Appreciative Inquiry เพื่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ (ตอนที่ 33)
เครือร้านอาหารระดับโลก แห่งหนึ่งต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับปัญหา "จานแตก" ครับ พยายามแก้ปัญหามานาน แต่ก็ไม่ตกสักกะที แก้ยังไงก็ เอาวิศวกร เอาช่างมาดูก็แล้ว ปรากฏว่าก็แก้ได้นิดหน่อย จนต้องยอมรับว่าเป็นอะไรที่ไม่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ครับ วันหนึ่ง CEO และคณะผู้บริหารกำลังนั่งประชุมแบบไม่เป็นทางการอยู่ในร้านของตัวเอง ก็บ่นกันเรื่องเดิม บังเอิญมีลูกจ้างสูงอายุคนหนึ่ง ที่ทำงานมานานได้ยิน เขาเลยบอกว่า เขาสังเกตเห็นแล้วล่ะว่ามันติดปัญหาตรงไหน ในที่สุดข้อสังเกตของชายชราคนหนึ่ง นำไปสู่การลดต้นทุนจากจานแตกได้เป็นนับล้านดอลล่าร์
ลูกศิษย์ของผมรายหนึ่ง สามารถสร้างกิจการโรงเรียนสอนภาษาไทย ด้วยเหตุเพราะ พี่ของเธอสังเกตว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่เก่งภาษาไทยเท่ารุ่นแม่ เลยไปให้แม่ช่วยออกแบบหลักสูตรแบบย้อนยุคให้ (คุณแม่เป็นครูมาก่อน) ปรากฏว่าได้ผล กิจการขยายตัว ชนิดจะเปิดเป็น Franchsie ได้
 
คุณพ่อของผมทำขาหมูอร่อยมาก ชนิดว่าเอาไปฝากใคร คนจะต้องบอกว่านี่เป็นของฝากที่เยี่ยมมาก "แล้วซื้อมาจากไหนล่ะ" ถามว่าพ่อทำยังไงถึงอร่อย พ่อบอกว่า "ก็ทำแบบคนโบราณเขาทำกันนั่นแหละ ก็ธรรมดาๆนี่ลูก"
 
ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจ ให้ผมออกแบบหลักสูตรพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ชื่อว่าตอน "ถามพ่อ ถามแม่คุณดูซิ" เพราะผมเห็นว่า ผู้สูงอายุมีภูมิปัญญาซ่อนเร้นกันทุกคน 
 
ลองสังเกตสิครับ เอาแค่อาหาร สมัยนี้ถ้าคุณลองสังเกตให้ดี อาหารยุคนี้อาจไม่อร่อย เท่ายุคก่อน เพราะยุคก่อนคนไม่มีตู้เย็น อาหารไทยแต่โบราณจึงออกแบบมาให้เอาวัตถุดิบที่สดที่สุดมาปรุง (ไม่ใช่ Frozen) เรามีเครื่องเทศน์คอยดับกลิ่น เช่นกระเทียมดีๆ (ไม่ใช่กระทียมนำเข้าจากจีน)  ผักก็เอาจากข้างบ้าน (สด และ organic สุดๆ) เพราะฉะนั้นผู้สูงอายุเวลาทำอาหาร ลองขอให้เขาทำแบบเมื่อสี่สิบปีก่อนสิ บางทีคุณอาจได้อาหารไทยที่เป็นอาหารไทย จริงๆ และอาจทำให้คุณได้อาชีพใหม่ก็ได้ครับ
 
ตอนนี้จริงๆ แล้วผมตั้งใจเขียนต่อจากตอนที่แล้ว ครับตอนที่แล้วผมพูดถึงวุฒิสี่อย่างคือ
 
ชาติวุฒิ ว่าด้วยชาติตระกูล
คุณวุฒิ การศึกษา
วัยวุฒิ วัย อายุมาก
ปัญญาวุฒิ EQ+IQ
 
ตอนก่อนผมพูดเรื่องปัญญาวุฒิไปแล้ว ตอนนี้เป็นการพูดถึง "วัยวุฒิ " ถ้าเราใช้วัยวุฒิให้ถูก เราอาจสร้างอาชีพใหม่ และนวัตกรรมเจ๋งๆได้เลยครับ
 
"วันนี้ถามพ่อแม่คุณหรือยัง"
 
 
Ref: The Power of Nice