เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำไมจึงมีผู้คนมาพัก มาเที่ยวชม เยอะจัง ที่มากางเต็นท์กันเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว คู่หนุ่มสาว ก็มีมาก ร้านค้าที่ขายของก็มีจำนวนมากเหมือนกับมีตลาดอยู่ในบริเวณเขื่อนเลยครับ เป็นคำถามในใจของผม
จริงๆ แล้วเล่าไปก็เข้าใจไป การที่เขื่อนมีตลาดร้านค้ามากมาย ก็เพราะที่นี่เป็นสถานีรถไฟ และก็เป็นสถานีรถไฟที่ใช้จริง มีรถไฟวิ่งให้บริการเป็นประจำ ผมมีโอกาสได้พาลูกขึ้นรถไฟ การขึ้นรถไฟของเค้าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกกันทั้งสองคนเลย เค้าก็รู้สึกตื่นเต้นและระทึกไปกับขบวนรถไฟชั้น 3 ซึ่งบรรยากาศ คงตื่นเต้น ระทึก คล้ายกับนั่งรถไฟไปกับแฮรี่พอตเตอร์และเพื่อนๆ ในภาพยนตร์อมตะสมัยนี้ แฮรี่พอตเตอร์..
แรกเริ่ม เรานอนหลับกันสบายอยู่ในเต็นท์ ซึ่งเรากางอยู่หน้าร้านค้าสวัสดิการฯ ที่เลือกตรงนี้ก็เพราะว่าสะดวกเรื่องห้องน้ำล่ะครับ ..และก็ได้ยินประกาศขออนุญาติใช้เสียงจากประชาสัมพันธ์ของเขื่อนฯ เป็นเสียงผู้ชายคิดว่าน่าจะเป็นประชาสัมพันธ์จำเป็น “ก็เรียนเชิญทุกท่านที่จะไปขึ้นรถไฟชมเขื่อนให้มาพร้อมกันที่ป้อมฯ “
“ซึ่งมีรถรอให้บริการทุกท่านไปส่งยังสถานีรถไฟพร้อมแล้ว ซึ่งรถไฟจะมากันประมาณ 6 โมง 10 นาทีครับ “
พวกเราก็รีบล้างหน้า แปรงฟัน และก็ขึ้นรถไปกับเค้าเลย พอมาขึ้นรถ ผู้คนที่ทยอยกันมามากเอาการ 50-60 คนน่าจะได้ ทุกคนก็คงไม่ค่อยรู้ข้อมูลกันเท่าไร
ก็ขึ้นรถไปกับเค้าเลย ค่าโดยสารก็คนละ 10 บาท (ไป-กลับ) การโดยสารก็เป็นรถกะบะมีเสื่อปูให้นั่ง คงเป็นบริการของคนท้องถิ่นล่ะครับ ก็ดีครับอากาศตอนเช้ามืดนี่สดชื่นจนค่อนข้างหนาวเลยครับ นั่งรถไปไม่นานก็ถึงแล้ว..ก็ตรงทางเข้าเขื่อนนั่นเอง นึกว่าไกล..

