ปีใหม่ 2553 การผจญภัยกับสถานที่ใกล้ๆ ...
ก็ไม่ใช่ที่ใหนหรอก ป่าห้วยขาแข้งมรดกโลก จังหวัดอุทัยธานี (ประมาณ 70 กม.จากตัวเมืองอุทัยธานี)
ที่นี่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง.. รู้จักกันดีแต่ก็ไม่คิดจะไปเยือน! และก็เป็นคำถามค้างคาใจผมมาตลอดว่า
จะมาที่นี่ จะพักได้หรือเปล่า แล้วตอนกลางคืนล่ะ หากเกิดเหตุร้ายมีสัตว์มาทำร้ายล่ะ จะทำอย่างไร
???
จริงๆ มีคนถามหลายครั้งแล้ว ผมก็ให้ข้อมูลไม่ได้จนมาเมื่อกลางปีที่แล้วก็เลยได้ตัดสินใจเดินทางไปเพื่อหาข้อมูลนำมาบอกเพื่อนๆ (ผมเกิดที่อุทัยฯ)
การไปครั้งนั้นทำเอาทีมงานของผมซึ่งประกอบด้วยครอบครัวของเองและก็คุณแม่ กลัวกันทั้งรถ เพราะอะไร ก็อย่างงี้ครับ ผมขับรถเข้าไปจากอุทัยธานีไปอำเภอลานสัก โดยวิ่งตามป้ายบอกทางไป ไม่นานเราก็จะเจอกับทางแยกซ้ายคือทางเข้าป่าห้วยขาแข้ง ตรงกันข้ามกับทางเข้าจะเป็นวัดห้วยขาแข้ง
เราจะต้องเดินทางเข้าไปอีก 14 กม. มีทางลาดยางครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งเป็นทางดินฝุ่น จุดแรกเลย ก็จะมีด่านเสียสตางค์ค่าบำรุงเล็กน้อย
ตรงนี้แหละที่เป็นจุดเริ่มของทางดินฝุ่นล่ะ
วันนั้นผมก็ขับรถเข้าไป ก็ขับไปเรี่อยๆ เงียบ... พบคนสวนออกมา คนหรือสองคนเท่านั้น คล้ายกับเราวิ่งไปในป่าคนเดียว เหมือนหลงไปในป่า อย่างงัยอย่างงั้น จนทำให้เราจินตนาการไปต่างๆ นาๆ จนคิดไปว่าถ้ามีขโมยขโจนมาปล้น จะทำอย่างไร แย่เลยละมั้ง คนในรถก็ระทึก กลัวกันไปหมด พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า กลับเถอะยอด กลับเถอะพี่.. ไม่เห็นจะมีคนเลยมีแต่ป่า
ประกอบกับข้างทาง เค้าก็จะมีป้ายบอกให้ระวังช้าง ระวังสัตว์ ติดไปเป็นระยะ ยิ่งทำให้ต่อมความกลัวอักเสบใหญ่เลย
และสำคัญที่ควรมีสำหรับมือใหม่ แต่ไม่มี ก็คือ หลักกิโลที่บอกระยะว่าตอนนี้เราถึงใหนแล้ว ผมเองก็พยายามก็คิดว่า อีกหน่อยล่ะกัน อีกหน่อย พอหลายอีกหน่อย ก็มาถึงที่ทำการข้างใน และก็เริ่มได้เห็นรถของผู้มาค้างแรม ค่อยๆ เคลื่อนออกจากบริเวณที่ทำการกัน พวกผมค่อยโล่งใจ ทุกคนเริ่มหายใจหายคอกันได้
และจากนั้นเราก็ได้ไปชมสถานที่ต่างๆ กัน เช่น บ้านสืบ นาคะเสถียร จุดกางเต้นท์ และก็สอบถามถึงว่าที่นี่เค้าให้เราพักหรือไม่ มีสัตว์หรือไม่จากพี่ผู้หญิงชาวอุทัย ซึ่งเค้าก็ให้ข้อมูลเราอย่างดี มีมิตรไมตรีที่ดี
จากคราวนั้นก็ทำให้ในปีใหม่นี้ ผมก็ได้ตัดสินใจไปพักแรมกันที่นี่ ไปถึงเข้าจริงๆ วันนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนเลย เพราะมีพรรคพวกเยอะเลย


