การวิสาสะพูดคุยกันบ่อย ๆ จะลดความขัดแย้งในองค์กร

Aqq0011Aaaq02

Aaaq002Aaaq04Aaaq001Aaaq09Aaaq03Aqq007Aqq0003

  เช้าตรู่วันที่  6  มกราคม  2553 หัวหน้าส่วนราชการ นายหัวภาครัฐและเอกชน นัดมากินกาแฟยามเช้า ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง คำว่าจวน เป็นภาษาใต้ แปลว่าที่พัก บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ตั้งอยู่บนเนิน  หรือที่คนใต้เรียนว่าควน   (ด้วยสภาพผืนดินจะเป็นภูเขาเล็กๆ    ดังนั้น ฮวงจุ้ยของบ้านพักผู้ว่า ฯ จังหวัดตรัง จึง ดีเลิศ  ดูเด่นเป็นสง่า วันนี้พวกเราคนตรัง (แท้ ๆ) ก็ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์บ้านตัวเองหลายเรื่องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง 

           วันนี้นอกจากมีการกินกาแฟร่วมกัน ก็มีการแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายมาใหม่ คือแรงงานจังหวัดตรังและพัฒนาฝีมือแรงงาน  ผู้ว่าฯไมตรี ได้พูดถึงโครงการสำคัญของจังหวัดที่กำลังจะจัดคือการเชิดชูเจ้าพระยารัษฎาฯ เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดตรัง ชื่องาน " รัษฎา เทิดรัฐ จักรีวงศ์  " โดยได้ฝากการบ้านให้ทุกหน่วยงานไปศึกษาประวัติเจ้าพระยารัษฎา ในงานที่รับผิดชอบเพื่อนำมาร่วมจัดกิจกรรมเชิดชู เริ่มตั้งแต่  6เมษายน -  5  พฤษภาคม  2553  ในวันที่ 7  เมษายน  2553 ทางจังหวัดตรังจะจัดงานที่คล้ายและลักษณะงานสโมสรสันนิบาต (แต่จะใช้ชื่ออื่น เพราะมีระเบียบใหม่ว่า การใช้ชื่องานดังกล่าวได้ต้องมีนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน  ) โดยจะเชิญวงดนตรีกรมศิลปากรชุดใหม่มาแสดง ดังนั้น คุณผู้หญิงชาวตรังทั้งหลาย เตรียมตัดชุดสวยเพื่อใส่ในงานดังกล่าวไว้ได้เลยนะจ๊ะ

   และที่ขาดไม่ได้ ท่านผู้ว่าไมตรี ได้ให้ข้อคิดในการทำงานว่า องค์กรที่มีการทำงานแบบมีส่วนร่วมต้องมีการพบปะพูดคุยกันเสมอๆ  การวิสาสะพูดคุยกันบ่อย ๆ จะลดความขัดแย้งในองค์กร และผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกระดับทั้งระดับกลางและระดับล่าง เพราะเป็นผู้มีส่วนขับเคลื่อนองค์กร  และเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา องค์กรสมัยใหม่ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือหมุนตลอดเวลา24  ชั่วโมง  สรุปว่าเช้าวันนี้ ได้กินกาแฟและขนมอร่อย ๆ และได้ความรู้กลับมาเยอะแยะ มากมาย เดือนหน้ามีการมอบธงกาแฟยามเช้าให้สำนักงานไฟฟ้าจังหวัดตรัง เป็นเจ้าภาพ  พบกันใหม่เดือนหน้า เดือนแห่งความรักจ้า

หมายเหตุ

พระยารัษฎาฯ (คอมซิมบี้) เป็นชาวระนอง เข้ารับราชการเป็นผู้ช่วยราชการเมืองระนองในปี พ.ศ. 2425 ได้รับบรรดาศักดิ์ครั้งแรกเป็นหลวงบริรักษ์โลหวิสัย และเป็นพระอัษฎงคตทิศรักษา ผู้ว่าราชการเมืองกระบุรี ก่อนจะได้รับการโปรดเกล้าฯ จากรัชกาลที่ 5 ให้ย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการเมืองตรัง และเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ซึ่งพระยารัษฎาฯ ได้ย้ายที่ตั้งเมืองจากควนธานีมายังกันตัง และเป็นผู้พัฒนาและสร้างความเจริญให้กับเมืองตรังในทุกๆ ด้าน ทั้งการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ การตัดถนน โดยเฉพาะถนนสายตรัง-พัทลุงที่ตัดผ่านเขาพับผ้า สร้างท่าเรือกันตัง ส่งเสริมการค้าขายกับต่างประเทศ และนำพันธุ์ยางพาราจากมาเลเซียมาปลูกเป็นแห่งแรกของภาคใต้และส่งเสริมให้ปลูกยางพาราจนเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน       

พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มีวิธีการบริหารปกครองแบบไม่มีใครเหมือน โดยใช้หลักเมตตาเหมือนพ่อที่มีต่อลูก เช่น ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามนโยบายก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก แต่การลงโทษนั้นให้เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนผู้นั้น เช่น ให้ไปทำนา เป็นต้น ชาวบ้านถือมีดพร้าผ่านมาก็จะขอดู ถ้าพบว่าขึ้นสนิมก็จะดุกล่าวตักเตือน แม้แต่ข้าราชการก็อาจถูกตีศีรษะได้ต่อหน้าธารกำนัลถ้าทำผิด หรือแม้กระทั่งดูแลให้ชาวบ้านสวมเสื้อเวลาออกจากบ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรังนาน 11 ปี ในปี พ.ศ. 2444 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต รับผิดชอบดูแลหัวเมืองตะวันตก ตั้งแต่ภูเก็ต ตรัง กระบี่ พังงา ตะกั่วป่า ระนอง และสตูล มีผลงานเป็นที่เลื่องลือไปถึงหัวเมืองมลายูและปีนัง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี แต่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ได้ปฏิเสธ จึงได้ทรงจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ซึ่งพระยารัษฎา ฯ ก็ได้ปฏิเสธไปอีกอย่างนิ่มนวล โดยขอเป็นเพียงสมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต เช่นเดิมต่อไป จากนั้นจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสายสะพายช้างเผือกชั้นที่ 1 และทรงถือว่าพระยารัษฎา ฯ เป็นพระสหาย สามารถห้อยกระบี่เข้าเฝ้าฯ โดยพระบรมราชานุญาตพิเศษ

                                              อ้างอิงจากสารานุกรมเสรี/วิกิพีเดีย