อาจารย์พงษ์ศิริ ย้ำในเรื่องกลไกการทำงานของผู้สูงอายุ นั่นก็คือ
... เราต้องทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคีที่สำคัญที่จะทำให้งานของเราขับเคลื่อนไปได้ดีที่สุด ก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. หรือเทศบาล เขาเป็นเจ้าของงบประมาณ ... การที่จะทำอะไรให้มากมาย จำเป็นต้องพึ่งงบประมาณ งบประมาณก็ต้องมาจากข้างๆ เรา แทนที่จะไปขอที่อื่น
จาก สสส. กองทุนผู้สูงอายุก็มีเยอะ แรกๆ ไม่ค่อยยอมให้ เงินจึงเหลือ ก็โดนทักท้วงว่า ทำไมไม่ใช้เงินเลย คนพิจารณาก็ไม่เคยลงพื้นที่ ไม่รู้ว่า พื้นที่เขาเป็นอย่างไร เราก็เสนอว่า ต่อไปกองทุนผู้สูงอายุต้องกระจายจะดีกว่า เพราะคนพิจารณาในพื้นที่ย่อมรู้ดี
แต่ผมเห็นว่า แหล่งงบประมาณที่ใกล้ตัวที่สุด ต้องมาจาก อปท. ... เราเป็นชมรมผู้สูงอายุ ต้องใกล้ชิด อปท. เทศบาล อบต. และ อบจ. ซึ่งงบประมาณเขามี เป็นกิจกรรมซึ่งเขาต้องให้
ผมเห็นว่า การที่เราจะทำงานเรื่องผู้สูงอายุในอนาคต สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การขับเคลื่อน เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีภาคีขับเคลื่อน งานจะไปยากมาก ถ้าอาศัยชมรมผู้สูงอายุอย่างเดียว ขับเคลื่อนลำบาก เพราะว่า เราขาดปัจจัย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประธาน ขอฝากประธานไว้ด้วย
การขับเคลื่อนที่เชียงใหม่ มี Agenet หรือเครือข่ายองค์กรดำเนินงานผู้สูงอายุ การขับเคลื่อนทำให้องค์กรที่ดำเนินงาน มาร่วมมือกัน แต่ต้องทำต่อเนื่องกันไป กิจกรรมที่ทำ มีการสนับสนุนจากองค์กรเครือข่ายที่ทำเรื่องนี้ และมีใจที่อยากทำเรื่องผู้สูงอายุที่เชียงใหม่ เรามี 50 องค์กร ปรึกษาหารือ ทำร่วมกัน ทุกคนเป็นเจ้าของงานร่วมกัน งานก็สำเร็จง่ายๆ และผู้สูงอายุเป็นจักรกลนำสมาชิกมาร่วมมือกัน ที่ลำปางมีทรัพยากรในเรื่องนี้หลากหลายมาก และอยากให้ที่เชียงใหม่เหมือนลำปางในบางเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่วัด ที่เกิดศูนย์ฟื้นฟู แข่งกัน

รวมเรื่อง ประสานความคิด เนรมิตผู้สูงวัยภาคเหนือฟันดี