นับถือโดยสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ

 

อินเดียในสมัยมุสลิมเกิดมุมคิดมาจากความต้องการขยายดินแดนและอำนาจเพื่อแผ่ศาสนาอิสลามออกไป ดังนั้นความสงบสุขในชมพูทวีปจึงดำรงอยู่ไม่นาน เมื่ออาณาจักรมุสลิมต่าง ๆ ได้ก่อตัวขึ้นมาและทำสงครามรวมทั้งการรบพุ่งชิงอำนาจกันเองระหว่างกาหลิฟ

 พอแยกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มเผ่าชนชาวอิหร่าน ( เปอร์เซียเดิม ) กลุ่มเตอร์ก  และกลุ่มมองโกล ทั้ง 3 กลุ่มนี้ได้เข้ามาทำสงครามและทำลายล้างอู่อารยธรรมชมพูทวีป

 โดยเฉพาะกลุ่มชนชาวเตร์ก ( Turk )ที่เรียกผู้นำของตนว่าสุลต่านไม่ได้เรียกว่ากาหลิฟตามที่สืบทอดมาแต่เดิมนั้นได้ทำลายศาสนาพุทธอย่างถึงรากถึงโคนจนพุทธศาสนาต้องสูญสิ้นไปจากแผ่นดินอินเดีย  ช่วงที่มุสลิมเข้ามาอินเดียนั้นอยู่ในราว พ.ศ. 1544 เป็นต้นไป การปกครองของมุสลิมรุ่นแรกนั้นเรียกว่าสุลต่านแห่งเดลี

ในปี พ.ศ. 1716  มูฮัมหมัดแห่งฆูร์ ก็หันมาบุกรบอินเดียโดยใช้วิธีแบบสุลต่านมะหะหมัดแห่งฆาชะนีสมัยเมื่อ 200 ปีก่อนนั้นคือบุกมารบปล้นฆ่าเอาทรัพย์สินเงินทองไปทุก ๆ ปี

ต่อมามูฮัมหมัดได้เป็นใหญ่ทางอินเดียเหนือจัดการสะสางปัญหาต่าง ๆ เลยมอบให้แม่ทัพชื่อกุตุบ-อุด-ดิน ดูแลแทนตนเองจะไปรบด้านเอเชียกลางเมื่อเจ้านายคนนี้ตายไปแล้ว ในปี พ.ศ. 1749 กุตุบ-อุด-ดิน ก็ตั้งตนเป็นใหญ่ปกครองอินเดียนามราชวงศ์ทาส( mamluk )

เมื่อดูการปกครองของสุลต่านในอินเดียแล้วไม่ได้สืบต่อกันยาวนานเพราะมีการรบพุ่งแย่งชิงกันเองบ้างถึง 5 ราชวงศ์ ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารยธรรมในช่วงนี้คือ

การเข้ามาเผยแพร่ของศาสนาอิสลามแต่เน้นความสำคัญทางด้านการเมืองการทหารไม่เน้นหลักคำสอนศาสนาอิสลามตามสมัยที่อิสลามรุ่งเรืองในคาบสมุทรอาหรับ การนับถือศาสนาอิสลามของคนอินเดียจึงมีเหตุผลอยู่ดังนี้

1 . นับถือเพราะการเป็นผู้อพยพเข้ามาใหม่

2 . นับถือเพราะมีความสมัครใจและมีสถานการณ์บังคับให้นับถือ

3 . นับถือโดยสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