ชื่อเรื่อง สีบสานวิธีการทำบั้งไฟ
ผู้เสนอโครงงาน
นาย ชาญวิช ปินะทาโน
นาย พันธวัฒน์ กมลสุวิชาญ
นาย เทพพิทักษ์ คำมะเริง
นาย อนุรักษ์ รักพินิจ
นาย วิเชียร เครือผือ
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
นางสาวศิริพร วีระชัยรัตนา
ข้อมูลของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะศึกษา
วิธีการทำบั้งไฟแบบพื้นบ้าน
จุดประสงค์
1. เพื่ออนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของชาติไว้มาให้สูญหาย
2. เพื่อศึกษาวิธีการทำบั้งไฟจากคนรุ่นเก่า
3. เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน
4. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและวิธีการทำบั้งไฟต่อผู้ที่สนใจ
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
บ้านหลุ่งประดู่เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่มีประเพณีบุญบั้งไฟสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ขณะนี้การทำบั้งไฟที่ใช้ในการประกอบพิธีบุญบั้งไฟกำลังจะเลือนหายไปเนื่องจากไม่มีการเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้วิธีการทำบั้งไฟวิธีการทำบั้งไฟจึงค่อยๆเลือนหายไป กลุ่มของกระผมจึงศึกษาหาข้อมูลในภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อมาเผยแผ่ให้ผู้คนทั่วไป ได้รับรู้ภูมิปัญญาและประเพณีของชาวบ้าน ซึ่งการทำบั้งไฟ ได้คำแนะนำจาก นาย บุญเลิศ จุปมัจถา และเป็นการศึกษาข้อมูลที่นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ทำให้ผู้ศึกษาได้รับความรู้ไปด้วย
วิธีดำเนินการ
ศึกษาการทำบั้งไฟ โดยการสอบถามข้อมูล จากนายบุญเลิศ จุปมัจถา ณ บ้านหลุ่งประดู่ แล้วรวบรวมข้อมูลและขั้นตอนในการทำบั้งไฟ จากนั้นทดลองทำบั้งไฟตามขั้นตอนที่ได้ศึกษามาและสุดท้ายนำข้อมูลลงในเว็บ Gotoknow
อภิปราย ประโยชน์ ข้อเสนอแนะ
กาทำบั้งไฟเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่เก่าแก่ไว้ไม่ให้สูญหาย และยังเป็นการเรียนรู้วิธีการทำบั้งไฟจากคนรุ่นเก่าเพื่อสืบสานเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป
การประเมินโครงงาน
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ งานกลุ่มมีประโยชน์มีความเป็นจริง ความถูกต้องเนื้อหามีการศึกษาและลงมือปฎิบัติอย่างถูกต้องและมีแหล่งข้อมูล
สืบสานวิธีการทำบั้งไฟ เป็นความคิดทีดี
เพราะเป็นการสืบสานประเภณีและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของไทยไว้
ประเพณีเก่าแก่กำลังจะหายไปโปรดช่วยกันรักษา...
เดก่ส่สฟวดอป้วหฟใ