อย่าด่วนตัดสินใคร ด้วยความคิด ประสบการณ์ และความรู้สึกเดิม ๆ ... อย่าประมาทน้ำใจเละหัวใจอันยิ่งใหญ่ของด็กน้อยมอมแมม...

 

     อากาศร้อน ๆ กับแดดเปรี้ยงของกลางวันในฤดู(เรียกว่า)หนาว... ที่เกือบจะไม่มีความเย็นเลยในกรุงเทพ ฯ ยิ่งรอรถมาแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง คนที่นั่งรออยู่ยิ่ง "ร้อน" ขึ้นเป็นทวีคูณ

 

แม่... รถมาแล้ว ... แม่ ๆ ๆ รถฟรีด้วยนะ... โย่ ๆ ๆ ... เสียงเล็ก ๆ รื่นเริงเต็มที่ทำให้หลายคนที่อยู่ภายใต้ชายคาที่พักรอรถเมล์แห่งนั้นต้องยิ้มตามไปด้วย รู้สึกผ่อนคลายจากความอ้าวของอากาศไปกว่าครึ่ง

 

     เจ้าของเสียง เป็นเด็กผู้หญิงวัยไม่เกิน 6 ขวบ เนื้อตัวมอมแมม ข้าง ๆ คือน้องชายที่น่าจะวัยไล่เลี่ยกัน เสื้อผ้าที่สวมใส่ตัวใหญ่โคร่ง  ส่วน “แม่” มีถุงพลาสติกใบใหญ่อยู่ข้างตัว ประเมินเร็ว ๆ ด้วยสายตา ก็คงเป็นของที่ “เก็บ” มา หรือ ของที่ได้รับบริจาคมา

P80202933

ภาพเก่า ใชคำว่า "รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน"

 

      ระหว่างที่ทุกคนกุลีกุจอขึ้น “รถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน” ซึ่งเป็นรัฐสวัสดิการ (ต่ออายุให้อีก 3 เดือนในปี พ.ศ.2553) คนไม่มีรากได้ที่ยืนเรียบร้อย ตรงที่นั่งของกลุ่มแม่ลูก 3 คนพอดี เหลือบไปเห็นตาโต ๆ แป๋ว ๆ (ดวงตาของเด็กน้อยไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไรนี่...น่ารัก น่ามองมากนะคะ มันจะใส ๆ บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความสุขและการมองโลกในแง่ดี) แอบมองอยู่... เลยหันไปยิ้มให้ พอมองตาม...

 

      อ้อ...คงสนใจตุ๊กตาหมีตัวนุ่ม ๆ ที่ห้อยอยู่ที่เป้เรานี่เอง...(อยากให้อยู่หรอกนะ แต่ก็ยังเสียดาย เพราะหลานซื้อให้จากประเทศไกลโพ้น) ระหว่างนั้น เสียงแจ๋ว ๆ ของเด็กน้อยที่คุยกับแม่ ทำให้ต้องอมยิ้มอีกจนได้...

      แม่ ๆ ... รถฟรีดีนะ หนูชอบ บื้อ ๆ ๆ  น้ำเสียงและสีหน้ามีความสุขจริง ๆ  แม่หันมาตอบลูกว่า เออ...ดี ๆ ไม่ต้องเสียเงิน มีเงินซื้อหนมให้เอ็งกินไง...

 

     และเนื่องจากคนแน่นมาก ๆ (รถฟรีมักจะแน่นกว่าปกติ)  ผู้เป็นแม่ของสองเด็กน้อย หันมาบอกว่า... ถือให้... (เป้ที่แบกอยู่) กำลังตัดสินใจว่าจะรับน้ำใจดีไหม (ยอมรับว่า...แอบกลัวว่าเป้จะเปื้อนอยู่เหมือนกัน...แหะ ๆ )

 

    ...แต่พอหันไปเห็นตาใส ๆ  ของสองเด็กน้อยจ้องที่ตุ๊กตาที่ห้อยข้างเป้...มือเล็ก ๆ จับตัวนิ่ม ๆ นั้นอย่างทะนุถนอม ดวงตาเจิดจ้า มีความสุขยิ่ง ก็เลย...ใจอ่อน ตัดใจรับความเอื้อเฟื้อนั้น... คิดพลาง...จำจะต้องสละตุ๊กตาหมีตัวโปรดให้สองเด็กน้อยเสียแล้ว...เอาน่า เรายังมีอีกเยอะน่า เด็กน่ะคงอยากได้ และไม่ค่อยมีโอกาสได้หรอก ให้ไปเหอะ ถือเป็นการทำทาน...(ได้เป็นคนดีอีกด้วยนะ)

 

      ก่อนจะถึงที่หมาย 2 ป้าย สองเด็กน้อยยังแย่งกันเล่นกับเจ้าหมีน้อยห้อยเป้อย่างเพลิดเพลิน  จึงหันไปถามก่อนว่า... อยากได้ไหม ยกให้...เตรียมจะเอื้อมมือไปแกะตุ๊กตาจากห่วงคล้องซิปเปิดช่องกระเป๋า  มีเสียงแจ้ว ๆ บอกว่า...

 

“...ไม่เอาหรอก...เล่นเฉย ๆ ...”

 

 

 คนไม่มีรากชอบขึ้นรถเมล์ฟรีจัง...

       เพราะความรู้สึกบนรถเมล์ฟรีนี่ ดีมาก ๆ ไม่ใช่เพียงไม่ต้องจ่ายเงินค่ารถเท่านั้น  แต่เพราะ...

ทุกคนบนรถจะมีความสุข (วันนี้โชคดี เจอรถฟรีด้วย...)

สำหรับบางคน เงินเพียง 7 บาท อาจเพียงแค่เศษเงินที่ไม่ได้ส่งผลอะไรกับชีวิต

แต่...บางคน เงินตั้ง 7 บาทน่ะ หมายถึงค่าขนมของลูก...ค่ากับข้าว ค่า...

 

ภาพใหม่ ปัจจุบันใช้คำว่า "รถเมล์ฟรี จากภาษีประชาชน"

 

     บนรถเมล์ฟรีนี่น่ะ...ส่วนตัวคนไม่มีรากแล้ว นอกจากจะทำให้ได้เห็นความรัก ความเอื้ออาทร น้ำใจ ความสุขในแววตา เห็นชีวิตที่โลดแล่นด้วยลีลาแตกต่างหลากหลายแล้ว 

 

ที่สำคัญ ยังทำให้ได้สำนึกรู้ว่า…

     อย่าด่วนตัดสินใคร ด้วยความคิด ประสบการณ์ และความรู้สึกเดิม ๆ ... อย่าประมาทน้ำใจของด็กน้อยที่แม้จะมอมแมม แต่หัวใจยิ่งใหญ่และพิสุทธิ์ ที่สำหรับตุ๊กตาหมีนุ่ม ๆ ตัวเดียวนั้น... ถึงแม้ไม่เคยมีและชอบเสียเหลือเกินแล้ว...

 

 แต่...ไม่ขอและไม่เอาของใครฟรี ๆ ...

 

     คิดพลางยิ้มพลาง รถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน ให้อะไรกับเรามากมายเหลือเกิน ขอบคุณผู้ดำริโครงการรถเมล์ฟรีขึ้น...ด้วยหัวใจ

 

หากมีโอกาสอย่าลืม ใช้บริการรถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชนนะคะ

(^___^)

 

หมายเหตุ : รถเมล์ฟรี เป็นผลงานจากสมัยอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งท่านเพิ่งถึงแก่อนิกรรมไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยใช้ชื่อว่า "รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน"

ต่อมาในสมัยนายกรัฐมตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปลี่ยนไปใช้ชื่อว่า "รถเมล์ฟรึ จากภาษีประชาชน"