ชื่อเรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน แบบการสอนซ่อมเสริม
วิชาฟิสิกส์ เรื่อง มวล แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ผู้วิจัย นางสาวอรุณรัศมี จันทพรม
ที่ปรึกษา ดร. มนูญ เพชรมีแก้ว
ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2552
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน แบบการสอนซ่อมเสริมวิชาฟิสิกส์ เรื่อง มวล แรง และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน วัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1). เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาฟิสิกส์เรื่องมวลแรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แบบการสอนซ่อมเสริมให้มีประสิทธิภาพ 80/80 2). เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้พัฒนาขึ้น 3). เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซ่อมเสริมวิชาฟิสิกส์ที่เรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบการสอนซ่อมเสริม และการเรียนแบบบรรยาย 4). เพื่อวัดระดับความพึงพอใจในการเรียนซ่อมเสริมวิชาฟิสิกส์ เรื่องมวล แรง และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบการสอนซ่อมเสริมที่ได้พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการเรียน วิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนนาดูนประชาสรรพ์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ทั้งหมด 5 ห้องเรียน จำนวน 50 คน ที่มีผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์เรื่องมวลแรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม จำนวนกลุ่มละ 25 คน โดยใช้วิธีการจับคู่ตัวอย่าง (Match Pair) เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีความรู้ความสามารถใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องมวล แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน แบบการสอนซ่อมเสริม 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 20 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าจำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ t-test (Independent Samples) ผลการวิจัยปรากฎดังนี้
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง มวล แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน แบบการสอนซ่อมเสริมมีประสิทธิภาพ 78.80/80.40 ซึ่งยอมรับได้ตามเกณฑ์ 80/80 โดยมีดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.66 นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลจากการวิจัยครั้งนี้พบว่า นักเรียนที่เรียนซ่อมเสริมจาก บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบการสอนซ่อมเสริม มีผลการเรียนรู้ดีกว่าการเรียนแบบบรรยาย
ต้องระวังนะครับ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นเครื่องมือสำหรับการศึกษาระดับปัจเจก เป็นเครื่องมือสำหรับตอบโจทย์ที่ว่า หากความสามารถแต่ละบุคคลต่างกัน การเรียนการสอนจะจัดการเช่นไร ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ "ช่วยสอน"
ดังนั้น จึงไม่ใช่เครื่องมือที่นำมาสอนพร้อมกันทั้งชั้นเรียน พิจารณาดีดีนะครับ
มิฉะนั้นจะหลงไปเล่นเครื่องมือ จนลืมทฤษฏีทางเทคโนโลยีการศึกษา
~ ขอบคุณค่ะ
ว้าววว !!!! คุณบีเวอร์เก่งจัง ^^
ทำได้ไงคะ เจ๋งจริง !!!
ถ้าเมืองไทยมีคนเก่ง ๆ แบบคุณบีเวอร์เยอะๆ ก็คงจะดีเน้อ .....
เราจะได้เป็นไทย เป็นประเทศไทยจริงๆ ซะที .......................
ดีครับ เป็นครูสอนวิชาฟิสิกส์ 15 ปีแล้วครับ
ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เด็กนักเรียนไม่เบื่อวิชาฟิสิกส์ครับ
ทำต่อไปนะครับเพื่อนักเรียน
~ ขอบคุณคะ คุณครูสุรเชษฐ ^^ สำหรับข้อคิดดีๆ
เป็นคุณครูมา 15 ปีแล้ว โฮ้!!!! ลูกศิษย์คงเยอะมากเลย
แล้วก็คงจารักคุณครูมาก ดูคุณครูเป็นคนใจดีเน้อะ ^^