....จะเป็นดอกอะไรไม่สำคัญ...ทุกดอกในแจกันนั้นคือภาพรวมขององค์กร...

       ....ดอกไม้นานาชนิดมีสีสรร          ช่วยแต่งแต้มซึ่งกันและกันให้สดใส

      ต่างทำงานต่างหน้าที่มีน้ำใจ        หลอมรวมไว้ในแจกันคือองค์กร....

 

 

          การพัฒนาองค์กร(Organization Development) เปรียบเหมือนดอกไม้ในแจกัน ซึ่งลองนึกภาพแจกันเปล่าที่ตกแต่งรอบๆด้วยผ้า ถูกวางไว้เด่นอยู่บนโต๊ะกลางห้องสัมมนา “การพัฒนาองค์กรและการพัฒนาการบริการสู่ความเป็นเลิศ” ของกลุ่มงานพยาธิวิทยา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งวิทยากรได้กล่าวว่า แจกัน เปรียบเหมือนตัวแทนขององค์กร ซึ่งตอนนี้จะดูเรียบๆไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ดอกไม้ซึ่งเปรียบกับคนในองค์กร จะช่วยแต่งเติมให้องค์กรน่าสนใจขึ้นมาและมีค่าต่อผู้พบเห็นและยังประโยชน์ให้มวลชน

 

                  

 

          เมื่อนำดอกไม้สีเหลือง ซึ่งแต่ละคนเลือกไว้โดยให้เหตุผลว่าเป็นสีวันเกิดในหลวง รักในหลวง เป็นสีมงคลแสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง บางคนก็ชอบส่วนตัวซึ่งนาๆเหตุผล ซึ่งเมื่อนำมาประดับแจกันเดิมที่อยู่กลางห้อง แล้วให้ช่วยกันดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง? แจกันใบเดิมดูดีขึ้นสดใสขึ้นจากเดิม

          ต่อมาให้นำใบไม้ที่มีสีเขียว  ซึ่งมีทั้งรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไปทั้งเดี่ยวและช่อ ใบสั้นและยาวมาประดับเพิ่ม ซึ่งสีเขียวเป็นตัวแทนของความสงบเยือกเย็นและความสามัคคีในองค์กร ซึ่งบางเหตุผลก็บอกว่าไม่มีดอกอะไรเหลือให้เลือกก็ตาม แต่อย่างไรเสียก็ถือว่าเป็นพลังเงียบแห่งความสมานฉันท์ สีเขียวของใบไม้ช่วยทำให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ดูดีขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

 

                       

 

          ต่อมาเมื่อนำดอกไม้สีม่วงและดอกกุหลาบสีแดงมาปักร่วมในแจกัน ซึ่งเป็นตัวแทนของการทำงานที่ต่างหน้าที่กัน แต่ก็มีส่วนสำคัญในการทำให้องค์กรมีความโดดเด่นเป็นที่สะดุดตา มีความน่าสนใจแก่ผู้คนทั้งในองค์กรเดียวกันและต่างองค์กร

          ดอกไม้ที่มาร่วมในแจกันดอกสุดท้ายคือ ดอกบัว  เป็นดอกไม้สีขาวที่ถูกนำมาปักในแจกันซึ่งปะปนกับดอกไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งดอกบัวมีก้านยาวจะอยู่สูงกว่าดอกไม้อื่น แต่ตัวดอกบัวเองกลับโน้มตัวลงมาต่ำ ดอกบัวเปรียบเหมือนผู้บริหารระดับสูง หัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย ที่มีความเมตตามีคุณธรรมในการเมตตาผู้น้อย พร้อมให้การดูแลช่วยเหลือสนับสนุนและอยู่เคียงข้างยามมีปัญหาและเฝ้ามอง(โน้มลงมา)ไม่ละเลยทุกข์-สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา มีพรหมวิหาร 4 และดำรงซึ่งความยุติธรรม

 

  

 

          จะเห็นว่าจากแจกันเปล่าๆเมื่อมาแต่งแต้มด้วยดอกไม้นานาพรรณ ทำให้องค์นั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที แต่อย่างไรเสีย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ น้ำในแก้วข้างๆแจกัน ซึ่งต้องคอยรดน้ำให้ดอกไม้ในแจกันสดชื่น สดใส ไม่ร่วงโรยหรือเหี่ยวแห้ง ดังนั้นน้ำในแก้วเปรียบดังผู้บริหารที่ดูแลองค์กร ต้องคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้าง เป็นขวัญกำลังใจให้บุคลากรมีพลังเต็มเปี่ยมในการทำงาน เพื่อความสำเร็จขององค์กร “ We Can  Do ”   

 

                  

 

          กาลเวลา.....ย่อมทำให้พลังกายและพลังใจถดถอยลงได้ ดังแจกันที่สดใสเมื่อผ่านมา 2 วันจะเห็นว่าเริ่มเหี่ยวเฉา ดังนั้นจะเห็นว่า(แก้วน้ำ) ซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจจากผู้บริหารที่เห็นคุณค่าของบุคลากรในการทุ่มเทให้กับงาน มีความจำเป็นและสำคัญมากด้านจิตใจซึ่งจะต้องมีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ดอกไม้จึงจะชื่นบานอยู่ได้นาน...

 

       ....ดอกไม้...บานให้คุณค่า...     จงบานช้าๆ...แต่ว่าหยั่งยืน...

      ที่นี่และที่อื่นๆดอกไม้...สดชื่น    ยื่นให้.....มวลชน.....

 

...จะเป็นดอกอะไร...ไม่สำคัญ...ทุกดอกไม้ในแจกันนั้นคือภาพรวมขององค์กร

....ทุกคนในองค์กรมีความสำคัญเท่ากันหมด

....แต่ละคนอาจจะทำหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อให้เกิดผลงานต่อองค์กร เหมือนภาพการต่อจิกซอร์ชิ้นเล็กๆให้เกิดภาพที่สมบูรณ์ขึ้นมา จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้

 

        ดังนั้นเมื่อเราอยู่ในองค์กรเดียวกัน เราสามารถแตกต่างกันทางความคิดได้แต่ไม่แตกแยกในความสามัคคีและพวกเรามาร่วมกันเป็นดอกไม้นานาพรรณ เมื่อรวมกันในแจกันใบนี้แล้วสามารถทำให้มันเป็นแจกันใส่ดอกไม้ ที่ดูโดดเด่นและสวยงามที่สุดและก้าวไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ไม่น้อยหน้าใครในการให้บริการและด้านวิชาการอีกทั้งอยู่ท่ามกลางคู่แข่งได้อย่างสง่างาม....

 

 

 

         แล้วองค์กรท่านล่ะ?....ร่วมกันจัดดอกไม้ในแจกันแล้วหรือยัง?....หรือปล่อยให้ดอกไม้ในแจกันนั้นเหี่ยวเฉาไป.....อย่างน่าเสียดาย!!!!!!!