ไปที่ลานกลางเต้นท์ก็เต็มไปด้วยผู้คน สิ่งที่สัมผัสได้ก็คือ อากาศที่นี่ช่วงบ่ายสองนี่ ค่อนข้างร้อน หรือร้อนเลยล่ะครับ ต้องถอดเสื้อกลางเต้นท์กัน

จากนั้นพวกเราก็จัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยก็ได้ไปอาบน้ำอาบท่ากัน น้องที่มาด้วยชมว่าที่นี่ห้องน้ำสะอาดมาก และเจ้าหน้าที่ก็พยายามรักษาระเบียบอย่างดี ด้วยมารยาทที่อ่อนน้อม ก็ทำให้การพักแรมที่นี่ดูดี เป็นสัดส่วนสวยงามทีเดียว


ช่วงนี้เป็นเทศกาลทุกอย่างก็พร้อมเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ ผู้มาเยีอนก็สบายมาก เราก็สนุกสนานกันได้เต็มที่ และเมื่อพวกเราหลับกัน ในช่วงกลางคืนเราก็จะได้ยินเสียงสัตว์ร้อง เสียงนก ทำให้ได้รู้ซึ้งถึงความสมบูรณ์ของป่ามรดกโลกที่ร่ำลือกัน


และก็เป็นการรับรองตัวเองว่าเป็นผืนป่าที่มีสัตว์อยู่ค่อนข้างชุมทีเดียว เต็มอิ่มไปกลับธรรมชาติในอากาศที่นอนได้สบาย สดชื่น ค่อนข้างหนาว บรรยากาศแบบนี้ก็เป็นเสน่ห์แบบอุทัยธานีล่ะครับคือ ช่วงกลางวันร้อนกลางคืนจะเย็นมากๆ จึงทำให้ผมซึ่งเป็นคนอุทัยผิวค่อนข้างคล้ำไปหน่อย ..
ตื่นเช้ามาสดชื่น และก็เดินชมบรรยากาศไปเรื่อย

ได้ไปศึกษาชีวิตของสืบ นาคะเสถียร ผู้เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ ผมได้ศึกษาประวัติฯ ได้เห็นสถานที่ที่เค้าอยู่ สถานที่ที่เค้าทำงาน ทำให้เรารู้สึกเสมือนว่าอยู่ในวันที่เค้ามีชีวิตอยู่ได้อย่างไงอย่างงั้นเลย


ผมได้เริ่มต้นเดินจากตรงหน้าอนุสรณ์ของสืบ ที่เป็นรูปปั้น ขณะที่เดินไปสังเกตได้ว่าศิลปินที่เป็นผู้ปั้นเค้าแฝงนัยทางความคิด หรือความหมายที่ใส่ไว้ในงานศิลปะด้วยนะ เพราะอะไร ก็อย่างนี้ครับ ท่านสืบ ในชุดเดินป่าที่พร้อมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือครบถ้วน ในท่วงท่าที่มีสมาธิและจดจ้องกับทุกสรรพสิ่งที่รายล้อมเค้าอยู่ กำลังเก็บข้อมูล และเมื่อเรามองไปตามทางเดินที่จะเดินไป ศิลปินเค้าสร้างให้มีลักษณะคล้ายกับเวลาเราเดินบนก้อนหินบนผืนป่า ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไป และในแต่ละช่วงก็จะมีระดับที่ต่ำลงไปเรื่อยๆ และเล็กลงเรื่อยๆ จนไปบรรจบกัน ซึ่งทางนี้ก็คู่ขนานมากับเส้นทางที่เดินสบาย เรียบไร้ซึ่งความลำบาก ทั้งสองเส้นก็นำเรามายังบ้านพักและที่ทำงานของท่านสืบ และเราก็จะได้ทราบเรื่องราวต่างๆ ที่นี่ ถ้ำกลางบรรยากาศคล้ายกับวันที่ท่านอยู่
ผมและลูกได้นั่งพักและก็ชื่นชมกับธรรมชาติไปเรื่อย คุยกันเรื่อยเปื่อย พลันสายตาก็ได้เห็นกับกวางซึ่งหากินอยู่ ในที่..ที่สุดตาจริงๆ ตื่นเต้นไปกับบรรยากาศของป่าแท้ๆ สัตว์ตัวเป็นๆ

