การสร้างกำลังใจให้กับนักเรียนเพื่อให้เขามีความเชื่อมั่นในตนเอง

   บันทึกนี้ตั้งใจจะบันทึกส่งท้ายปีเก่า เป็นเรื่องเล่าก็ผมตั้งใจจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนชั้น ม.4/3 เป็นของขวัญปีใหม่ ทั้งๆ ที่เป็นชั่วโมงวิชาโลก ดาราศาสตร์ แต่ต้องยอมออกนอกกรอบหลักสูตร ไม่งั้นนักเรียนคงแข็งทื่อไร้ชีวิตชีวาแน่ สืบเนื่องมาจากผมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนห้องนี้แล้ว พวกเขายังไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แววตาไม่มีความมุ่งมั่นในการเรียน เคยตั้งใจจะแก้ปัญหามาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ติดกับโรงเรียนมีกิจกรรมเยอะเหลือเกิน ผมต้องใช้ความพยายามดึงนักเรียนกลับเข้ามาสู่บรรยากาศทางวิชาการหลายต่อหลายครั้ง

    วันนี้จึงตัดสินใจใช้ชั่วโมงเรียนจัดกิจกรรม อย่าสิ้นหวัง  กำลังใจ เพื่อให้นักเรียนรู้จักตนเอง คุณค่าของตนเอง มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความรักเพื่อน และผู้อื่น และมีกำลังใจที่จะเรียนหรือทำในสิ่งต่างๆ อย่างมีเป้าหมาย

 

         

  

   ก่อนเริ่มกิจกรรมผมก็แจ้งให้นักเรียนทราบถึงเหตุผลที่จัดกิจกรรมนี้ให้นักเรียนทราบอย่างคร่าวๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย บอกให้นักเรียนทำจิตให้ว่างพร้อมที่จะเปิดพื้นที่การเรียนรู้ พูดคุยกับนักเรียนจนคิดว่านักเรียนมีความพร้อมแล้ว  ผมก็เริ่มให้นักเรียนฟังเพลงหวังดี เป็นเพลงที่ให้กำลังใจระหว่างเพื่อน ให้กำลังใจในการต่อสู้ชีวิตที่เพื่อนมีความรัก ความเอื้ออาทรให้  เนื้อเพลงมีความหมาย งดงาม โดยท่อนฮุก ..แม้สองตาจะมองหาดาว  แต่สองเท้ายังก้าวติดดิน อยู่ใกล้ไกลวันใดที่เธอได้ยิน บทเพลงนี้ส่งความหวังดีมาด้วย..(อย่าสิ้นหวังสิ้นกำลังใจ)

   ภายหลังจากนักเรียนที่ฟังเพลงจบผมก็ให้นักเรียนเขียนถ่ายทอดความรู้สึกตามประเด็นที่ตั้งไว้ก่อนที่จะฟังเพลง ได้แก่

  • ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอย่างไร

  • ให้ระบุประโยค วลีหรือคำที่โดนใจ

  • นักเรียนได้เรียนรู้อะไร

  • นักเรียนคิดว่าตนเป็นคนอย่างไร มองตนเองมีคุณค่าหรือไม่อย่างไร 

  ผมสังเกตนักเรียนหลายคนกังวลไม่มั่นใจที่จะเขียน ผมบอกกับนักเรียนว่า ครูไม่มีคะแนนให้ ขอให้เขียนตามที่นักเรียนอยากเขียน ไม่มีผิดมีถูก หลังจากนั้นเมื่อนักเรียนเขียนเสร็จผมจึงจัดโต๊ะให้นักเรียนนั่งล้อมวงเป็นรูปตัวยู เพื่อให้นักเรียนเล่าเรื่องตามประเด็นที่ตนเขียนให้เพื่อนๆ คนอื่นฟังทีละคน  คนที่ฟังให้จดบันทึกเฉพาะคำสำคัญที่เพื่อนแต่ละคนพูดโดนใจของตน ผมคอยให้กำลังใจนักเรียนบ่อยครั้งเพราะนักเรียนหลายคนไม่กล้าที่จะพูด บางคนต้องข้ามลำดับ ก็ยืดหยุ่น

