เย็นวันนี้เป็นอีกครั้ง ที่หนูมีนัดเลี้ยงขอบคุณตอนเย็น ๆ จากกลุ่มผู้ใหญ่ใจดี ที่ชาว HiPPs เคยอาสาไปช่วยงาน เพราะท่านเห็นว่า เราทำงานกันอย่างเต็มที่ อย่างไม่มีค่าตอบแทน ทำด้วยความรักและเต็มที่กับหน้าที่ ที่ทำ อย่างไม่มีคำว่าบ่น
หนูเคยรับปากกับครูไว้ว่า ถ้าจะไปงานไหนจะแจ้งครูก่อน และจะพยายามหลีกเลี่ยงงานที่ไม่จำเป็น หนูรู้สึกว่าอยากจะไปงานนี้ อารามส่วนหนึ่งที่หนูทำงานเพลิน จนลืมว่ามีนัดตอนเย็น ถึงเวลาเพื่อนขับรถมารอถึงหน้ากรม แล้วบอกว่า รออยู่ หนูรู้สึก งง
ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก พอพี่ ๆ ทราบว่าหนูมีนัด ท่านจึงบอกว่าให้ไปได้ หนูนึกขึ้นได้ว่า เอะ ยังไม่ได้แจ้งครู กดโทรศัพย์หาท่าน ครั้งแรกท่านไม่รับ กดซ้ำครั้งที่สอง หนูเดินภาวนาเข้าห้องน้ำ นึกขึ้นได้ว่า เฮ้ย นี่มันความอยากและใจที่ดิ้นรนนี่นา รู้อยู่แก่ใจว่างานนนี้ไม่ไปก็ได้ แค่งานเลี้ยงขอบคุณ เฮฮา แต่ใจอยากไป จึงจะใช้ครูเป็นเหยื่อ คิดได้ดังนั้น จึงกดโทรบอกเพื่อนว่า ไปก่อนเลย ไม่แน่ใจว่าจะไปได้หรือไม่ ถ้าจะไปจะนั่งรถตามไปเอง
เห็นอะไรไหมค่ะ จิตชั่ว ๆ หนูยังแอบหวังว่า ถ้าครูอนุญาตจะไป โห มันสุด ๆ จริง ๆ ค่ะ ความจริงของใจเป็นแบบนี้แหละค่ะ
หนูรู้สึกว่ารอโทรศัพย์ครู ใจฟุ้งซ่าน จึงตัดสินใจถอดรองเท้าเดินจงกลมรอบ ๆ ต้นโพธิ์ในกระทรวง ตอนนั้น หนูไม่เห็น ไม่รู้สึกอะไร เห็นแต่ใจตนเองที่อยากไปงานเลี้ยง ดิ้น ดุ๊กดิ๊ก ๆ
เดินไปสักพักประมาณเกือบ ๆ ครึ่งชั่วโมง สติเริ่มชัดขึ้น ว่าใจมันดิ้นรนเพราะอยากไป แล้วจะใช้ครูเป็นเหยื่อ แล้วไม่นาน ครูท่านก็โทรมา
จึงเรียนให้ท่านทราบ ว่าใจหนู อยากไปงานเลี้ยง ครูถามกลับ แล้วไปรึเปล่า "ไม่ค่ะ" ครูบอกว่า "ดี อดทน" แต่ใจหนูยังดิ้น ๆ อยู่ อยากจะคุยกับท่านให้มันดับ

ครูเล่าต่อว่า "ตะกี้ท่านอาบน้ำ และจะขอแต่งตัว" หนูจึงวางสายจากท่านทั้งที่ใจยังจ๋อย ๆ เพราะใจมันยังอยากไปอยู่ หนูจึงเดินรอบ ๆ ไปเรื่อย ๆ ใจเริ่มสบายขึ้น แต่ก็ไม่ได้สงบนาน แล้วก็ฟุ้งไปเรื่องอื่น เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่หนูก็ไม่ได้ออกแรงต้าน นึกถึงคำสอนครูว่า
"ดูมันเฉย ๆ ไม่ต้องไปห้าม"
หนูก็ได้แต่ดู ๆ ไป สักพัก มันก็หยุด แล้วก็เหมือนเปลี่ยนเรื่องมาคิดใหม่ แต่ใจหนูก็สบายขึ้น
กราบขอบพระคุณครูค่ะที่เมตตา หนูจะอดทนกับความอยากและความบีบคั้นในใจ