ประชาธิปไตย ธิปไตย ของไทย

          เมื่อวานเป็นวันหยุดเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ ดูข่าว ที่มีสาระ ไม่มีสาระอยู่ที่บ้านเงียบ ๆ นั่งหวลคิดถึงเมื่อปลายเดือนก่อน เราเดินทางไป กทม. นั่งแท็กซี่ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มองด้วยความเศร้า ๆภายในใจ  วีรบุรุษประชาธิปไตยผู้กล้าที่ร่วมกัน    ก่อสร้างอนุสาวรีย์  ซึ่งตัวอนุสาวรีย์ฯ มีความหมายโดยมีนัยสำคัญในตัวเองไม่ว่าจะเป็น

         ครีบทั้ง  4  ด้านสูงจากแท่นพ้น  24  เมตร  ยาว  24  เมตร  หมายถึงวันที่  24  ที่เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง

         พานรัฐธรรมนูญที่ตั้งอยู่ยอดป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ที่สูง  3  เมตร หมายถึง     เดือน 3  หรือเดือนเมษายน ที่ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง           และหมายถึงอำนาจทั้ง  3  ฝ่ายภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญ้ติ บริหาร ตุลาการ)

         ปืน  75  กระปอก หมายถึงเลขท้าย  2  หลักของปี 2475  ส่วนโซ่ที่ร้อยคือความสมัครสมานสามัคคี พร้อมเพียงกันของคณะปฏิวัติ  หรือแม้แต่ลายที่อยู่บนครีบทั้ง  4  ด้านได้เน้นถึงเรื่องราวของการทำงานคณะราษฎร  

         พระขันธ์  6  เล่มที่รายรอบหมายถึง  หลัก  6  ประการของคณะราษฎร โดยมีเนื้อหาที่พอจะสรุปได้ดังนี้

         1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในบ้านเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้มั่นคง

         2. จะรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

         3. จะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลใหม่ จะพยายามหางานให้ราษฎรทำโดยเต็มความสามารถ จะร่างโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ  ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

         4. จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน 

         5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อ

             หลัก 4 ประการ ดังกล่าวแล้วข้างต้น

         6. จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ที่เศร้า ๆ  เพราะนึกถึงสภาพสังคม การเมืองปัจจุบัน   เราคนไทยกำลังทะเลาะกันเรื่องรัฐธรรมนูญ   (เพื่อเรา  เพื่อไทย หรือ เพื่อใคร?)  แล้วที่กลุ่มคนบางกลุ่มไปชุมนุมเมื่อวานนี้  ทำให้ไม่เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญหลาย ๆ ฉบับที่ผ่านมา  เหมาะกับ ไทย หรือ ใคร หรือกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ความหมายในอนุสาวรีย์ฯ  ที่วีรบุรุษไทย ได้เสียสละจะมีความหมายที่บิดเบือนไป มากกว่านี้ไหมนอ....เศร้าจังค่ะ