ลืนหอม สายฟ้า อดีตนักศึกษากฎหมายไร้สัญชาติ สู่...ทนายความวิชาชีพ
ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล SWIT
วันที่ 7 กันยายน 2552
“หอมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังและไม่จบสิ้น เพราะความไม่รู้กฎหมายของชาวบ้าน และของผู้ที่ประสบปัญหาไร้รัฐและไร้สัญชาติ ความละเลยการปฏิบัติงานและไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา เพราะแม้เป็นเรื่องง่ายๆ และใกล้ตัว แต่ถ้าชาวบ้านไม่รู้กฎหมายและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็อาจเกิดปัญหาที่บานปลายได้ งานที่ทำนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาได้มากและเป็นการแก้ไขปัญหาที่ค่อนข้างยั่งยืน เพราะเมื่อชาวบ้านรู้กฎหมายแล้ว ก็สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองและปัญหาของครอบครัว ของหมู่บ้าน และบอกต่อไปยังผู้ที่มีปัญหาได้”

ปัจจุบัน ลืนหอม สายฟ้า สาวน้อยท่าทางเรียบร้อย อายุ 24 ปี ปัจจุบันเธอคือ “ทนายความวิชาชีพ” กำลังสำคัญหนึ่งของคลินิกกฎหมายชาวบ้าน(ด้านสิทธิและสถานะบุคคล) อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนหน้านี้เธอคืออดีตนักศึกษากฎหมายไร้สัญชาติ คณะนิติศาสตร์ หลักสูตรคู่ขนานระบบสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เธอเลือกเรียนกฎหมายและตลอดระยะเวลาในการเรียนกว่า 4 ปี ยิ่งทำให้เธอเรียนรู้ว่าเป็นศาสตร์ที่จะช่วยชดเชยความไม่รู้ ในการแก้ไขปัญหาการใช้สิทธิการได้สัญชาติของตัวเอง และเป็นศาสตร์ที่จะทำให้มีความรู้ครอบคลุม และปกป้องตัวเองจากผู้ที่ละเมิดกฎหมายได้
“ด้วยความที่ข้าพเจ้าเป็น คนต่างด้าวโดยไม่ตั้งใจนี้ ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ย่อท้อ หรือกระทำตัวเองให้เป็นคนที่ไม่ดีต่อสังคมไทยแต่อย่างใด ข้าพเจ้าตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างดีตลอดมา จนกระทั่งได้เป็นนิสิตนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ โดยไม่ใส่ใจคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นที่ว่า ไม่มีสัญชาติไทย เรียนจบไปก็ไม่มีงานทำ เสียเวลาเรียนเปล่าๆ บางคนก็คิดว่าจะเรียนต่อไปทำไม เพื่อนๆ ส่วนมากจึงไม่ได้เรียนต่อเพราะสาเหตุนี้ แต่คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นกลับกลายเป็นแรงกดดันและแรงใจ ให้ข้าพเจ้าทำในสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้คำพูดเหล่านั้นเป็นความจริงได้ การมาเป็นนิสิตมหาลัยนเรศวรนั้น ไม่ใช่แค่มาเป็นเพียงนิสิตเท่านั้น ยังมีโอกาสได้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลและกฎหมายต่างๆและสิทธิที่ของตัวข้าพเจ้า ครอบครัว อีกเพื่อนๆในชุมชนของข้าพเจ้าพึงมี” คือถ้อยคำแห่งความมุ่งมั่น ที่เธอเคยส่งถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งรัดกระบวนการพิจารณาให้สัญชาติไทย
ลืนหอมใช้เวลาต่อสู้ร่วม 5 ปีเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทย แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวด แต่อีกด้านมันเป็นช่วงเวลาให้ได้คิด ได้เรียนรู้ ลงมือแก้ไขปัญหาใหญ่ของชีวิตด้วยมือของเธอเอง มากไปกว่านั้น ประสบการณ์ตรงของเธอ ทำให้เธออยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไรสัญชาติให้หมดไป
