เมื่อวานนี้มีคุณแม่ท่านหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า พาลูกไปเรียนตีแบดมินตัน เพราะลูกเป็นคนเชื่องช้า อยากให้กระฉับกระเฉงขึ้นบ้าง
คุณแม่ท่านนี้เล่าให้ฟังถึงวิธีการสอนของคุณครู ซึ่งครูขิมเดาว่าคงจะเป็นคุณครูที่จบเอกพละศึกษา คุณครูจะสอนให้เด็กหัดตีลูก หัดจับไม้ให้ถูก และให้ช่วยกันเก็บลูกขนไก่ที่ตกกระจายเกลื่อนอยู่ในสนามด้วย รวมทั้งสลับกัน กลุ่มหนึ่งตี อีกกลุ่มช่วยกันเก็บ
ฟังเรื่องเล่าแล้วทำให้ครูขิมนึกถึงการเรียนวิชาพละของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ แบดมินตัน ปิงปอง บาสเก็ตบอล ฯลฯ จำได้ว่าครูที่สอนพละทุกคนจะเข้มงวด เสียงดัง และสำเนียงการพูดก็จะห้วนๆ ไม่มีการมานั่งจ๊ะจ๋า คะขา โอ้โลมกันหรอก เรียกว่าเป็นครูที่โหดใช้ได้เลยทีเดียว
จริงๆแล้วครูขิมไม่ได้เก่งกีฬาอะไรหรอกค่ะ ไม่ได้ชอบกีฬาด้วย ไม่แม้แต่จะดู แต่สิ่งที่ชอบเกี่ยวกับวิชาพละศึกษา หรือการไปเรียนออกกำลัง คือ ชอบสิ่งที่คุณครูพละสอนให้เด็กๆ
นอกจากจะสอนให้เล่นกีฬาเป็นแล้ว คุณครูเหล่านี้ยังไม่ละเลยที่จะสอนเรื่องน้ำใจนักกีฬา ครูขิมยิ้มตั้งแต่คุณแม่ท่านนี้เล่าแล้วว่า ให้เด็กๆช่วยกันเก็บลูกขนไก่ นี่คือการช่วยกันทำ ช่วยกันเล่น เธอเล่นแล้วเธอก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เธอเล่น ไม่ใช่เล่นสนุกอย่างเดียว ครูขิมชอบมากเลย อยากให้เด็กๆมีกิจกรรมแบบนี้เยอะๆในชีวิตประจำวัน
ทุกวันนี้ เด็กๆส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับการเรียนพิเศษ ทั้งด้านวิชาการและเรียนเพื่อความสามารถพิเศษ แต่สิ่งที่เรียนไปทั้งหมดล้วนแต่"เพื่อตัวเอง" หายากมากที่จะมีกิจกรรมอะไรที่เด็กๆจะได้ใช้เวลาหรือใช้พลังงานไป"เพื่อคนอื่น" บ้าง อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะ เด็กๆเดี๋ยวนี้ ล้างจานเองก็ไม่เป็น บางคนโตจนจะเป็นสาวแล้ว ต้องให้คุณแม่แต่งตัวให้ เรื่องจะไปทำอะไรให้คนอื่นนั้นลืมไปได้เลย
ถ้าทุกคนล้วนแต่ทำอะไรเพื่อตัวเอง แล้วสังคมมันจะหมุนต่อไปได้ยังไงล่ะคะ ถ้าไม่มีการเสียสละเวลาหรือความสุขส่วนตัวบ้าง เราทุกคนคงจะล้วนแต่โดดเดี่ยว ต้องรักษาผลประโยชน์เพื่อตัวเองเท่านั้น
ครูขิมชอบแนวคิดของวิชาพละศึกษา และอยากสนับสนุนให้คุณพ่อคุณแม่ได้เสริมกิจกรรมนี้เข้าไปในชีวิตของลูกๆบ้าง ใครๆอาจจะคิดว่าดนตรีไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพละศึกษาเลย จริงๆแล้วเกี่ยวนะคะ เพราะการเรียนพละศึกษาหรือการเล่นกีฬาเป็นการกระตุ้นระบบประสาทและความเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้ประสาทตาและการเคลื่อนไหวของส่วนต่างๆของร่างกายทำงานประสานกันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบประสาทในการเล่นดนตรีดีไปด้วย
เพราะฉะนั้น นักเรียนที่เรียนดนตรี ครูขิมมักจะแนะนำให้เล่นกีฬาด้วย เพราะมันช่วยเสริมกันโดยตรง และยังทำให้เรากระฉับกระเฉงขึ้นด้วย และที่สำคัญ จะทำให้เราเป็นคนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา
รู้จักแพ้เป็น รู้จักชนะก็ได้ และรู้จักการให้อภัย
ที่สำคัญคือ จะได้เรียนรู้ที่จะมีวินัยด้วย
ขอบคุณ และดีใจ ที่มีบันทึกดีๆครับ