ปลูกความดีให้เด็กไทย


                                            ปลูกความดีให้เด็กไทย

       นักวิชาการในประเทศไทยหลายคนออกมาชี้ว่า เด็กไทยกำลังขาดคุณธรรม จริยธรรม จึงควรส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้การทำความดีตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ในขณะเดียวกัน สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำวิจัยคุณลักษณะและกระบวนการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมใน ประเทศไทย พบว่า สถาบันการศึกษาถูกคาดหวังจากบุคคลต่าง ๆ ว่าจะเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมเคียงคู่กับครอบครัวและสถาบันศาสนา หรือ บวร คือ บ้าน วัด โรงเรียน

      
       ขณะที่พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของเด็กไทยเกิดจาก 1. สื่อ เช่น โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต แผ่นซีดี รวมถึงโทรศัพท์มือถือที่เผยแพร่ค่านิยมไม่พึงประสงค์ อาทิ การแต่งกาย ใช้ของราคาแพง ตั้งกลุ่มแก๊ง ใช้ความรุนแรง มั่วสุมทางเพศ 2.ครอบครัว มุ่งทำงานหาเงินจนไม่มีเวลาอบรมลูก พ่อ แม่บางคนเป็นแบบอย่างไม่ดีให้แก่ลูก เช่น เป็นนักเลงสุรา เล่นการพนัน 3.ชุมชน เกิดกิจการร้านค้าอบายมุขใกล้บ้านและโรงเรียนมากมาย เช่น ร้านขายสุรา บ่อนการพนัน โรงแรมม่านรูด คาราโอเกะ ร้านเกม เป็นต้น ซึ่งวัยรุ่นสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีผู้ใหญ่ควบคุม และ 4.โรงเรียน ครูยังขาดความเข้าใจธรรมชาติของนักเรียน ไม่รู้วิธีการส่งเสริมนิสัยที่ดีให้แก่นักเรียน มักใช้วิธีเดิม ๆ เช่น การอบรมแบบบ่นว่า จุกจิก ลงโทษมากกว่าให้รางวัล ทำให้เด็กไม่ร่วมมือ ไม่เชื่อถือในตัวครู

       
       จากข้อมูลดังกล่าว ทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) จึงได้ร่วมมือกับโรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ดำเนินการทดลอง "อนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยคุณธรรม" ภายใต้โครงการ "วิถีธรรม วิถีไทย" โดย น.ส.นราทิพย์ พุ่มทรัพย์ ผอ.ศูนย์คุณธรรม เล่าว่า ศูนย์คุณธรรมต้องการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ในเด็กเล็กวัย 3-5 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่กำลังจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งอยากให้ครูในโรงเรียนอนุบาลทุกคนมีใจพร้อมอยากที่จะสร้างเด็กดี สร้างนิสัยเด็กให้เป็นเด็กที่มีคุณธรรม และสิ่งสำคัญที่เห็นว่า เป็นหัวใจสำคัญหลักที่ทำให้โครงการนี้เดินหน้าไปได้ คือ คุณครู ที่ต้องบ่มเพาะในเรื่องของการทำความดีให้แก่เด็ก ครูทุกคนต้องสร้างให้เด็กรู้จักการทำความดีให้เกิดขึ้นในตัวเด็กให้ได้ด้วยการทวน ซ้ำ ๆ ในขณะเดียวกัน โรงเรียนอนุบาลต้องดึงผู้ปกครอง คุณพ่อ คุณแม่ มาร่วมรู้วิธีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็กด้วย หากกระบวนการเหล่านี้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง จะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาในเด็กได้เป็นอย่างดี
       "ถ้าการทดลองส่งเสริมคุณธรรมในโรงเรียนอนุบาลสำเร็จ ศูนย์คุณธรรมจะเผยแพร่สู่โรงเรียนอนุบาลอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ทดลองส่งเสริมคุณธรรม จริย ธรรมในส่วนของโรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม มหาวิทยาลัย ใน 4 ภูมิภาคไปแล้ว และตอนนี้ก็มีระดับโรงเรียนอนุบาลเพิ่มขึ้นมา ถือได้ว่า การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของศูนย์คุณธรรม สามารถครอบคลุมทุกระดับ" ผอ. ศูนย์คุณธรรม เล่าอย่างตั้งใจ

