ผมเป็นคนที่สมองบอดในทางศิลปะ ทั้งจาก nature และ nurture เมื่ออายุมากขึ้นจึงหมั่นฝึกฝนตนเอง หาทางให้ชีวิตได้ลิ้มสุนทรียรสจากศิลปะบ้าง ซึ่งก็ทำได้ไม่มาก อย่างมากก็ได้แค่ art appreciation
ต้นเดือนธันวาคม ๕๒ เพื่อนบ้านเอาศิลปะชิ้นงามมาฝากไว้ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ลูกสาวมาบอก และถามว่าจะเอาออกไหม ผมบอกว่าอย่าเอาออกให้เก็บไว้เป็นชิ้นงานศิลปะประดับหน้าบ้าน
เช้าวันเสาร์ที่ ๕ ธ.ค. ๕๒ หลังวิ่งออกกำลังนานเป็นพิเศษ ผมจึงนึกขึ้นได้ว่าน่าจะถ่ายรูปเอามาลงบันทึกไว้ แบ่งปันความงามของศิลปะในธรรมชาติ ที่เราสามารถได้รับโดยไม่ต้องเสียเงิน เป็นการให้ความรื่นรมย์แก่ตนเองแบบชีวิตที่พอเพียง
ในธรรมชาติมีความงามอยู่ทั่วไป เราสามารถชื่นชมได้โดยไม่ต้องเสียเงิน แต่ต้องฝึกตาฝึกใจฝึกผัสสะเปิดรับ ต้องแหวกม่านบังตาบังใจออกไป และต้องฝึกมองแบบแทงทะลุเข้าไปเห็นความงามในความธรรมดา โดยในขณะนั้นจิตต้องนิ่ง ไม่โดนความวุ่นวายมาบดบัง
ของแถม
เย็นวันที่ ๖ ธ.ค. ๕๒ อากาศเย็นสบาย ผมไมปนั่งอ่านหนังสือที่สนามหน้าบ้าน พลันตาเหลือบไปเห็น “ศิลปะในธรรมชาติ” อีกชิ้นหนึ่ง อยู่ที่โคนต้นปาล์มด้านทิศตะวันตกที่โดนแดดอ่อนตอนบ่ายแก่ๆ ผมรีบเอากล้องถ่ายรูปถ่ายไว้
ทำให้ระลึกถึงเมื่อหลายปีมาแล้ว ไปที่ไหนจำไม่ได้ ที่โคนต้นไม้มีราสีทองขึ้นทางทิศตะวันตกของต้น ตอนนั้นไม่สงสัยว่าถ้าเป็นราทำไมชอบแดด เพราะจริงๆ แล้วเชื้อราไม่ต้องการแดดในการสังเคราะห์แสง
แต่ที่บ้านผมเป็นสีเขียวอ่อนสวยงามมาก ผมเดาว่าเป็น ไลเค่นส์ คือมีทั้งราและสาหร่ายหรือแบคทีเรียสังเคราะห์แสงอยู่ด้วยกัน ใครมีความรู้ช่วยแนะนำด้วยว่าเป็นอะไร
วิจารณ์ พานิช
๕ ธ.ค. ๕๒
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
|
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |









เรียนอ.หมอ
แปลกดีค่ะ
เคยเห็นเพียงบางส่วนของซากงู แต่ภาพนี้ชัดเจน และออกจะสมบรูณ์ทีเดียว
ขออนุญาตนำภาพไปเรียนรู้ร่วมกับเด็กน้อยที่โรงเรียนค่ะ
จะแตกต่างจาก fossil ไหมคะ คาดว่าบทเรียนวันพรุ่งนี้น่าจะตื่นเต้นสำหรับเด็กค่ะ
ขอบคุณค่ะ