ลืนหอมเกิดที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เธอเกิดมาพร้อมกับความไร้สัญชาติ ต่อมาเธอมีโอกาสได้รู้จัก รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในห้องเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติของเธอเอง ขณะเดียวกัน เมื่อมีการจัดกิจกรรมโดยมหาวิทยาลัย หรือเครือข่ายคนทำงานด้านสถานะบุคคลหรือคนไร้รัฐไร้รัฐไร้สัญชาติ ลืนหอมก็มักจะเข้าร่วมด้วยเสมอ อาทิ ตลาดนัดสิทธิมนุษยชนที่คลินิกกฎหมายชาวบ้านแม่อายจัดขึ้น งานวันเด็กไร้สัญชาติ ทั้งที่อำเภอแม่อาย และอำเภอแม่จัน งานเสวนาวิชาการเกี่ยวกับสถานะบุคลในหัวข้อที่ต่างกันไป ทั้งในและนอกห้องเรียนวิชากฎหมาย เธอได้เรียนรู้ถึงกระบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่ไม่เคยรู้มาก่อน ทุกอย่างต้องอาศัยการสร้างความเข้าใจในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ชาวบ้านและคนในชุมชน ให้สามารถมีส่วนร่วมช่วนกันการผลักดันในเชิงนโยบายได้ เมื่อได้เห็นคนทำงานด้านนี้แล้วรู้สึกประทับใจ จึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่ทำให้เธออยากจะทำงานช่วยเหลือผู้อื่นที่ยังประสบปัญหาในเรื่องความไร้รัฐไร้สัญชาติบ้าง
ลืนหอม เริ่มต้นการทำงานโดยเป็นนักกฎหมายที่คลินิกกฎหมายชาวบ้านแม่อาย (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล) องค์กรให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย และแนะนำวิธีปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องโดยยืดถือหลักกฎหมายนโยบาย แนวปฏิบัติของรัฐเป็นสำคัญ อีกทั้งยังให้ความรู้ข้อกฎหมายกับผู้ที่อยากเรียนรู้กฎหมายอีกด้วย
ทุกวันของการทำงาน บางครั้งมันทำให้เธอนึกย้อนกลับไปถึงเมื่อตอนที่เธอยังคงประสบปัญหาไร้สัญชาติ แต่เวลานั้นไม่มีคนคอยให้คำปรึกษา คำแนะนำที่ถูกต้อง ทุกอย่างดูมืดมน เทียบกับตอนนี้ ทุกๆ วัน ที่ลืนหอมได้รับรู้และพูดคุยกับเจ้าของปัญหา เธอรับรู้ถึงความยากลำบาก การสูญเสียโอกาสในชีวิต และสิทธิต่างๆ ของชาวบ้านแม่อาย และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ขณะที่ชาวบ้านแต่ละคนนั้นมีทั้งเข้มแข็งและอ่อนแอ ทว่าชาวบ้านกลุ่มหนึ่งของชุมชนแม่อายที่เธอทำงานด้วยกำลังเติบโตด้วยความเข้มแข็ง เธอได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับพลังของชุมชน มันยิ่งกลายเป็นแรงบันดาลในการทำงานสำหรับเธอ
“หอมเชื่อมั่นว่า เด็กๆ และเยาวชนที่ไร้รัฐไร้สัญชาติที่แม่อาย และพื้นที่บริเวณใกล้เคียงนี้ จะสามารถยืนหยัดต่อสู้ร่วมกับพวกเราและคลินิกฯแม่อาย และพวกเขา จะกลายเป็นกำลังสำคัญและทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยต่อไป”
ในอนาคต ลืนหอมมุ่งมั่นที่จะยังคงเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการไร้รัฐและไร้สัญชาติ ผ่านความร่วมมือระหว่างเจ้าของปัญหาในชุมชนและองค์กรต่างๆ เพื่อผลักดันพลังของความรู้และการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับทั้งเจ้าของปัญหา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงสังคมไทย เพื่อให้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งระดับกฎหมาย นโยบายและทางปฏิบัติจริง ด้วยสองมือเล็กๆ ของเธอเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติให้หมดไปจากประเทศไทย
สวัสดีคะพี่ลืนหอมหนูอยากรู้จักพี่คะ หนูชื่อเสาวนีย์คะตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงคะ คณะนิติศาศตร์ ปี2 คะ หนูไม่มีบัตรคะหนูอยากได้คำแนะนำจากพี่คะ ช่วยชี้แนะด้วยคะ ขอบคุณพี่มากๆคะถ้าไม่เป็นการเสียมารยาทหนูอยากฝากเบอร์ไว้เผื่อพี่อาจจะให่คำปรึกษากับหนูคะ