ขอแสดงความยินดีกับว่าที่นักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นที่ 3 คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ซึ่งรวมแล้วมีจำนวน 8 คนที่มุ่งมั่น 100% ในการเข้าเรียนวิชาชีพที่แปลกใหม่...จริงๆ แล้วเป็นวิชาชีพทางการแพทย์สากลที่เมืองไทยขาดแคลนอย่างมาก

วันนี้ผมรู้สึกประทับใจที่ได้พบนักเรียนจำนวน 8 คนที่มีความมุ่งมั่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในการสอบผ่านข้อเขียนโควต้าสาขากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล และเข้ามาสอบสัมภาษณ์กับสอบความถนัดทางวิชาชีพเพื่อประกอบการคัดเลือกเป็นนักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นที่ 3 ของหลักสูตร

ปล. ผมได้ย้ำกับนักเรียนว่า ข้อสอบความถนัดทางวิชาชีพเป็นข้อสอบมาตราฐานที่แสดงความคิด ความเชื่อมั่น ทัศนคติ และความถนัดทางบุคลิกภาพ ซึ่งไม่มีผลคะแนนสูงต่ำในการคัดเลือก แต่ประกอบการคัดเลือกเพื่อเป็นข้อมูลว่านักเรียนมีความถนัดอย่างไร เช่น ความคิดเหตุและผล ความคิดทางภาษา ความคิดทางศิลปะ เป็นต้น ดังนั้นนักเรียนได้ 8 คนถือว่าเป็นว่าที่นักศึกษากิจกรรมบำบัดไปแล้วมากกว่า 99.99%

อีกความรู้สึกหนึ่งคือ เสียดาย! ที่นักเรียนมาไม่ครบ ทั้งๆที่เลือกผู้สอบผ่านข้อเขียนถึง 11 คน จากจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 54 คน ไม่แน่ใจว่าเกณฑ์ผ่านข้อเขียนอาจสูงตามคุณภาพของสถาบันฯ แต่ปรับสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า ทำให้ข้อสอบกลายเป็นสิ่งปราบเซียนผู้ที่มีความสนใจในวิชาชีพกิจกรรมบำบัด ถัดจากคณะเทคนิคการแพทย์ ม.เชียงใหม่ หรือนักเรียนมาลองสอบดู ทำให้นักเรียนหลายคนที่ตั้งใจเข้าเรียนจริงๆ พลาดโอกาสได้

ข้อสังเกตที่ทีมอาจารย์กิจกรรมบำบัดตั้งไว้ คือ อาจปรับเกณฑ์คะแนนรวมวิชาสอบอย่างต่ำ 30% และแต่ละวิชาจาก 25% ลดลงเหลือ 20% เพื่อเพิ่มโอกาสของนักเรียนที่สนใจและเป็นการเพิ่มจำนวนนักกิจกรรมบำบัด ซึ่งเป็นวิชาชีพทางการแพทย์สากล แต่ขาดแคลนอย่างมากในเมืองไทย แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขประกาศชัดว่าเป็น "วิชาชีพพิเศษเฉพาะทางที่มีใบประกอบโรคศิลปะ" แต่ขณะนี้อัตราส่วนต่อประชากรไทย คือ นักกิจกรรมบำบัด 1 คนต้องให้บริการผู้ป่วยไทยมากกว่า 10,000 คน

นอกจากนี้ผมก็หวังว่า นักเรียนที่พลาดโอกาสจากการสอบครั้งนี้ แต่ยังสนใจในวิชาชีพกิจกรรมบำบัด ก็สามารถสมัครสอบ Admission ที่จะเริ่มขึ้นในปีหน้านะครับ ซึ่งอาจเสนอจำนวน 15 คน เพื่อป้องกับผู้สอบได้หรือเข้ามาเรียนแล้วขอสละสิทธิ์ภายหลัง

ประเด็นที่น่าสนใจจากการสัมภาษณ์นักเรียนทั้ง 8 คน คือ

  • นักเรียนทุกคนสอบถามข้อมูลวิชาชีพนี้จากผู้ปกครองและญาติ (ที่ทำงานทางการแพทย์หรือทำงานทางด้านอื่นๆ), จากอินเตอร์เน็ต จากรุ่นพี่นักศึกษา จากรุ่นพี่นักกิจกรรมบำบัด (เช่น รพ. เด็ก) และจากประสบการณ์อาสาสมัครงานโรงพยาบาล-ค่ายเพาะกายเฉพาะกิจของคณะฯ-งาน Open House ม.มหิดล
  • นักเรียนทุกคนตั้งใจเข้าเรียนกิจกรรมบำบัดแน่นอน เมื่อประกาศผลว่าได้ในวันที่ 8 ม.ค. 2553
  • นักเรียนส่วนใหญ่เข้าใจว่ากิจกรรมบำบัดช่วยเหลือการพัฒนาเกี่ยวกับเด็ก แต่ยังไม่ทราบชัดเจนว่าช่วยเหลือผู้ป่วยทางร่างกาย-จิตสังคม-ผู้สูงอายุ อย่างไร
  • นักเรียนทุกคนคือหนึ่งเดียวของโรงเรียนที่เลือกและสอบผ่านสาขากิจกรรมบำบัด
  • บางคนอยากเลือกสาขากายภาพบำบัด แต่พอทราบข้อมูลว่าแตกต่างกัน ก็เปลี่ยนใจเพราะลักษณะการประกอบอาชีพนักกิจกรรมบำบัดตรงกับทัศนคติและบุคลิกภาพของนักเรียนมากกว่า
  • นักเรียนทุกคนชอบทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักจัดการตนเองในยามเคร่งเครียด มีแฟ้มข้อมูลการเรียนและการทำกิจกรรมดีเด่น และมีความสามารถพิเศษ เช่น พูดภาษาอังกฤษสาธารณะ เล่นดนตรีพื้นเมือง นักกีฬาโรงเรียน
  • นักเรียนส่วนใหญ่คิดว่า สาขากิจกรรมบำบัดนั้นดูแปลกใหม่ เพิ่งเปิดเป็นรุ่นที่ 3 ในคณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล จึงอยากมาเรียนและบุกเบิกวิชาชีพนี้
  • นักเรียนส่วนใหญ่ เสนอแนะให้รุ่นพี่นักศึกษามีการประชาสัมพันธ์สาขาวิชาชีพนี้ในโรงเรียนมากขึ้น
  • ขอบคุณนักเรียนที่สนใจทั้ง 8 คน จาก รร. มารีอุปถัมถ์นครปฐม, รร. สตรีวัดระฆัง, รร. สตรีอ่างทอง, รร. หอวัง, รร. ชลประทานวิทยา, รร. ยุพราชเชียงใหม่, รร. ราชินีบูรณะนครปฐม, และ รร. วัดนวลนรดิศ ที่เพิ่มสีสันให้กับวงการวิชาชีพกิจกรรมบำบัดในฐานะว่าที่นักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นที่ 3 ม.มหิดล