จากนี้ไป จะไม่มีการฮิจเราะห์ แต่จะมีการเสียสละเพื่ออัลลอฮฺ

สลามถึงพี่น้องร่วมศรัทธาทั้งหลาย

หายหน้าหายตาไปนานพอสมควร เกือบปีก็ว่าได้ แต่วันนี้เปิดอีเมล์และเห็นเมล์จากน้องสาวเลยเปิดดู ซึ่งมีลิงค์ไปยัง gotoknow.org/blog จึงลองเปิดดูและได้อ่านบันทึกจากเพื่อนๆนักวิชาการและนักเผยแพร่อิสลาม จึงมีความคิดว่า วันนี้คงต้องเขียนบันทึกใหม่เพื่อเป็นการตักเตือนเพื่อนๆและพี่น้องทุกท่าน

สัปดาร์นี้เป็นสัปดาร์สุดท้ายของปีฮิจรีย์ 1430 ซึ่งมีอีกสองสามวันก็จะเริ่มปีใหม่อิสลาม เลยเห็นความจำเป็นที่จะต้องให้การตักเตือน โดยเฉพาะประเพณีที่หลายๆคนเคยชินมา

สิ่งแรกที่อยากบอกเพื่อนๆคือ ปีฮิจเราะห์ที่เริ่มนับจากเดือนมุหัรรอมนั้น ได้เริ่มการนับวันเดือนปีในสมัยของท่านคอลีฟะห์อุมัร ซึ่งในสมัยนบีและสมัยอะบูบักร์เป็นคอลีฟะห์ยังไม่มีการนับวันเดือนปีตามที่มีอยู่ณ.ปัจจุบัน แต่เมื่อมาถึงสมัยอุมัรที่มีการส่งสารอย่างมากมายไปยังหัวเมืองต่างๆที่อยู่ใต้การปกครองของอุมัรโดยปราศจากวันเดือนปี ซึ่งทำให้บรรดาอามีรที่ปกครองเมืองต่างๆเกิดอึดอัดใจ เพราะไม่รู้ว่าสารเหล่านั้นถูกเขียนเมื่อไร ทำให้อุมัรและบรรดาสาวกของท่านนบีต้องมานั่งคิดและให้คำปรึกษาว่าควรใช้วันเดือนปีอะไรอย่างไร ซึ่งมีการนำเสนอความคิดเห็นต่างๆนาๆ แต่อุมัรไม่ยอมรับนอกเหนือจากความคิดเห็นหนึ่งที่เสนอให้ยึดใช้วันเดือนปีจากการฮิจเราะห์ของท่านนบี และบรรดาศอหาบะห์ก็เห็นพ้องต้องกันว่าความนำเอาวันเดือนปีฮิจเราะห์ในการบันทึกสารและหนังสือเข้าออก แต่บรรดาศอหาบะห์มีความเห็นที่แตกต่างกันว่าควรเริ่มนับจากเดือนไหน บางคนเสนอให้เริ่มนับจากเดือนซอฟัร ซึ่งเป็นเดือนที่นบีฮัจเราะห์ เพราะนบีฮิจเราะห์ (อพยพ) ออกจากมักกะห์ไปยังถ้ำเซาร์ในคืน 27 ซอฟัร และอยู่ในถ้ำเป็นเวลาสามวัน จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังเมืองมาดีนะห์ ด้วยเหตุนี้เองบางกลุ่มบอกว่าควรเริ่มนับจากเดือนซอฟัร แต่อุมัรยืนยันที่จะเริ่มนับจากเดือนมุหัรรอม และท้ายที่สุดบรรดาศอหาบะห์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรเริ่มนับจากเดือนมุหัรรอม ซึ่งคำอธิบายเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่านบีและบรรดาศอหาบะห์ก่อนสมัยการปกครองอุมัรต่างก็ไม่เคยนับวันที่ 1 ของมุหัรรอมเป็นวันปีใหม่ ถึงแม้นว่าจากสมัยอุมัรจนถึงปัจจุบัน ปีใหม่ของอิสลามจะเริ่มนับจากวันดั่งกล่าว

สิ่งที่ผมจะบอกเพื่อนๆให้รู้และเข้าใจตรงนี้คือ การกระทำและประเพณีต่างๆที่หลายๆคนปฎิบัติอยู่เมื่อวันที่หนึ่งมุหัรรอมหรือวันสุดท้ายของเดือนซุลหิจจะห์มาถึงนั้น แน่นอนเป็นประเพณีที่ไม่เคยปรากฎในสมัยนบีและสมัยคอลีฟะห์อะบูบักร์

ด้วยเหตุนี้การจัดงานหรือพิธีกรรมต่างๆที่เป็นการต้อนรับวันปีใหม่อิสลามนั้นแน่นอนเป็นสิ่งที่ไม่ปรากฎในหนังสือฟิกห์ ไม่มีตัวบทหะดิษใดๆ จะศอหิห์หรือไม่ ที่พูดถึงการจัดงานและพิธีต้อนรับปีใหม่อิสลาม และไม่ปรากฎในการกระทำของบรรดาซาลัฟศอและห์ในเรื่องดั่งกล่าว ด้วยเหตุนี้เองทำให้อุลามาอุบางสวนเห็นว่ามันน่าจะเป็นการนำวิถีปฎิบัติของคนต่างศาสนิกมาใช้ ซึ่งจะเป็นการตาชับบุห์ (تشبه)

แม้แต่การกล่าวตะห์นีอะห์ด้วยคำพูด อาทิ كل عام وأنتم بخير  تقبل الله منا ومنكم เป็นสิ่งที่ไม่ปรากฎในซุนนะห์ของท่านนบี เพียงแต่นักวิชาการอิลามมีความเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งสวนหนึ่งเห็นว่าการกระทำดั่งกล่าวเป็นเรื่องอาดะห์ (ประเพณีทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา) และเป็นสิ่งที่กระทำได้ สำหรับอิหม่ามอะห์หมัดท่านมีความเห็นว่า ไม่ควรที่เริ่มก่อน แต่ถ้ามีคนมากล่าวตะนีอะห์ให้กับเรา ก็ควรที่จะตอบกลับด้วยดุอาร์ที่ดีให้กับเขา

แต่สวนหนึ่งของนักวิชาการอิสลามเช่นเชคซอและห์อัลเฟาซานมีความเห็นว่า สิ่งเหล่านี้มีวันเวลาที่ถูกกำหนดอย่างชัดเจน จึงเห็นว่ามันเป็นสิ่งต้องห้าม

อย่างไรก็ตาม การปลีกตัวออกจากสิ่งที่มีความขัดแย้งระหว่างนักวิชาการย่อมจะดีกว่าการไปกระทำในสิ่งที่เป็นคีลาฟ (ขัดแย้ง)

จึงขอฝากเพื่อนๆช่วยตักเตือนเพื่อนๆของท่านต่อๆไป