ระบบการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้นั้น กล่าวได้ว่ามีทั้งความโดดเด่นและเป้าหมายที่ชัดเจน ว่ากันว่าการบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้นั้นเป็นการบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาที่มีประสิทธิภาพแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา ซึ่งประสบความสำเร็จแบบรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารและจัดการสถานศึกษา การบริหารและการจัดการบุคลากรผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และด้านการผลิตบัณฑิต
ท่ามกลางการแข่งขันในยุคธุรกิจการศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆไม่ได้แข่งขันกันเองเพียงแค่ในประเทศ แต่ยังแข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วทวีปเอเชีย และทั่วโลก และในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยของประเทศเกาหลีใต้ทั้งหลายต่างได้รับความนิยมในการเข้าศึกษาต่อจากทั้งคนเกาหลีใต้และคนต่างชาติในระดับที่สูง และมีผลสัมฤทธิ์ทางการบริหารและการศึกษาอยู่ในระดับแนวหน้าร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายๆแห่งของโลก
และไม่ใช่เพียงแค่ประสบความสำเร็จในมิติด้านวิชาการเพียงเท่านั้น ความโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับจากสังคมโลกอีกประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยของประเทศเกาหลีใต้นั้นก็คือ การบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และดำเนินการด้วยความร่วมมือกันของคนทั้งชาติ ในการที่จะพัฒนาคนของชาติให้มีความรู้และทักษะปฏิบัติที่เป็นเลิศ และมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการสืบทอดคุณธรรมของชาติให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ คุณธรรมที่ว่านั้น ได้แก่ ความรู้สึกรักชาติ ความรู้สึกอดทนและต้องการต่อสู้ฝ่าฝันให้พ้นจากความยากลำบากที่เคยประสบมาในอดีตเพื่อที่จะก้าวไปยืนอยู่ในแถวหน้าของเวทีการแข่งขันระดับสากล
หากลองย้อนมองดูการบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาในประเทศไทย ในระดับอุดมศึกษา ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีจุดยืนในการสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจแก่ประเทศชาติอย่างชัดเจน เป้าหมายของมหาวิทยาลัยทั้งหลายในประเทศไทยสอดคล้องกับจุดยืนดังกล่าวของประเทศ การบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาจึงให้ความสำคัญเน้นลงไปที่การผลิตบัณฑิตในปริมาณที่มากให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้มีทักษะในแขนงวิชาชีพต่างๆหลากหลายสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ และป้อนทรัพยากรบุคคลเหล่านั้นเข้าสู่ระบบการค้าธุรกิจ ระบบอุตสาหกรรมซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติให้มั่งคั่งร่ำรวยและเจริญก้าวหน้า หากแต่ประเทศเกาหลีใต้เห็นแตกต่างและมองว่า ความมั่งคั่งร่ำรวยและเจริญก้าวหน้าโดยไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้สึกรักชาติและไม่ได้ตั้งอยู่บนเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกันของคนทั้งชาติ จะเป็นความมั่งคั่งร่ำรวยและเจริญก้าวหน้าต่อกลุ่มบุคคลเฉพาะกลุ่มเพียงเท่านั้น และไม่สามารถนำพาประเทศชาติเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกเพื่อชิงชัยความเป็นที่หนึ่งมาได้ การบริหารและจัดการทางด้านการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้นั้น จึงเน้นที่การประสานความร่วมมือของคนทั้งชาติ ทั้งภาครัฐบาล ภาคเอกชน ภาคประชาชน โดยมีเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกันและตั้งวิถีการดำเนินการอยู่บนการพึ่งพาและช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยมีคุณธรรมความรู้สึกรักชาติและการดำเนินชีวิตเพื่อส่วนรวมเป็นเข็มทิศนำทาง
EWHA WOMANS UNIVERSITY หนึ่งในห้าของมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมชาติ
การบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาของชาติที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้าดังกล่าวข้างต้น นำไปสู่แนวทางการปฏิบัติของทุกภาคส่วนในสังคม เมื่อคณะดูงานจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์เดินทางถึงประเทศเกาหลีใต้ในเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 คณะได้เดินทางทันทีเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหนึ่งในห้าของมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมชาติ นั่นคือมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY)
มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) ไม่ได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัยสำหรับผู้หญิงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้เท่านั้น แต่เป็นมหาวิทยาลัยผู้หญิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีวิทยาเขตทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก กว่าจะกลายมาเป็นสถาบันอุดมศึกษาสำหรับผู้หญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในประเทศเกาหลีใต้และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกดังเช่นทุกวันนี้ มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) ในตอนแรกเริ่มต้นจากการเป็นเพียงโรงเรียนสำหรับเด็กผู้หญิงเท่านั้น โดยเปิดสอนเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปีค.ศ.1886 และได้พัฒนาก้าวหน้า และเปิดเป็นวิทยาลัยสำหรับผู้หญิงในปีค.ศ. 1910 และที่สุดได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลีให้บริหารและจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของมหาวิทยาลัย โดยเริ่มทำการการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกสำหรับผู้หญิง ตั้งแต่ปีค.ศ. 1945เป็นต้นมา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติที่ถูกจัดตั้งอย่างเป็นทางการแห่งแรกของประเทศเกาหลีใต้ด้วย
ภาพแรกของมหาวิทยาลัยที่ปรากฎตรงหน้าผม คือภาพของมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ มีระบบการขนส่งและการจราจรภายในมหาวิทยาลัยที่ดีเยี่ยม ทั้งคนและรถสามารถเดินทางสัญจรภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย และที่ตระการตาเป็นที่สุด ได้แก่ อาคารเรียนกระจกใสซึ่งถูกสร้างเป็นชั้นลดระดับตามความชันของเนินเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมที่ทันสมัยสอดคล้องกลมกลืนเข้ากับสภาพภูมิศาสตร์ของเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ราบสลับกับเนินเขาจำนวนมาก ถือเป็นศิลปะประยุกต์ที่สะท้อนถึงความเจริญทั้งทางด้านวัตถุและสติปัญญาของชาวเกาหลีใต้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนั้น เมื่อลองดูไปยังประวัติความเป็นมาเป็นไปของมหาวิทยาลัย ก็สามารถพูดได้ว่ามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) นั้นไม่ธรรมดา เพราะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเคียงคู่กับการสร้างคนเพื่อสร้างชาติของประเทศเกาหลีใต้มานานกว่าร้อยปี (คล้ายกับวิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิของเรา) ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) ตั้งอยู่ที่ 11-1 Daehyundong, Seodaemungu, Seoul, Korea 120-750 กลางเมืองโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ ชื่อ “อีฮวา (EWHA)” นั้นมีความหมายหมายถึง ดอกของต้นแพร์(Pyrus) สื่อถึงความงดงามและคุณค่าของสตรีเพศ และแน่นอนถือเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยด้วย
มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) ถูกจัดเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้อันดับที่ห้า ที่มีชื่อเสียงในด้านการจัดการเรียนการสอนโดยตั้งอยู่บนหลักการเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยมุ่งเน้นเรื่องการยกระดับสิทธิของสตรี กระตุ้นให้สังคมโลกให้โอกาสแก่ผู้หญิงในการศึกษา การทำงานและก้าวเป็นบุคคลแนวหน้าของประเทศเพื่อทำประโยชน์แก่ชาติ มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) มีประวัติที่เป็นที่หนึ่งหรือเป็นผู้บุกเบิกในหลายๆเรื่องของชาติ อาทิเช่น เป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตแพทย์หญิงที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกทางด้านการแพทย์คนแรกของประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ “เฮเลน-คิม (Helen KIM)” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นอธิการบดีชาวเกาหลีใต้คนแรกของมหาวิทยาลัยด้วย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ผลิตนักกฎหมายหญิงคนแรกของประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ “ไทยัง-ลี (Tai-Young LEE)” ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาหญิงคนแรกของศาลสูงประเทศเกาหลีใต้ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่มีบัณฑิตหญิงที่จบการศึกษาออกไป และเธอผู้นั้นได้ก้าวสู่การทำงานด้านการเมืองจนประสบความสำเร็จในอาชีพ กระทั่งสามารถดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศเกาหลีใต้ได้ในที่สุด เธอผู้นั้นคือ “เมียนซุก-ฮัน (Myeong-Sook HAN)” นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศเกาหลีใต้และเป็นบัณฑิตที่สร้างชื่อเสียงแก่มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) ที่สุดและเป็นศิษย์เก่าที่กลับมาสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) อย่างมากมายคนหนึ่งด้วย
