สวัสดีครับทุกคน
วันว่างๆของผมคงเหมือนคนทั่วไปในป่าคอนกรีตคือ เดินที่ห้างบ้าง ไปดูหนังบ้าง และก็มีความสุขกับการปลูกต้นไม้ที่ระเบียงของตัวเอง ทั้งบัลลังค์ทับทิมที่กำลังคลี่ใบสีแดงสด หรือ ต้นเฟริ์นตีนตุ๊กแกที่กำลังออกเป็นพุ่มเขียวสวยงาม เมื่อผมเอาน้ำไปรดต้นไม้ของผมผมสุขใจแม้มันจะพูดไม่ได้กับผมแม้สักคำ และที่เหนืออื่นใดที่นอนนุ่มๆของผมเมื่อยามเหนื่อย เพราะมันพร้อมที่รองรับร่างกายผมเมื่อผมล้าและหมดแรงเสมอไม่มีทางบ่น เพราะการงานที่เข้ามาทดสอบและท้าทายเราในแต่ละวันให้ก้าวผ่าน

เรื่องที่ผมจะแบ่งปันต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ผมไปดูหนังมาเรื่องหนึ่งที่พากษ์ก็เป็นภาษาอังกฤษและเป็นแอนนิเมชั่น animation อาศัยเอาว่ามีแปลเป็นไทยและศัพท์ภาษาฝรั่งบางตัวก็พอฟังออกบ้าง เรื่องนั้นก็คือThe christmas carol อาถรรพ์วันคริสต์มาส เพราะเห็นชื่อเรื่องแล้วน่าจะสนุกดีและแปลกและเป็นเรื่องที่แต่งโดยชาร์ล ดิคเคน แต่บัตรแพงพอสมควรตั้ง 250 บาท แต่เพราะความอยากดูจึงปรี่เข้าไป ที่ไหนได้ปรากฏว่าในโรงหนังนั้นปรากฏคนดูแค่ 10 คน เอาผมแปลกใจพอสมควรนี่ขนาดเป็นหนังคริสต์มาส แต่ตรงกันข้ามหนังเรื่องแหยมหรืออะไรประมาณนี้บัตรเต็ม อะไรจะขนาดนั้นป้าดๆ
เนื้อเรื่องของหนังค่อนข้างแปลกและมีวิธีการเล่าเรื่องที่ดี เพราะเอาผลมาก่อนจึงไปหาเหตุ เรื่องเปิดด้วยชายแก่ขี้งกผู้เป็นตัวเอกของเรื่องผู้ที่ขี้งกจนจับใจ และมีแต่ความเห็นแก่ตัวแม้เพียงเพนนีเดียวก็ไม่ให้หลุดจากกระเป๋า เขาเมินวันคริสต์มาสเพราะบอกว่าเป็นวันคนขี้เกียจหาเรื่องหยุด แม้แต่เลขาคนสนิทเขาหยุดวันนั้นเขาบอกเลขาว่า
.jpg)
-คุณคิดว่าคุณยุติธรรมกับผมเหรอที่หยุดวันดังกล่าว
-เลขาตอบว่า นายท่านแม่เพียงสักครั้งใน 1 ปี ที่ผมจะได้อยู่ใกล้ลูกเมีย
แต่เรื่องไม่จบดังนั้น เมื่อชายแก่เดินกลับบ้านเขาได้อยู่บนที่นอนและโดนรบกวนโดยวิยยาเพื่อน และที่สำคัญที่สุดวิญญาณแห่งคริสต์มาสในแต่ละปี ที่พาเขาย้อยไปหาความสำคัญและศรัทาวันคริสต์มาส ของเขาที่สูญหาย ชายแก่ย้อนไปตั้งแต่วัยเด็กที่ลำบากของเขา และก้าวมาสู่ช่วงหนุ่มแห่งการเป็นเสมียนและหมางเมินความรักไป ทั้งที่เขาปารถนา และช่วงที่พลิกเปลี่ยนมุมคิดของเขาคือวิญญาณคริสต์มาสตัวสุดท้าย ที่สาปเขาให้เขาตายกลายเป็นวิญญาณจะได้รู้ว่า ขณะนี้คนทุกคนคิดกับเขาเช่นไร
