10-13 ธันวาคม 2552 โครงการจิตอาสาของ พอช.
เจ้าหน้าที่อาสา 15 คน

เชียงดาว 2552,
กิจกรรมอาสา"ห่มรักมัดย้อม" ณ หมู่บ้านปางฮ่าง จ.เชียงใหม่
ฉันเชื่อว่า ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำราเรียนอย่างเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเป็นครูของเราได้
วันนี้บทเรียนนอกตำราบนภูเขาชื่อสวย “เชียงดาว” จะมาเป็นครูของเราตลอด 3 วัน 2 คืน
เราได้เรียนรู้ว่า ระยะการเดินทางขึ้นประมาณ 30 กิโลเมตร จากปลายดอยถึงเชียงดาว สอนให้เรารู้จัก “วิชาอดทน” ทางขึ้น-ลงที่ขรุขระ เต็มไปด้วยฝุ่นดิน สอนให้เรารู้ว่า แม้จะมีอุปสรรคแต่เมื่อเราอดทนที่จะฝ่าฟันเราก็จะถึงจุดหมาย ชีวิตก็เหมือนกับการขับรถที่ต้องมีเกียร์ต่ำเกียร์สูง ทางแบบไหนที่เราจะรู้จักใช้เกียร์เพื่อประคับประคองให้ตัวเองถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
เราได้เรียนรู้ว่า ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา ต้นไม้ใบหญ้าสามารถเป็นผู้ให้ที่ดีและปลอดภัยที่สุด ใบมะม่วงและเปลือกเพกาสามารถทำให้เกิดสีเขียว ใบขนุนทำให้เป็นสีเหลือง เปลือกก่อเป็นสีแดง ทั้งหมดนี้เรานำมาต้มเพื่อสกัดออกมาเป็นสีต่างๆ สำหรับการย้อมผ้าห่ม
เราได้เรียนรู้ว่า ของใช้ที่มองไม่เห็นค่าอย่างฝากเบียร์ ไม้ไอติม หรือก้อนหินซักก้อน ที่วางอยู่บนดิน สามารถนำมาทำเป็นลวดลายบนผ้าห่มสีพื้นธรรมดา ให้กลายเป็นผืนผ้าห่มที่มีลายเดียวในโลกได้
เราได้เรียนรู้ว่า เมื่อถึงเวลาที่ใครซักคนป่วยหรือไม่สบาย ชาวบ้านทุกคนที่เดินผ่านมาใช่ว่าจะเดินผ่านไป ทุกคนล้วนเป็นห่วงเป็นใยไม่ใช่แค่ในเฉพาะคนในครอบครัวหรือชุมชนของตัวเอง แต่มีความห่วงใยให้กับลูกหลานที่รู้จักกันได้เพียงแค่วันเดียว
เราได้เรียนรู้ว่าการนอนดูดาวที่สวยที่สุดในโลกไม่ได้อยู่ที่ท้องฟ้าจำลอง แต่อยู่ที่เราได้ดูกับใครและดูอยู่ที่ไหนมากกว่า ทะเลดาวนับเม็ดไม่ถ้วนบนฟ้าที่มองจากดอยเชียงดาวทอประกายระยิบระยับ ให้เรารื้อฟื้นวิชาดาราศาสตร์ขั้นพื้นฐานขึ้นมาอีกครั้ง
เราได้เรียนรู้ว่าใบชาหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ใบเมี่ยง” จะมาใช้ยำทำเมี่ยงกับปลากระป๋องได้ และใบชำที่นำมาทำนั้นต้องเด็ดออกจากยอดใบชาหรือใบที่อ่อนสุด “ยิ่งแก่ยิ่งขม” “ยิ่งอ่อนยิ่งหวาน” กินใบชาสดๆ ก็เหมือนกินกาแฟถ้วยใหญ่ๆ ทำให้นอนหลับยากตื่นนาน
เราได้เรียนรู้ว่าการเย็บผ้ายากกว่าการเพ้นท์ผ้าเป็นหลายเท่า แต่สี่ชั่วโมงกับการนั่งหลังขดหลังแข็งเพื่อเย็บและปักลายผ้าไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเบื่อได้เลย ถึงลายผ้าและฝีมือการเย็บจะไม่ได้สวยเหมือนมืออาชีพแต่ความสวยก็มาตีราคาเทียบเท่ากับความตั้งใจไม่ได้ การทำผ้าห่มให้ชาวบ้านคนหนึ่งที่มานั่งรอคอยเรา จู่ๆ ความรู้สึกของการเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับก็ทำให้หัวใจรู้สึกยิ่งใหญ่ขึ้นมา
เราได้เรียนรู้ว่า คนอาสาทุกคนจากคนละที่ และคนละกลุ่มมาไหลรวมกันที่นี่ก็เพราะมีจิตอาสาอย่างแท้จริง อย่างน้อยการมาในครั้งนี้ก็ทำให้ฉันคิดว่า เราไม่ควรปล่อยชีวิตไปวันๆ เพราะเรามีชีวิตไว้เพื่อใช้
เราได้เรียนรู้ว่า การเดินทางขาลงมันมักจะเร็วกว่าขาขึ้นทั้งๆ ที่เส้นทาง ระยะทางก็เหมือนเดิมทุกอย่าง อาจจะเป็นเพราะว่าเราได้ผ่านพ้นเส้นทางของความลำบากมาแล้ว ประสบการณ์จะสอนให้เรารู้จักปรับตัวและทำให้เกิดความเคยชิน
ลงจากเชียงดาว ในการไปทำกิจกรรมอาสา “ห่มรักมัดย้อม” ครั้งนี้ ฉันคิดว่า “คนที่มีความสุขไม่ได้เกิดจากการที่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบเสมอไป แต่เกิดจากการชอบในสิ่งที่ตัวเองทำด้วย” ทุกคนคงตอบโจทย์ให้กับตัวเองได้แล้วว่า ในการพาตัวเองขึ้นไปทำผ้าห่มซักผืนให้กับชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ และมีความสุขมากขนาดไหน.
ว่าจะเอาบันทึกนี้ลงจดหมายข่าว ยังไม่ได้ปิดต้นฉบับซะที สงสัยฉบับส่งท้ายปีพอดี
"วิชาอดทน" วิชานี้เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
สีย้อมจากธรรมชาติ สวย ปลอดภัย ไร้มลพิษ
โดน..โดนใจม๊ากๆ..ครับ
และชอบตรงที่....ชอบตรงนี้...ชอบตรงที่ได้นับดาว.....