จดหมายฉบับที่ ๑๑ และ ๑๒ ทำให้ผมนึกถึง “ทฤษฎีสองนครา” ของ ดร. เอนก เหล่าธรรมทรรศน์ ที่เมื่อวันที่ ๘ ธ.ค. ๕๒ มีการพูดกันในที่ประชุมปฏิรูปประเทศไทยว่า การแยกประเทศไทยเป็น ๒ นครา คือเป็นเมืองกับชนบท หรือกรุงเทพกับต่างจังหวัดนั้นมันไม่ชัดแล้ว การแยกตามสภาพภูมิศาสตร์ไม่ชัด เพราะในเมืองก็มีคนจนเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ และเวลานี้แม้คนชั้นกลางก็แยกออกเป็นคนชั้นกลางใหม่ กับคนชั้นกลางเก่า ที่ความคิดทางการเมืองและทางสังคม แตกต่างกัน
คิดอย่างนี้แล้ว ผมก็มองว่า สังคมไทยก้าวหน้ากว่าสหรัฐอเมริกา เพราะในสหรัฐ สังคมยังแบ่งชั้นตามภูมิศาสตร์อยู่เลย คือโรงเรียนในย่านชานเมืองจะมีสภาพดีถึงดีมาก แต่โรงเรียนในย่านกลางเมืองมีสภาพน่าเวทนา ทั้งคับแคบ ชั้นเรียนมีนักเรียนจำนวนมากเกิน และสภาพของโรงเรียนไม่เอื้อต่อการเรียนรู้
ผมคิดว่าเวลาพวกเราไปอเมริกา เราไปเห็นแต่ส่วนที่ดี เราไม่มีโอกาสไปเห็นอีก “นครา” หนึ่งของเขา อ่าน ๒ บทในหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้ผมสรุปว่า ในโลกนี้ ความอยุติธรรมมีมากกว่าที่คิด แม้ในประเทศมหาอำนาจหนึ่งเดียวในโลก สังคมและระบบการศึกษาก็ไร้ความเป็นธรรม
Kozol เขาเขียนรุนแรงยิ่งกว่านี้อีก เขาบอกว่า เป็นความหลอกลวงของระบบการศึกษา ที่พยายามแก้ตัวต่อสังคมว่า ได้หาลู่ทางสร้างความเท่าเทียม เช่นระบบคูปองการศึกษา (voucher) เพื่อให้ “อำนาจซื้อ” แก่ผู้เรียน หวังให้กลไกตลาดเป็นพลังขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ซึ่ง Kozol ชี้ว่า กลไกตลาดมันฉ้อฉลกว่าที่เราเห็นแบบผิวเผิน มันร่วมมือกับนักการเมืองและคนในวงการศึกษาเพื่อแสวงหากำไรอย่างไม่เป็นธรรม และคนที่ถูกฉ้อหรือหลอกได้ง่าย คือคนจนในเมือง ลูกของคนเหล่านี้กลับยิ่งได้รับการศึกษาแย่ลงไปอีก
วิจารณ์ พานิช
๑๙ ธ.ค. ๕๒