และก็ยังได้เห็นกลุ่มสัตว์ป่าที่เป็นสมาชิกของที่ทำการอีกด้วย มีประมาณ 7-8 ตัวเห็นจะได้ ค่อนข้างเชื่องทีเดียวครับ

อย่างงัยหากมีโอกาสก็แนะนำให้มาชื่นชมธรรมชาติดูนะครับ อ้อ หากคิดว่าจะหาที่สวยงามที่นี่คงไม่ใช่ที่แบบนั้นเพราะหากเป็นแบบนั้น ก็จะไม่เห็นบรรยากาศธรรมชาติที่แท้จริงหรอก จริงมั้ยครับ

เล่นน้ำในธารที่ไหลเอื่อยมาจากน้ำตกไซเบอร์อันแสนจะไกล..ผมจอดรถที่ตรงลานชั้นล่างสุด และเดินให้ลูกขี่คอมา เหนื่อยเอาการทีเดียว ได้ระยะทางเพียง 300 เมตร
และเมื่อถาม จนท.เค้าบอกว่าต้องไปอีกเพียง 700 เมตร ผมก็ว่าจะไปนะพร้อมกับถามว่ามีรูปให้ดูมั้ย สวยมั้ย จนท.ก็กรุณาครับ ชี้ไปยังที่พักก่อนขึ้นน้ำตกซึ่งที่นี่ติดรูปภาพเป็นไวนิล ภาพไม่ค่อยชัด แต่เมื่อดูก็พอจะทราบรูปร่าง ก็ต้องขอบคุณมานะที่นี้ด้วยนะครับ

เรียนคุณเพชร
ถูกต้องที่สุดแล้ว ที่คุณเลือกห้วยขาแข้งเป็นที่เพาะบ่มจิตใจของลูกคุณ เรื่องราวของคุณสืบ เป็นเรื่องราวของคนเกือบธรรมดาที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ผมรับราชการอยู่ที่ กศน.อุทัยธานี 4 ปีเต็ม ซึมซับเอาเรื่องเหล่านี้มาในความคิดของผมมากมาย ตอนอยู่อุทัย ถ้าผมมีโอกาสบรรยายให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณท์พื้นบ้านที่อยู่ภายใน กศน. ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวของคุณสืบ ผมจะเริ่มถามคนฟังก่อนว่า ขอให้ทุกคนคิดนะว่า คุณพ่อของเราเป็นใคร คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ คุณพ่อเป็นเกษตรกร ผมชมเชยว่าเก่งมากครับ ขนาดคุณพ่อเป็นเกษตรกร พวกเรายังรับราชการ เป็นถึง ซี 7 - 8 ย้อนกลับมาเรื่องคุณสืบ ถามว่าคุณพ่อของคุณสืบเป็นใคร หลายคนไม่รู้
คุณพ่อของคุณสืบเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด คนที่มีพ่อเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และตัวเองจบ ป. โท จากเมืองนอก จะเป็นอะไรก็ได้ในกรมป่าไม้ แต่คุณสืบเลือกที่จะเป็นตัวแทนของสัตว์ป่าทุกตัว ในป่าห้วยขาแข้ง นี่ละชีวิตลูกผู้ชายที่ชื่อ สืบ นาคะเสถียร ถ้าคุณเพชร ลองใช้สมาธิดี ๆ ขณะนั่งอยู่บนบ้านคุณสืบ คุณจะมีความรู้สึกคล้ายกับว่า คุณสืบยังอยู่บนบ้านหลังนั้น ผมชื่นชมคุณและครอบครัว ในความหมายที่คุณเป็นคนอุทัย ที่รักและให้ความหมายในความเป็นคนอุทัย
เป็น commentที่ประทับใจมากๆ ครับ
สวยมากมากดิฉันภูใจในบ้านเกิดของดิฉัน