ด้วยความเชื่อถือและไว้วางใจในศักยภาพการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพจากสังคมทั้งในประเทศเกาหลีใต้และต่างประเทศดังที่ได้กล่าวไว้ตอนต้น ทำให้แต่ละปีการศึกษามีจำนวนผู้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) จำนวนมากในสาขาวิชาต่างๆ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยอีฮวา (EWHA WOMANS UNIVERSITY) เปิดสอนในระดับปริญญาตรี กว่า 11 คณะ และกว่า 65 สาขาวิชา ได้แก่
College of Liberal Arts
College of Social Sciences
College of Engineering
College of Natural Sciences
College of Arts (Music/Fine Arts/Design)
College of Law
College of Pharmacy
College of Education
College of Business Administration
College of Health Sciences
Scranton College (Honors Program, International Studies)
และเปิดสอนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกกว่า 12 วิทยาลัย ได้แก่
The Graduate School of International Studies
The Graduate School of Translation and Interpretation
The Graduate School of Social Welfare
The Graduate School of Business
The Graduate School of Medicine
The Graduate School of Education
The Graduate School of Design
The Graduate School of Theology
The Graduate School of Policy Sciences
The Graduate School of Music in Modern Media
The Graduate School of Clinical Health Sciences
The Graduate School of Clinical Dentistry
ภายหลังได้รับอิสรภาพจากการถูกปกครองโดยประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1945 และภายหลังสงครามภายในประเทศที่ยืดเยื้อยาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 1950-1953 สงบลง คนเกาหลีใต้ต้องการฟื้นฟูประเทศและพัฒนาชาติของตนไปสู่การเป็นประเทศเกาหลีใต้โฉมหน้าใหม่ที่ทันสมัยและมีความแข็งแกร่ง ซึ่งแน่นอนการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พัฒนาไปสู่ฝันนั้นได้ ภาครัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชนจึงจับมือ ร่วมมือร่วมใจกันอย่างมาก รัฐบาลพยายามสนับสนุนสถาบันการศึกษาทั้งหลายในประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าสามารถยืดหยัดสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาชาติ ภาคเอกชนหยิบยื่นความช่วยเหลือด้านเงินลงทุน ทั้งทุนสนับสนุนการวิจัย อาคารสิ่งก่อสร้างเครื่องไม้เครื่องมือทางการศึกษา (ดังเช่น SAMSUNG HALL ที่มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ได้รับการสนับจัดสร้างจากกลุ่มธุรกิจซัมซุงเพื่อให้ใช้ทำประโยชน์ในการจัดการเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชนและสังคม) ส่วนภาคประชาชนเองก็พยายามที่จะมีบุตร และทำทุกวิถีทางที่จะให้บุตรหลานของตนทุกคนมีการศึกษาที่ดีที่สุดไม่ว่าพ่อแม่จะต้องทำงานหนักลำบากแค่ไหนก็ตาม ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนตั้งอยู่บนคุณธรรมความรู้สึกรักชาติ และตั้งอยู่บนอุดมการณ์อันเข้มแข็งที่ว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะพลิกฐานะและสถานภาพของชาวเกาหลีใต้ให้ก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่งได้
7 กุญแจที่ไขประตูให้การบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้ สู่ความสำเร็จ ที่ไม่ว่าประเทศใดในโลกนี้ก็ตามหากดูเป็นต้นแบบ ก็น่าจะสามารถนำไปประยุกต์ปรับใช้เข้ากับการบริหารและจัดการทางด้านการศึกษาของชาติตนเอง และสามารถประสบความสำเร็จเฉกเช่นประเทศเกาหลีใต้ได้เช่นกัน 7 กุญแจที่ว่านั้นก็คือ
1. มองเห็นความสำคัญของการบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาของชาติ
2. ตระหนักถึงประวัติศาสตร์ที่ยากลำบากและมีใจที่จะก้าวเดินให้พ้นความยากลำบากนั้น
3. มีนโยบายพัฒนาการศึกษาของชาติซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่เข้มแข็ง
4. เพิ่มขีดความสามารถให้กับสถานศึกษาของชาติ
5. ร่วมคิดร่วมทำด้วยกันทุกภาคส่วนของสังคม
6. หวังผลและอำนวยผลประโยชน์จากการบริหารและการจัดการทางด้านการศึกษาของชาติเพื่อส่วนรวม
และสุดท้าย 7. อดทนต่อสู้ฝ่าฝันโดยมีความเป้าหมายอยู่ที่เวทีการแข่งขันระดับสากล
ขอบคุณข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ...สุขสันต์ทุกวันคืนครับ
สวัสดีครับ คุณเสียงเล็กๆ فؤاد
ขอให้ปีพ.ศ.2553 เป็นปีที่มีความสุขมากๆนะครับ
สวัสดีปีใหม่ครับคุณเสกสรร
"ขอให้มีความสุขใจสบายกายตลอดไปนะครับ"
สวัสดีครับ พี่ภูมิปัญญาตกกระแส
ขอให้มีความสุขใจสบายกายตลอดไปเช่นกันครับ
ถ่ายทอดความคิดได้ลึกซึ้ง.. ชื่นชมมาก.. ขอบคุณค่ะ.. มีความสุขมากๆ ค่ะ..
สวัสดีครับคุณ Moon smiles on Venus&Jupiter
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