- เลขาและครอบครัว "คุณยังไม่กลับมาอีกเหรอเจ้านายวายร้ายของคุณเราขอให้พระเจ้าลงโทษ ภรรยากล่าว แต่เลขาบอกว่าอย่าเลยขอให้อวยพรเขา แม้ลูกน้อยของเราได้จากเราไปแล้วในวันนี้"
- หลานของตาแก่ "คุณรู้ไหมตัวอะไรที่น่ากลัวที่ดในเมืองนี้ ก็ลุงของผมไง"
- แม่บ้าน "ตาแก่นั่นตาละ ฉันขโมยมุ้งเขามาและที่นอนเขาเราจะได้นอนอุ่นๆเสียที ตาแก่นั้นมีโรคร้ายอะไรหรือเป่า สามีแม่บ้านกล่าว"
เขามองย้อนเห็นทุกคนที่คิดต่อเขา และเขาได้ขอร้องวิญญาณแห่งคริสต์มาส ว่าหากเขาได้โอกาสอีกสักครั้งเขาคงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่มีคำตอบจากวิญญาณดังกล่าว แต่วิญญาณทำให้เขาหลับไปอีกครั้งแล้วตื่นขึ้นมาใหม่ เขาตื่นมาอีกครั้งพร้อมจับตัวเองและดีใจนี่เรายังไม่ตายเหรอ เรายังมีโอกาสเหรอ แล้วเขาเองก็เปลี่ยนไปให้ทานมากขึ้น มีความปราณี มีการช่วยเหลือเกื้อกูลมากขึ้น จากตาแก่ผู้ขี้งก กลายเป็นผู้โอบอ้อมอารีย์ของชาวเมืองตลอดไป
นี่เป็นหนังที่ผมดูและสรุปให้ทุกคนฟังจนจบครับ ผมได้ข้อคิดพอสมควรจากหนังเรื่องนี้ และก็ตั้งคำถามเล่นกับหนังเรื่องนี้ไปเหมือนกัน
ความคิดผมคือ
คนทุกคนเมื่อถึง ณ จุดหนึ่งสามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจุดนั้นจะเป็นจุดที่ดีหรือแย่ แต่มองกลับไปก็ต้อมมองให้เห็นว่าเพราะอะไรจึงเป็นเช่านั้น อยากตาแก่ตัวเอกของเรื่องมีประวัติที่ฝังใจเรื่องการต่อสู้ความจนของตนเองจึงทำให้เป็นคนเช่นนั้น เป็นต้น ผมคิดว่าถ้าจะมาทำดีทุกคนทำได้ หรือจะให้อะไรก้ให้ได้ ไม่ต้องเดี๋ยว เพราะคำว่าเดี๋ยวจะหยุดทุกอย่างลง
คำถามของผมที่เกิด
1. เพราะอะไรการที่คนจะเปลี่ยนต้องมีประโยชน์มาด้วยหรือ (อาทิตาแก่ที่ได้ชีวิตต่อไป)
2. เงินมีความสำคัญมากแล้วอะไรที่มีค่าสำคัญมากกว่าเงินในสังคมเราปัจจับันจริงๆ
ผมแค่ตั้งคำถามจากหนังเรื่องนี้ไว้เท่านั้น อยากถามเพื่อนๆ ว่าแล้วคุณคิดยังไงครับ !!!!!!
สวัสดีครับ...หมูแดงครับ
พี่ขออวยพรให้หมูแดงมีความสุข ในวันขึ้นปีใหม่นะครับ
ปีเก่าผ่านไปสุขีขึ้นปีใหม่
เหล่าชาวไทยใจรักสมัครสมาน
เชิดชูชาติศาสน์กษัตริย์ทุกวันวาร
สุขสราญถ้วนหน้าตลอดกาล
สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน ขอบคุณที่เป็นกำลังใจ