คุณหมอลิ้ม ได้ให้แนวคิด และกระบวนการ ที่จะนำไปดำเนินการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ในชมรมผู้สูงอายุกันได้

สืบเนื่องจาก ผู้สูงอายุไทยมีแนวโน้มจำนวนมากขึ้น ในปี 2550 มีผู้สูงอายุประมาณ 10% ของประชากร และอีกประมาณ 30 ปี ผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 26% เราจึงต้องมีระบบบริการที่จะรองรับในตรงนี้

แฃะคนไทยมีอายุเฉลี่ย เมื่อปี 2540 ประมาณ 68.6 ปี และในปี 2546 ประมาณ 71.5 ปี และคงถึง 80 ปี อีกไม่นาน เพราะฉะนั้น อายุเฉลี่ยคนไทยสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ผู้หญิงมีอายุยืนยาวกว่า เมื่อปี 2552 ผู้หญิงอายุเฉลี่ย 76.3 และผู้ชายอายุเฉลี่ย 69.5 แปลว่า คนไทยเรามีอายุเยอะขึ้น

สำหรับ สถานการณ์สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุนั้น พบว่า

  • เรื่อง ฟันผุ เมื่ออายุ 12 ปี มีฟันผุ 1.55 ซี่ แต่พออายุ 60 ปี พบฟันผุ 15.85 ซี่
  • เรื่อง โรคปริทันต์ ในวัยทำงานเป็นโรคปริทันต์ 37% และพอสูงอายุ เป็น 84%
  • ฟันที่ถูกถอน ที่อายุ 60 กว่า จะถูกถอนไป 13.38 ซี่
  • ฟันที่ใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 20 ซี่ ในผู้สูงอายุจะมี 54.8%
  • และพบว่า ผู้สูงอายุเดินมา 10 คน จะไม่มีฟันทั้งปาก 1 คนเข้าไปแล้ว แปลว่า 10% ของผู้สูงอายุจะไม่มีฟันเหลือในปาก

วันนี้เราจะพูดถึง 90% ที่มีฟันอยู่ เพราะว่า ฟัน 1 ซี่ก็มีค่า มีความหมาย

ทำไมเราต้องรักษาฟัน

เพราะว่าฟันเชื่อมโยงกับสุขภาพ และสุขภาพก็เชื่อมโยงกับฟันด้วย ถ้าสุขภาพไม่ดี ภูมิคุ้มกัน ก็จะเป็นโรคเร็วว่าปกติ และคนที่เป็นโรคทางระบบ เบาหวาน ความดัน พันธุกรรม พฤติกรรมไม่ดี กินหวานจัด มีผลต่อฟันทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน ฟันไม่ดี ก็มีผลต่อร่างกาย กินข้าวไม่ได้ เบื่ออาหาร ติดเชื้อ สุขภาพจิตแย่ นอนไม่หลับ พูดไม่ชัด อารมณ์ไม่ดี แปรงฟันไม่ได้ ทำความสะอาดยาก ปากเหม็น ยิ้มไม่ออก จำกัดการเรียนรู้ เพราะต้องอยู่กับบ้าน เฝ้ากับเรือน เข้าสังคมไม่ได้ ก็จะมีผลกับคุณภาพชีวิต ... ฟันดีจึงมีผลต่อคุณภาพชีวิต

กระบวนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ

กรมอนามัย เรามองการดำเนินงานกับผู้สูงอายุ ในเรื่อง การส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ในเรื่องการรักษาฟื้นฟู เรามีการรักษาทางทันตกรรม และการใส่ฟันเทียม ซึ่งจะอยู่ในระบบบริการ

ส่วนเรื่องของการส่งเสริม จะมีชมรมผู้สูงอายุส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และการป้องกันโรค

การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ก็คือ

  • สร้างกระแสการดูแลสุขภาพช่องปาก
  • พัฒนาศักยภาพ/ทักษะ ผสอ./ชมรม
  • สร้างนโยบายสาธารณะ/สิ่งแวดล้อม
  • ระบบการดูแลสุขภาพช่องปากในชุมชน/ชมรม
  • การมีส่วนร่วมกับภาคีต่างๆ

การป้องกันโรคในช่องปาก ก็คือ เชื่อมโยงบริการระหว่างสถานบริการและชุมชน

  • ระบบเฝ้าระวัง/คัดกรอง
  • ฟลูออไรด์เสริม
  • ขูดหินน้ำลาย/ขัดฟัน
  • ทันตสุขศึกษา

การป้องกันโรคในช่องปาก ทุกท่านจะได้รับ ในฐานะที่เป็นคนไทยทุกคน ... แต่เรื่องสำคัญคือ ทุกท่านต้องรู้จักการดูแลสุขภาพตัวเองด้วย จึงเป็นที่มาของการเพิ่มศักยภาพพวกเรา ... "ทำอย่างไร ในการดูแลผู้สูงอายุ"

ผู้ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ก็คือ

  • ผู้สูงอายุเอง
  • เครือข่ายชุมชน (ชมรมผู้สูงอายุ) ที่จะขับเคลื่อนเรื่องของสุขภาพช่องปาก
  • ที่ขาดไม่ได้คือ ท้องถิ่น อปท. ที่ให้การสนับสนุน รวมทั้งกองทุนตำบล ในการร่วมพัฒนาสุขภาพ
  • และส่วนที่สนับสนุนในเรื่ององค์ความรู้ ก็คือ สาธารณสุข

ส่วนของตัวชมรมผู้สูงอายุ มีประเด็นการทำกิจกรรม เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ คือ

  • การทำความสะอาดช่องปาก
  • พฤติกรรมการบริโภคอาหาร
  • การตรวจสุขภาพ และการเฝ้าระวัง โดยมีระบบเฝ้าระวังช่องปากร่วมกับท้องถิ่น
  • ภูมิปัญญา และถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • การเชื่อมโยงระบบการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค
  • การสนับสนุนทรัพยากร

ทำอย่างไรที่จะให้ผู้สูงอายุมีฟันที่ยืนยาวตลอดชีวิต

ชมรมก็จะต้องรณรงค์ ให้ผู้สูงอายุมีการดูแลฟันอย่างถูกต้อง มีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง เหมาะสม อปท. ก็มีความสำคัญมาก เพราะจะมีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน และสาธารณสุขจะเป็นผู้สนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือ สื่อ โดยมีบทบาทในระดับต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป

ทั้งหมดนี้ เป้าหมายก็คือ เราต้องการให้ฟันอยู่ยืนยาวชั่วชีวิต

และท้ายที่สุด เพื่อให้คุณภาพชีวิตดี

รวมเรื่อง SRM "การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก"