แขกพิเศษของมิชชิ่ง (Mishing)
เช้านี้เราต้องแต่งตัวไปงานสัมมนาอีกครั้ง เพราะมีนัดกับชนเผ่ามิชชิ่งตอนเก้าโมง เราพบหัวหน้าเผ่าเมื่อวานในงานเปิดสัมมนา วันนี้จะเป็นวันสำคัญของพวกเขา จะมีพิธีไหว้ผี และเต้นรำ เลี้ยงฉลองที่หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้าน ดร.บุสปะนัก ...
โอลิเวอร์หายไปไหนแต่เช้าไม่มีใครรู้ ทั้งที่เป็นตัวตั้งตัวตีอยากดูพิธีของมิชชิ่ง ภรรยาดร.บุสปะพาพวกเราเดินไปที่งาน ระหว่างทางก็มีรถจิ๊บคันหนึ่งวิ่งมาจอดเทียบ ในรถมีชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัวอยู่ 2 คน เขาพูดอะไรที่เราฟังไม่รู้เรื่องกับภรรยา ดร.บุสปะ ก่อนจะลงมาจากรถแล้วดันพวกเราทุกคนขึ้นรถไปพร้อมกัน
ผู้หญิง 4 คน ประกอบไปด้วย ภรรยาดร.บุสปะ ฉัน นิด และคนจีน นั่งเบียดกันอยู่ท้ายรถ เหมือนถูกจับไปเรียกค่าไถ่ หรือลักพาตัวอะไรทำนองนั้น
สักพักก็ถึงศาลาประชาคมของชาวมิชชิ่ง ที่มีผู้คนนับร้อยชุมนุมกันอยู่ ที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก ผู้ชายสองคนนั้น หัวหน้าเผ่าใช้ให้ขับรถไปรับพวกเรามางานก็เท่านั้นเอง

พิธีเริ่มจากการไหว้ผี ขอบคุณที่บันดาลผลผลิตให้อุดมสมบูรณ์ และจบลงที่การเต้นรำขอบคุณ จากนั้นก็ถึงเวลาเลี้ยงอาหารพื้นบ้านตามประเพณี อาหารประกอบด้วยข้าวเหนียว ห่อใบขมิ้นนึ่งเหมือนข้าวต้มมัด แต่ไม่มีไส้ กินกับแกงมันเทศเละ ๆ กับไก่ รสชาติเผ็ด ๆ เค็ม ๆ
วิธีการกินก็เริ่มจากทุกคนนั่งตีวงกว้างรอบศาลา วางใบไม้ไว้ตรงหน้า อาหารทุกอย่างจะตักวางลงบนใบไม้ จากนั้นใช้มือหยิบเข้าปาก ตามมาเสิร์ฟให้ตลอดเวลาคือ เหล้าขาวต้มเอง

ฉันไม่ค่อยสุขนักกับอาหารมื้อพิเศษของมิชชิ่ง เพราะมีคนเมาเหม็นเหล้าคละคลุ้งจำนวนมาก มานั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า ซักถาม พูดคุยอะไรด้วยตลอดเวลา อาหารก็วางอยู่บนพื้น พวกเขามาก็มักไม่มาตัวเปล่า พาฝุ่นมาด้วย เวลาคุยก็น้ำลายกระเด็นลงมาบนอาหารเรา นึกภาพคนเมาคุยก็แล้วกัน คุยแล้วก็ไม่ยอมไป แล้วก็มีคนอื่น ๆ มาสมทบเป็นกลุ่มใหญ่ ก็พยายามเข้าใจว่าเขาอยากต้อนรับ แต่วัฒนธรรมเราก็ต่างกันเหลือเกิน

สรุปว่า ไม่สามารถกินอะไรลงไปได้ แค่ได้กลิ่นเหล้าจากคนที่มาคุย ฉันก็วิงเวียน ปั่นป่วน แทบเอาชีวิตไม่รอด ต้องหลบขึ้นไปอยู่ในห้องสมุดของเขา และพบว่ามิชชิ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมาก รองจากไทอาหม มีภาษาของตัวเอง มีการบันทึกเก็บข้อมูล และจัดระบบเอกสารความเป็นมาของชนเผ่าค่อนข้างดี มีหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับมิชชิ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษ
จากนั้นเราแวะไปที่งานสัมมนาในฐานะผู้เข้าร่วม คราวนี้นั่งอยู่ในปะรำด้านล่าง เขาจัดที่ให้อยู่แถวหน้า อากาศเริ่มร้อน ฉันเริ่มปวดหัวและง่วงนอน หันมองหน้าใครก็เห็นแอบหลับ เลยสรุปกันว่า หาคนไปส่งบ้าน นอนเอาแรงน่าจะดีกว่า ...
อยู่ในป่าก็อ่านได้ ฮ่าๆๆ ขำๆๆคนเมากลิ่นเหล้าครับ แต่ขำทำไมก็ไม่รู้ ผมก็เหม็นเหมือนกันครับ เอาเด็กน้อยลูกครึ่งไทยมอญมาฝากครับ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ อยู่ในป่ายังอุตส่าห์อ่านได้อีก
เมืองไทยก้าวหน้าจริงๆ
ตอนไปอัสสัมครึ่งเดือนติดต่อใครไม่ได้เลยค่ะ
ดีที่ยังมีชีวิตรอดกลับมา
เด็กๆ น่ารักจังค่ะ
อาจารย์คงมีความสุขนะคะ อิจฉาค่ะ
ทนดูรูปใหญ่ๆ ไปก่อนนะคะ
ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมย่อรูปเลยค่ะ
สวัสดีครับ
มาตามอ่านตั้งแต่ตอนแรกถึงสุดท้าย
สนุกดีครับ ทำให้ระลึกถึงเมื่อครั้งไปเยือนอัสสัมและกลุ่มไต (tai) ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ได้ไปเยือนไทอาหมและไทพาเก ยังประทับใจไม่หายครับ
ขอบคุณสำหรับเรื่องผจญภัยนี้ครับ
อยากไปทำงานแบบนี้บ้างจังเลยครับ
สวัสดีค่ะ คุณพลเดช ขอบคุณนะคะที่ติดตาม
ได้อ่านงานเขียนเรื่องเจ้าหญิงจากแดนไกล ประทับใจเช่นกันค่ะ
รู้สึกว่าเราเดินทางไปอัสสัมเดือนเดียวกันนะคะ
แรกทีเดียวงานสัมมนามีช่วงต้นเดือน แต่ทางโน้นไม่สะดวก เพราะต้องเตรียมการรับเสด็จ
งานเลยเลื่อนเป็นช่วงกลางเดือนค่ะ ได้ไปหมู่บ้านไทอื่นๆ เหมือนกัน
จะเล่าในตอนต่อๆ ไปค่ะ
สวีสดีค่ะ คุณบีเวอร์
อยากทำงานแบบพี่ ตอนหนุ่มๆ ต้องเก็บเงินไว้เยอะๆ และวางแผนการเงินให้ดีๆ ค่ะ
เพราะเมื่อเป็นแบบพี่ตอนนี้แล้วไม่ค่อยมีเงินเข้าค่ะ มีแต่เงินออก