การรู้แจ้งตามหลักวิชา..ไม่อยู่ในรูปของพุทธภาษิต..เป็นสิ่งที่อาจารย์ยุคหลังๆ จัดขึ้น ท่านพุทธทาสกล่าวว่า เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติที่ยังมองไม่เห็นทุกข์ในธรรมชาติด้วยตัวเอง จึงต้องมี/สร้างหลักการขึ้นเพื่อฝึกหรือพิจารณาให้รู้จริงตามหลักพุทธศาสนา ไม่ใช่วิธีที่วิเศษ หรือประเสริฐกว่าวิธีพิจารณาความจริงตามธรรมชาติแต่อย่างใด ยิ่งเมื่อตรวจสอบดูพระไตรปืฏกแล้ว ไม่พบว่าเป็นวิธีปฏิบัติของอรหันต์องค์ใดเลย จะมีกล่าวถึงแต่วิธีที่เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงการพิจารณาเหตุแห่งทุกที่เกิดขึ้นจริง และพบความจริงว่าทุกข์นั้นไม่เที่ยง...แต่บางคนอาจจะเห็นว่าวิธีที่พบความจริงตามธรรมชาตินั้นจะเกิดขึ้นได้เฉพาะผู้ที่มีบุญบารมีมาดีหรือผู้ที่มีอุปนิสัย(ความปรพฤติที่เคยชินมาเป็นพื้นมาในสันดา หรือความประพฤติที่เคยชินมาจนเกือบเป็นสันดาน) สะสมมาไว้มากจนเพียงพอที่จะรู้.. ผู้ที่ไม่มีบุญบารมี ไม่มีอุปนิสัยสะสมมาย่อมมองไม่เห็น..ผู้บันทึกคิดว่าก็ไม่ต่างจากการฝึกให้เกิดมีในตัวตนของคนเราสักเท่าไหร่ ต่างเพียงว่าแบบแรกเกิดมาจากการปฏิบัติจริงเห็นจริงในชีวิตประจำวันสะสมมาเรื่อยๆอาจจะตั้งแต่เกิดลืมตามมาดูโลก หรือเกิดมาในสิ่งแวดล้อมนั้นแล้วซึมซับ แบบที่สองนี้ใช้การฝึกฝนจนเกิดเป็นนิสัย สรุปว่า ทั้งสองแบบก็เพื่อให้เห็นความไม่เที่ยงแท้...ลองศึกษาดูนะค่ะ ท่านผู้อ่านที่รัก ผู้บันทึกคิดว่าแบบฝึกนี่หนักเอาการอยู่...แต่ก็ยังดี...ที่...มีโอกาสได้รู้วิธี..... ให้ได้ชื่อว่าเกิดมาชาติหนึ่งได้พบกับพระพุทธศาสนา ต้องเข้าให้ถึงหัวใจของพุทธศาสนาไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง ได้ชื่อว่าไม่เสียชาติเกิด..(เป็นคำพูดของท่านพุทธทาส)..และยังพูดต่อไปอีกว่าการเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนานี่แหละ..คือ ของขวัญ เป็นรางวัลอันลำค่าของมนุษย์........ประเสริฐที่สุดตรงที่เราได้มาด้วยตนเองและบริสุทธิ์ เหนือทรัพย์ใดในโลกนี้........ (ตัวแดงขีดเส้นใต้คำพูดของผู้บันทึกเอง เพียงแต่เห็นตามจึงพูดเช่นนี้ )(สำหรับผู้บันทึกคิด...เพราะเคยได้...ว่า..แก้ว..แหวน..เงินทอง..เราเคยได้มา..แม้นมันไม่มากมายเป็นร้อยล้านพันล้านเหมือนทรัพย์ของคนอื่น.ๆ.ที่มี และได้..นั้น...ค่ามันไม่ได้ต่างกันเลย...จะมีสักเทาไหร่ก็..มีค่า..เป็น..บาทเหมือนกัน...ที่สำคัญ..ตายไปแล้วใครก็เอาไปไม่ได้สักคน...และที่ตามมาไม่รู้จบสิ้นคือปัญหา....ร้อยเปอร์เซ็น....และก็ไม่รู้จะจบลงเมื่อไหร่..วันไหน..อย่างไร...บางคนต้องจบชีวิตลงก่อน....จบปัญหา...เสียอีกก็มีตัวอย่างมากมาย...)
ต่อไปนี้จะพูดถึงเรื่องวิปัสสนา................ว่างแล้วจะมาบันทึกต่อ