  
       รศ.ดร.จิราภรณ์ ศิริทวี คณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า ความคิดริเริ่ม การสร้างอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยคุณธรรมนี้เกิดจากการที่ คณะกรรมการโรงเรียน ต้องการให้โรงเรียนมีจุดเด่นนำเสนอสังคม เน้นในเรื่องของคุณธรรมกับความเป็นไทย โดยมีหลักสูตรส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ภายใต้หัวข้อ วิถีธรรม วิถีไทย โดยโรงเรียนจะสอนให้ครูรู้กระบวนการสอดแทรกคุณธรรม ไม่ว่าจะเป็น การเล่านิทานคุณธรรมให้เด็ก ๆ ฟัง เพราะเห็นว่า การปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่วัยเยาว์จะทำให้เด็กซึมซับ เมื่อโตขึ้นมาเขาจะรู้ว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี

   
       “สิ่งที่โรงเรียนอนุบาลทำเป็นอันดับแรก คือ การพัฒนาคุณครู ที่จะต้องมีคุณธรรมก่อน และให้ครูเป็นผู้จัดกิจกรรม เช่น นอน อย่างไรให้มีคุณภาพ โดยเริ่มจากการแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งบนที่นอน เพื่อสวดมนต์ไหว้พระ ก่อนนอนเราก็จะให้คุณครูเล่านิทานเชิงคุณธรรม ยกตัวอย่างเช่น เรื่องจิตอาสา ก็จะเป็นเรื่องจิตอาสาทั้งอาทิตย์ เรื่องความซื่อสัตย์ ก็จะเป็นเรื่องความซื่อสัตย์ทั้งอาทิตย์เช่นกัน เพราะในวัยเด็กต้องมีการเน้นย้ำบ่อย ๆ เด็กจะเกิดการจำ และทางโรงเรียนยังเชิญชวนให้ผู้ปกครองยืมหนังสือนิทานเชิงคุณธรรมจากโรงเรียนกลับบ้านเพื่อนำไปอ่านให้ลูกฟัง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กมีทิศทางในการดำเนินชีวิตมากขึ้น” คณะกรรมการอำนวยการฯ กล่าว  

  
        รศ.ดร.จิราภรณ์ ยังบอกอีกว่า สำหรับกิจกรรมที่ทางโรงเรียนนำมาส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม มีหลายประเภท เช่น เก้าอี้มิตรภาพ... ถ้าใครเหงา เศร้าใจ ก็ไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้น เดี๋ยวก็มีเพื่อนเดินเข้ามาคุยด้วยเป็นหลักสูตรการปลูกฝังความมีน้ำใจ สร้างมิตรภาพที่ดี ความสามัคคีให้แก่เด็ก ๆ ซึ่งเด็กในโรงเรียนชอบมากให้ความสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ ตาม การส่งเสริมคุณธรรมเด็กต้องเป็นโครงการระยะยาว หลังจากนี้ต้องตามผลทุก 3 เดือน หรือ  6 เดือน ว่าเด็กมีพัฒนาการกับเรื่องนี้มากแค่ไหน
   
       ในขณะที่อ.สมพิศ โคมกระจ่าง รองผอ.ฝ่ายบริหาร บอกว่า ทางโรงเรียนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือกับศูนย์คุณธรรมบ่มเพาะคุณธรรมให้แก่เด็ก ยกตัวอย่างกิจกรรมเก้าอี้มิตรภาพที่ทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นไปด้วย ครูทุกคนจะแนะนำเด็กว่า ใครที่รู้สึกไม่มีเพื่อน หรือทุกข์ใจให้มานั่งที่เก้าอี้ตัวนี้ ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้ตั้งอยู่บริเวณทางเดินเข้าหน้าอาคารเรียน ถ้าครูเห็นเด็กคนไหนมานั่งก็จะเข้าไปถามถึงปัญหา และช่วยให้เด็กคลายความทุกข์
   
       การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ต้องทำอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน และทุกรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น หากปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไรสังคมไทยอาจกลายเป็นสังคมที่ไร้ซึ่งคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะต้องเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต.

คำสำคัญ (Tags): #การศึกษา
หมายเลขบันทึก: 321353เขียนเมื่อ 18 ธันวาคม 2009 23:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 22:05 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

เท่าที่สังเกตเยาวชนของเราไม่อดทนรอยคอยไม่ค่อยได้ใจร้อนด่วนได้

มักเป็นผู้เสพบริโภคอย่างหนักหน่วงชอบอวดโก้ของใช้ประเภทฟุมเฟือย

นิยมใช้ชีวิตหรูหราทั้ง ๆ ไม่มีรายได้อะไรเลย ยังห่างไกลพอเพียง

สนับสนุนความคิดเห็นของพระอาจารย์ล้านเปอร์เซ็นต์ครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี