จากช่วงวัยคล้ายวันเกิดหนูที่ผ่านมา หนูได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆมากมาย ดูเหมือนว่า เพื่อนหนูก็ไม่ทิ้ง พ่อ แม่ ก็ไม่ทิ้ง ครูหนู ก็ไม่อยากทิ้ง พอหนูอ่อนภาวนา กิเลสก็ขึ้นขี่หัว แล้วก็พอหนูสงสัยว่า
“หนูกำลังทำอะไรอยูเนี่ย ทำไมไม่เลือกสักทาง แล้วทำไมหนูไม่เลือก ว่าจะเอาทางโลกหรือจะเอาทางธรรม”
ระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพ หนูเอ่ยถามครูปนคร่ำครวญ ท่านตอบสวนขึ้นมาทันทีว่า
“มันไม่ได้แยกกัน ทางโลกกับทางธรรมไม่ได้แยกกัน การทำงานการใช้ชีวิตก็คือ การภาวนา”
แล้วครูก็รำพันว่า
“ทำไมวันนี้ได้พูดประโยคนี้สองครั้งแล้ว”
แต่หนูก็ยังจดจ่อกับความสงสัยอยู่เอ่ยเล่าให้ครูฟังว่า หนูรู้สึกว่า
“เมื่อก่อน หนูเป็นเด็กที่ทำอะไรแล้ว มุ่งมั่นตั้งใจ และทุ่มเท แต่ตอนนี้เหมือนหนูทำทุกอย่างแต่ไม่ดีสักกะอย่างเลยค่ะ อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่เรียบร้อย”
ครูท่านกระแทกเข้ามาที่จิตใต้สำนึกว่า
“เพราะติ๋ว ไม่เอาจริง ไม่แน่วแน่ มันไม่มุ่งมั่น มันว่อกแว๊ก”

เหมือนครูปลุกหนูหลุดออกจากจากความทุกข์ แล้วลงใจว่า
“หนูขาดความเพียร”
หลังจากนั้นใจหนูก็เบาลง ค่อย ๆ ฟังครูอย่างสบาย ๆขึ้น ท่านสอนว่า
“ไม่ว่างานที่กระทรวง ทางบ้าน
มันไม่ใช่ต้องเลือก รู้อะไรไหมโดยส่วนใหญ่
คนเราถูกหลอก เพราะว่าตายแล้วก็แล้ว
เรื่องที่มาวิตกกังวลนี่ตามเราไปไหม
แล้วทำไมมาเสียเวลากังวลอยู่
เขาให้เกิดมาเรียนรู้ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย
แต่คนเรามักจะโง่ ไปเอาแต่รายละเอียดหลงทาง
เขาให้มาเรียนรู้ รู้เพื่อไม่ต้องมาเกิดอีก
การเกิดมันเป็นทุกข์ ถ้าไม่ซึ้งถึงทุกข์ก็ต้องมาเกิดอีก
ติ๋วทุกข์ ไม่รู้ว่าทุกข์ เพราะไม่เคยหาสาเหตุ
สาเหตุคือ อะไรหล่ะ โลภโกรธ หลง
เอ๊ะ ทุกวันนี้เหตุมันคือ อะไร คือ ความอยาก
ตอนนี้แค่ รู้-เห็น-ไม่ดับ
เพราะไม่ดำเนินตาม มรรค 8 ยังไงหล่ะ
รู้สึกบีบคั้น => อยาก ถ้าไม่อยาก ใจมันก็เบา= สัมมาทิฏฐิ
รู้ละว่า ไม่อยากแล้วใจเบา ก็ ดำริออก คือ สัมมากัมมันโต
เราดำเนินตามมรรค 8 ยังไม่เป็น
มันยังไม่พอ เอามรรค 8 มาแจง แจงทุกวัน
ความเพียรมีมากพอรึยัง
ถ้ามันไม่พอ กิเลสมันแทรกมา
คร่ำครวญเพราะไม่เห็นเหตุ ไม่เห็นสมุทัย
ทาน ศีล ภาวนา ถ้าแนบใจได้ ปัญญาจะเกิดเอง
ยังทำไม่ถึงพร้อม จึงยังไม่ถึงพร้อม
แต่เมื่อไหรที่ถึงพร้อม เจอปุ๊บฟาดฟันได้
ทุกวันนี้พี่ไม่ได้ทำงานอะไร พี่รออย่างเดียว
กิเลสโผล่มาต้องฟาดฟัน ยอมไม่ได้
แม้แต่กิเลสของคนอื่นเราก็ยอมไม่ได้
พี่ไม่ได้เกิดมามีบุญ ภาวนาแป๊บเดียวหลุดพ้นเลย เราแค่ขี้ปะติ๋วเอง เราต้องอดทน”
หนูรู้สึกว่า สิ่งที่ครูท่านเมตตาสอนวันนั้น เป็นธรรมล้วน ๆ ที่ห้าวหาญมา แม้หนูจะรู้สึกว่า จิตใจหนูยังไม่บริสุทธิ์มากพอที่จะ รองรับน้ำธรรมของครู ตอนนี้หนูขอ จดและจำไว้ก่อน
กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ หนูจะอดทน ฝึกฝนต่อไป
เมื่อเช้าครูโทรมา สอนหนูเรื่องการปฏิบัติภาวนา ว่า
มันไม่ต้องแยกส่วน การสันโดษ สันโดษที่ใจ ไม่ใช่ภายนอก เราเข้าใจคำว่าสันโดษผิด สันโดษมันไม่ต้องหนีชีวิตปัจจุบันมันเป็นเรื่องจิตใจ
ถ้าเราเข้าใจการภาวนา
ถ้าติ๋วเชื่อมั่นและศรัทธาในประโยคนี้ ติ๋วจะเข้าใจการภาวานา และจะอยู่ที่ไหนก็ภาวนาได้
อ้าว ตอนนี้ เพื่อน ๆมาตามไปหาอะไรทานแล้ว เดี๋ยวค่อยมาต่อนะคะ
สาธุงามๆ จ้า ^-^
จ้าหมอดาว