สรุปงานวิจัย

ชื่อเรื่อง   ภาพลักษณ์ครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด

               ฉะเชิงเทรา ตามการรับรู้ของผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน

ผู้วิจัย      อุบล   พัฒนาภรณ์

ปีที่วิจัย    ตุลาคม  2545

วัตถุประสงค์ของการวิจัย  

1. เพื่อศึกษาภาพลักษณ์ของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดฉะเชิงเทรา 5 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านบุคลิกภาพ ด้านจริยธรรม ด้านมนุษย์สัมพันธ์และด้านสังคม

2.เพื่อเปรียบเทียบภาพลักษณ์ของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามการรับรู้ของผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน

วิธีวิจัย                 

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง  

            1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้นำชุมชน ในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 106 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ปีการศึกษา 2544 จำนวน 8,260 คน

           2.  กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้นำชุมชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 89 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ปีการศึกษา 2544 จำนวน 368 คน โดยใช้ตารางเครจซี่ และมอร์แกน ( Krajcie & Morgan, 1970,p. 608) โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามอำเภอ ( Stratified  Random  Sampling )

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

          เครื่องมือที่ใช้ในการค้นคว้าครั้งนี้เป็นแบบสอบถามคุณลักษณะของครูที่เป็นแบบอย่างแก่นักเรียนและสังคม ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่าตามแนวคิดของลิเคอร์ท ซึ่งแบบสอบถามเป็นแบบสอบถามที่ปรับปรุงมาจาก ธัญวิทย์   กล่ำพลบ (2543)ได้วิจัยเรื่องภาพลักษณ์ครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากิ่งอำเภอนิคมพัฒนา สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยอง โดยแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ  

ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม

ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการรับรู้ หรือความคิดเห็นต่อภาพลักษณ์ของครูประถมศึกษา  สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทราโดยแบ่งเป็น 5 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านบุคลิกภาพ ด้านจริยธรรม ด้านมนุษย์สัมพันธ์และด้านสังคม ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ

             ระดับคะแนน  5    หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับดีมากที่สุด

             ระดับคะแนน  4    หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับดีมาก

             ระดับคะแนน  3    หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับดีปานกลาง

             ระดับคะแนน  2    หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับไม่ดี

             ระดับคะแนน  1    หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับไม่ดีที่สุด

วิธีเก็บรวมรวมข้อมูล

                ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ดำเนินการวิจัยดำเนินการขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา ถึงผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขอความร่วมมือผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้วิจัยเดินทางไปแจกแบบสอบถามและเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง          

การวิเคราะห์ข้อมูล           

                1.นำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ตามวิธีทางสถิติ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS  for  Windows

                2.แบ่งเกณฑ์ในการวิเคราะห์และแปรผล พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ย 5 ระดับ (ธัญวิทย์   กล่ำพลบ, 2543,หน้า 41) ดังนี้         

   คะแนนเฉลี่ย   4.51- 5.00    หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับดีมากที่สุด

   คะแนนเฉลี่ย   3.51- 4.50     หมายถึง   ภาพลักษณ์อยู่ในระดับดีมาก

   คะแนนเฉลี่ย   2.51- 3.50     หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับดีปานกลาง   

   คะแนนเฉลี่ย   1.51- 2.50     หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับไม่ดี

  คะแนนเฉลี่ย   1.00- 1.50     หมายถึง    ภาพลักษณ์อยู่ในระดับไม่ดีที่สุด

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

                1.ศึกษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามการรับรู้ของผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน โดยใช้คะแนนเฉลี่ย (X) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                2.เปรียบเทียบภาพลักษณ์ของข้าราชการครูโรงเรียนประถม สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามการรับรู้ของผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียนโดยใช้การทดสอบค่าที (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า

                ภาพลักษณ์ของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามการรับรู้ของผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมและรายด้านอยู่ในอยู่ในระดับดีมาก ผลการเปรียบเทียบภาพลักษณ์ของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามการรับรู้ของผู้นำชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  (p  <  .05) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p  <  .05  ) ยกเว้นด้านวิชาการแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