพันธภาพและการสื่อสารระหว่างผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย/จิตสังคมกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีความบกพร่องนั้น
  • สร้างบรรยาการและทักษะการจัดการตนเองในเรื่อง "หลักความจริงของการดำเนินชีวิต" เช่น อริยสัจสี่ที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ถึงทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดเป็นพี่เลี้ยงคอยกระตุ้นให้ผู้ที่มีความบกพร่องนั้นได้ทบทวนความคิดและเกิดความรู้ความเข้าใจในการเลือกกิจกรรมมาบำบัดปัญหาที่มีอยู่ และพัฒนาความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตอย่างต่อเนื่องยั่งยืน