ลงมาก็มีป้อมเจ้าหน้าที่รถไฟ และข้างๆ กันก็มีร้านขายกาแฟ ไข่ลวก พวกเราหลายคนก็ใช้บริการกัน พร้อมทั้งสอบถามข้อมูล แม่ค้าก็ให้ข้อมูลแบบคล่องแคล่วทีเดียว มืออาชีพเลยละครับ สักพักใหญ่ คุยกันจุ๋งจิ๋ง เด็กก็ร้องงอแง.. ฟ้าก็สราง เราได้ยินเสียงหลายคนร้องให้สัญญาณว่า รถไฟมาแล้ว รถไฟมาแล้ว จากนั้นก็รีบขึ้นกันตามความพร้อมของแต่ละคน แบบต้องรีบหน่อย.. เด็กก็ได้เรียนรู้ไปกับสถานการณ์ ขึ้นไปบนรถไฟแล้ว คนค่อนข้างมาก ไม่มีที่นั่งก็ต้องยืนเป็นธรรมดาครับ จากนั้นทุกคนก็เตรียมพร้อมสำหรับการชมภาพเขื่อนยามเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น เตรียมกล้อง โทรศัพท์มือถือ กล้องวิดีโอ บันทึกภาพกันเต็มที่ กับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าแถบ
ไม่น่าเชื่อว่า ผืนน้ำจะได้กว้างใหญ่ มากมายราวกับทะเลขนาดนั้น ในเขื่อนเราก็ยังเห็นมีเรือหาปลาลอยลำอยู่ เป็นธรรมชาติมากๆ
รถไฟก็วิ่งไปด้วยความเร็วเต็มที่ของเขาผ่านไปบนตอหม้อที่ตั้งอยู่กลางน้ำทำให้พวกเราที่โดยสารอยู่บนรถมองไปทั้งสองข้างทางเหมือนรถไฟวิ่งอยู่บนน้ำไม่มีผิด ถ้าน้ำขึ้นจนถึงรางก็คงดีมากเพราะน้ำคงกระจายออกสองข้าง.. มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ ที่ผมเองก็ไม่คิดเลยว่าจะได้พบ.. ตรงนี้ถือได้ว่าเป็นเสน่ห์ของเขื่อนป่าสักกะมัง
เราก็นั่งชื่นชมกับธรรมชาติและเห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่เค้าขึ้นมาบนรถไฟในตอนที่จอดรับตามสถานีรายทาง มีหลายคนสังเกตว่าคนบางกลุ่มเขาเป็นชาวเขา หรือชาวเผ่าอะไร ไม่ค่อยเหมือนคนไทยเลย ผมเองก็ตอบไม่ได้ ก็คงต้องหาคำตอบกันต่อไป
รถไฟจอดหลายสถานีอยู่เหมือนกันกว่าจะถึงสถานีที่เราจะลง อย่างที่บอกนี่เป็นรถไฟที่ใช้บริการจริง สุดเส้นทางน่าจะเป็นจังหวัดหนองคายนะ
เราได้ยินคนขายตั๋วรถไฟเดินมา ขายแต่ไม่เก็บเงินหรอก ช่วงนี้เป็นบริการฟรีที่รัฐเค้าให้กับประชาชนที่ใช้บริการรถไฟชั้น3 เค้าฉีกตั๋วให้เราและกำชับให้เราเก็บตั๋วไว้ตรวจด้วย ก็ต้องขอบคุณมานะที่นี้ด้วยนะครับ
รถไฟวิ่งมาอีกไม่นานก็มาจอดที่สถานีสุรนารายณ์ พวกเราก็ลงกันที่นี่ และรอรถกลับ ช่วงกลับก็ไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรกันเท่าไร ภาพที่ถ่ายก็เป็นภาพของผู้คนโดยรวมซะมากกว่าแล้วล่ะครับ และเราก็กลับมาถึงสถานีเขื่อนฯ ก็ถ่ายรูปกับป้ายบอกสถานีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์กัน และเราก็ขึ้นรถคันเก่ากลับที่พักกัน…ขึ้นไปแล้ว เห็นหลายคนเขาเดินกัน ก็นึกได้ว่า ใกล้แค่นี้ไม่น่าขึ้นเลยเรา..


สุดระทึกไปกับขบวนรถไฟวิ่งบนน้ำ
สวัสดีค่ะ
มาระทึกกับขบวนรถไฟเที่ยวนี้
ถ้าอยู่อิสานเมื่อก่อนจะใช้บริการทุกอาทิตย์เลย
ชอบบรรยากาศชานชาลา สถานี เสียงหวูดรถไฟ
มีความสุขวันนี้ และสุดสัปดาห์นะคะ