วันที่หัวใจสะอื้น

1.

ทุกวันนี้เราเคยร้องไห้เพื่อคนอื่นบ้างไหม

ไม่ว่าจะเป็นร้องไห้ในความสงสาร

หรือร้องไห้กับความปลาบปลื้ม

 

2.

คนตาบอดที่ป้ายรถเมล์คนนั้น

ตาด้านซ้ายถูกเปลือกตาปิดทับลม ไม่มีช่องหใมองเห็นแสงสว่าง บอดสนิท

ตาด้านขวานัยตาดูพร่ามัว ขุ่น แทบมองไม่เห็น

สภาพภายนอกร่างกายคล้ายคนออทิสติก

มือทั้งสองข้างคอยขยับขึ้นลงตลอดเวลา

ปากก็พูดพร่ำเพ้อแทบจับไมได้ศัพท์

แต่เขาก็ยังคงทำหน้าที่ของเขา ณ ใต้ต้นไม้ป้ายรถเมล์

ทุกครั้งที่เสียงเหรียญกระทบขัน

เขาจะรีบเก็บเหรียญใส่กระเป่าสะพายไว้

เป็นอย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แค่เพียงห้านาทีที่ฉันยืนมองเขา

หัวใจฉันสะอื้น

 

3.

ในหนังสือเรื่องหนึ่งของหนุ่มเมืองจันทร์พูดถึงนักวิ่งหนุ่มคนหนึ่ง

ย้อนไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

นาย จอห์น สตีฟ อัควารี

นักวิ่งมาราธอนจากประเทสแทนซาเนีย

หลังจากที่ถูกปล่อยวิ่งออกจากจุดสตาร์ทในสนาม

ใช้ระยะทางในการวิ่ง 40 กิโลเมตร

เวลาผ่านไปพิธิมอบเหรียญรางวัลสิ้นสุดลง

คนดูในสนามเริ่มทยอยกันออก

ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาในสนาม

 

อัควารีวิ่งเข้ามาในสภาพที่หมดแรงแล้วเท้าบาดเจ็บเป็นแผล

พลันคนดูที่หลงเหลืออยู่ในอัฒจรรย์ลุกขึ้นปรบมือให้กับเขา

เสียงปรบมือในสนามดังกึกก้องเพื่อให้กำลังใจ

หลังจากวันนั้นมีคนไปสัมภาษณ์อัควารีว่า

ทำไมไม่ถอนตัวออกไปจากการแข่งขัน

จอห์น สตีฟ อัควารี ตอบว่า

“ประเทศส่งผมมาทำหน้าที่วิ่งเพื่อชาติ

หน้าที่ของผมคือการออกวิ่งจากจุดสตาร์ทและวิ่งกลับเข้าเส้นชัย”

อัควารีทำหน้าที่นั้นได้ดีที่สุดจริงๆ

อ่านหนังสือจบ

หัวใจฉันสะอื้น

ความรู้สึกเศร้าและตื้นตันเกิดขึ้นในเวลาไล่ๆ กัน

 

3.

ถึงแม้ว่าคนทั้งสองจะไม่ใช่คนรู้จักของฉัน

แต่พวกเขากลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกฉัน

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้ให้กับคนทั้งหมดในโลกไม่ได้

แต่เรายังคงสร้างสถานะของความเป็นผู้ให้ได้เสมอ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย

“กำลังใจ” คือ สิ่งที่ทุกคนต้องการ

หากหมด “กำลัง” อย่าว่าแต่ “ใจ” เลย

กายก็พอจะหมดแรงไปด้วย

หากเราร้องไห้เพื่อคนอื่นเป็น ต้องร้อง ให้ เป็นด้วย.