ชื่องานวิจัย : การศึกษาพฤติกรรมการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สระแก้ว เขต 2
ผู้วิจัย: นายศรีศักดิ์ ศูนย์โศรก
ปีที่วิจัย : 2550
ความมุ่งหมายของการวิจัย :
- เพื่อศึกษาการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2
- เพื่อเปรียบเทียบการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามขนาดโรงเรียน
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง :
- ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำนวน 2,029 คน โดยแบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 353 คน โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 642 คน โรงเรียนขนาดใหญ่ จำนวน 1,034 คน ในปีการศึกษา 2550
- กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 โดยวิธี สุ่มแบบแบ่งชั้น โดยใช้ขนาดโรงเรียนเป็นเกณฑ์แบ่งชั้น กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง จากตารางคำนวณ กลุ่มตัวอย่างของ เครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970, p. 607-610) ได้กลุ่มตัวอย่างครูผู้สอนโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 56 คน โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 102 คน โรงเรียนขนาดใหญ่ จำนวน 164 คน รวม 322 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล :
1. แบบสอบถามเกี่ยวกับขนาดของโรงเรียนของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบผู้ตรวจสอบรายการ (Check List)
2. แบบสอบถามเกี่ยวกับการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ ตามแนวคิดของ ลิเคอร์ท (Likert’ s Rating Scale ) มีทั้งหมด 60 ข้อ ประกอบด้วย 11 ด้าน
1. ด้านบทบาทที่สมดุล ใช้คำถามข้อที่ 1 – 5
2. ด้านความชัดเจนของเป้าหมาย ใช้คำถามข้อที่ 6 – 12
3. ด้านการเปิดเผยข้อมูลและเผชิญหน้า ใช้คำถามข้อที่ 11 – 16
4. ด้านการสนับสนุนและไว้วางใจต่อกัน ใช้คำถามข้อที่ 17 – 22
5. ด้านความร่วมมือและความขัดแย้ง ใช้คำถามข้อที่ 23 – 27
6. ด้านการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ใช้คำถามข้อที่ 28 – 32
7. ด้านภาวะผู้นำที่เหมาะสม ใช้คำถามข้อที่ 33 – 37
8. ด้านการทบทวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ใช้คำถามข้อที่ 38 – 42
9. ด้านการพัฒนาตนเอง ใช้คำถามข้อที่ 43 – 48
10. ด้านสัมพันธภาพระหว่างกลุ่ม ใช้คำถามข้อที่ 49 – 54
11. ด้านการสื่อสารที่ดี ใช้คำถามข้อที่ 55 – 60
โดยมีเกณฑ์ให้ระดับคะแนน ดังนี้
5 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานมากที่สุด
4 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานมาก
3 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานปานกลาง
2 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานน้อย
1 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานน้อยที่สุด
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียนดับ
- กำหนดนิยามศัพท์เฉพาะเชิงปฏิบัติการตามตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
- จัดทำร่างแบบสอบถามที่สร้างเสร็จแล้วเสนอต่อประธาน และกรรมการควบคุมงานนิพนธ์ เพื่อตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องแล้วนำไปปรับปรุงแก้ไข
- นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาและนำแบบสอบถามมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอต่อประธาน และกรรมการควบคุมงานนิพนธ์พิจารณา
- นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงไปทดลองใช้ (Try-Out) กับกลุ่มประชากรในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน แล้วนำมาวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (Discrimination)โดยวิธีหาค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson ) ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมทั้งฉบับ (Item – Total Correlation) ได้ค่าสหสัมพันธ์ (r) รายข้อของแบบสอบถามระหว่าง .28 - .89
- หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .99 โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Correlation Alpha) ของครอนบาค (Cronbach, 1990, pp. 202-204)
- นำแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่นและมีความสมบูรณ์ไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ผู้วิจัยขอหนังสือจากภาควิชาการบริหารการศึกษา เพื่อขอความอนุเคราะห์จากผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 ดำเนินการเก็บข้อมูล
2. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามพร้อมสำเนาหนังสืออนุญาต ส่งโรงเรียนเพื่อให้ครูตอบแบบสอบถามและเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง จำนวน 322 ฉบับ ได้คืนครบ คิดเป็นร้อยละ 100
ผู้วิจัยอาศัยแนวคิดของบุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว (2535, หน้า 23-24) ในการแปรความหมายของคะแนนเฉลี่ยตมเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังนี้
ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานอยู่ในระดับมากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานอยู่ในระดับมาก
ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานอยู่ในระดับปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานอยู่ในระดับน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีการปฏิบัติในการสร้างทีมงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด
การจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล
1. การศึกษาข้อมูลการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2
โดยหาค่าเฉลี่ย (X) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
2. การเปรียบเทียบการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2
จำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล :
- พฤติกรรมการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก
- พฤติกรรมการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามขนาดโรงเรียน คือ โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง โรงเรียนขนาดใหญ่ โดยรวมอยู่ ในระดับมาก
- การเปรียบเทียบพฤติกรรมการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวมและด้านบทบาทที่สมดุล ด้านความชัดเจนของเป้าหมาย ด้านการสนับสนุนและไว้วางใจต่อกัน ด้านความร่วมมือและความขัดแย้ง ด้านภาวะผู้นำที่เหมาะสม ด้านการพัฒนาตนเอง ด้านความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม และด้านการสื่อสารที่ดี แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนด้านการเปิดเผยข้อมูลและเผชิญหน้า ด้านการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ด้านการทบทวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <.05)
ผู้สรุปรายงานการวิจัย
นายธนรัชน์ สุขโข รหัส 52920498 นิสิตปริญญาโท สาขา การบริหารการศึกษา ภาคพิเศษ
E-Mail : [email protected]/th
ส่วนบนของฟอร์ม
ส่วนล่างของฟอร์ม
เรื่องนี้ก็น่าสนใจครับ เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนิสิตมากที่เดียว เชิญเพื่อนๆ ศึกษาเพิ่มเติมดูนะครับ
ศึกษาการสร้างทีมงาน ศึกษาพฤติกรรมการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน เหมือนกันหรือไม่ครับ
น่าสนใจมากครับ
น่าสนใจมากครับ
พี่อู้เร็วเกินไปแล้วนะ