 

              

 

   สิ่งที่ผมแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดคือ เห็นการเล่าเรื่องทั้งน้ำตาที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งคิดถึงเพื่อนที่ลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว ซึ่งตนเคยทะเลาะกัน จนทำให้เพื่อนต้องย้ายห้องเรียน ผมถามเธอว่า ได้ไปปรับความเข้าใจกับเพื่อนหรือยัง เธอบอกว่าไปคืนดีกันมาแล้ว แต่เธอเสียใจที่ปัจจุบันนี้เพื่อนคนนั้นลาออกโรงเรียนไปแล้ว

   ...มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งบอกว่าตนไม่มีคุณค่า เพราะเรียนไม่เก่ง มีคนดูถูก ผมต้องให้แนวคิดในการมองให้คุณค่าในตนเอง(self esteem) 

   ...มีนักเรียนชายคนหนึ่งเล่าว่าฟังเพลงนี้แล้วทำให้คิดไกลอยากเป็นรัฐมนตรี

   ...นักเรียนหญิงคนหนึ่งเล่าว่ามีกำลังใจ ทำให้ชีวิตไม่ท้อหมดความหวังที่กำลังจะทำในวันข้างหน้า และยังมีคนที่รอดูความสำเร็จนั้น คือ พ่อ-แม่ และคนอื่นอีกมากมาย

   ...นักเรียนหญิงอีกคนหนึ่งเล่าได้ข้อคิดว่า โลกใบนี้มีอะไห้น่าค้นหาอีกมากมาย เราต้องเข้มแข็ง

   ...นักเรียนชายคนหนึ่งเล่าว่าทำกิจกรรมนี้แล้วได้คิด ได้ความใจเย็น ได้ผ่อนคลาย

   เมื่อนักเรียนเล่าจบผมก็นำคำพูดกระโดนใจของนักเรียนแต่ละคนที่เล่าสะท้อนให้นักเรียนแต่ละคนฟัง ซึ่งบอกให้นักเรียนทราบว่าครูตั้งใจฟังนักเรียนทุกคนพูด

   ก่อนปิดกิจกรรมผมให้ตัวแทนนักเรียนชาย-หญิง อย่างละ 2 คน กล่าวถึงสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้  ผมเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่จะเกิดภายหลังกิจกรรม และผมก็เห็นว่านักเรียนของผมกล้าที่จะลุกขึ้นแสดงความรู้สึกอย่างมั่นใจ แม้บางคนอาจจะช้า แต่ผมก็ไม่ได้เร่งให้เขาจัดการตนเอง ช่วงนี้สิ่งที่ผมประทับใจมากคือมีนักเรียนชายคนหนึ่งที่ก่อน และขณะดำเนินกิจกรรมขี้อายมาก ตอนท้ายเขากลับกล้าหาญลุกขึ้นด้วยความมั่นใจที่กล่าวถึงการเรียนรู้  ที่เกิด

   ผมกล่าวสรุปถึงการรู้จักตนเอง การเคารพในคุณค่าของตนเอง การมีกำลังใจจากตนเอง และผู้อื่น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เรามีความมั่นใจในตนเอง มีเป้าหมายในการเรียนมีพลังในการต่อสู้กับปัญหาอุปสรรค

   ผมหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยกระตุ้น-กระตุก ให้นักเรียนของผมมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีแววตาที่มีพลังได้ขึ้นมาบ้าง ซึ่งผมคิดว่ากิจกรรมเหล่านี้จำเป็นที่เราควรสร้างเสริมให้นักเรียนควบคู่ไปกับการเรียนเนื้อหาสาระตามหลักสูตร

 

              

 

   ...สวัสดีปีใหม่สมาชิกชาว G2K ทุกท่านครับ