บ้านเมืองเราความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นค่อนข้างยาก

เพราะเรามีวิธีเรียนแบบไปลอกมาจดจำมาทั้งดุ้น

ไม่ค่อยจะได้คิดได้ทำอะไรใหม่ๆ

เก่งและถนัดในเรื่อง "เขาว่า"

แล้วก็ยึดตำราเขาบอกว่า เขาเล่าว่าง เขาอ้างว่า

ไม่ค่อยมีที่..ผมบอกว่า เธอหรือฉันพูดว่า

ความรู้ความคิดใหม่จึงถูกคุมกำเนิดเพราะไม่กล้าคิดกล้าทำอะไรใหม่

กลัวผิด กลัวเขาว่าไม่ถูก กลัวเขาว่าไม่เก่ง ..กลัวเละเทะไปหมด

เรื่อง นี้เป็นปัญหาของผมเองละครับ ที่สาละวนอยู่กับความไม่รู้มาตลอดชีวิต ตอนแรกก็นึกว่าตัวเองรู้ แต่เอาเข้าจริงมันก็แค่นั่นแหละ ยังบ้องตื้นเหมือนเดิมและขนานแท้เสียด้วย ยิ่งเรียนก็ยิ่งไม่รู้ ตอนแรกประมาทนึกว่ารู้ไว้ใช่ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงละครับ นอกจากจุดไต้ตำตอไปเรื่อยๆ ตำบ่อยๆสมองแฉะเหมือนกัน เลยต้องหันมาทบทวนวิธีเรียน

เช้านี้เดินไปดูหลังคาที่ทำโครงเหล็กผสมไม้ไผ่ แล้วปลูกผักสมุนไพรประเภทเถาว์เลี้อยให้ขึ้นคลุมพื้นที่ด้านบน หลังจากรดน้ำใส่ปุ๋ยนาน1เดือน พืชกลุ่มนี้ก็ทำหน้าที่ช่างมุงหลังคาคลุมเนื้อที่ได้ประมาณ70% เสาวรสกับฟักข้าวแข่งกันเข้าเส้นชัย มีน้ำเต้าไล่ตามหลังมาติดๆ ส่วนต้นโนราห์เพิ่งจะลงดิน

ผม เด็ดยอดฟักข้าวได้กำหนึ่ง ทราบจากครูอารามว่ายอดฟักข้าวกินได้แต่จะมีรสขมนิดหน่อย วันนี้ผมจึงนั่งคิดหาวิธีเจี๊ยะยอดฟักข้าวที่อวบเขียวสดๆนี้ หาวิธีชิมรสเบื้องต้น โดยต้มน้ำแล้วเอายอดฟักข้าวไปลวก กะพอสุกเอามาชิม โอ้โฮ้กรอบอร่อยมีรสขมน้อยนิดมาก ไม่ได้ขมอย่างฟ้าทะลายโจรหรือดอกสะเดา

แม่บ้านตั้งหม้อข้าวต้ม ผมไปเด็ดผักกาดมาผสมให้ได้ปริมาณ1จาน ได้สัดส่วนฟักข้าว30%ผักกาด70% ล้างแล้วขยุ้มลงกระทะร้อน ใส่ซ๊อสผัดซีอิ้วพอประมาณ ตักใส่จานเสิร์ฟตัวเองกับแม่บ้าน พากันนั่งพิจารณารสอาหารที่รับประทานครั้งแรก ไม่มีกับข้าวอื่นมาปะปน จัดข้าวต้มกับผัดผักไฟแดง สรุปได้ว่าอร่อยกว่าที่คิด ต่อไปจะเป็นเมนูฮิตประจำ เพิ่มจากเดิม ผัดต้นหอม ผัดยอดฟักทอง ผัดยอดน้ำเต้า ที่เป็นเมนูพิเศษภัตตาคารพึ่งพุง ของสวนป่ามหาชีวาลัยอีสาน อร่อยไหม? ถามครูปูได้นะจ๊ะจิบอกไห่..

อิ่มแล้วนึกพอลล่า กลุ่มคนหน้าตาดี

ที่โอดครวญว่าอยากจะปลูกผัก และอยากจะกินผัก

แต่ไม่มีพื้นที่ปลูกและไม่มีเวลา

แหม..ไม่รู้จะแนะนำอย่างไร

นอกจากให้หาแฟนที่ปลูกผักและทำกับข้าวเก่ง

แต่ก็นั่นแหละ..หนุ่มสมัยนี้น้อยนักจะสนใจเรื่องทำอาหาร

ชอบชี้นิ้วสั่งจานโปรดเป็นประจำ

ทำให้ด้อยโอกาสที่จะได้รู้จักอาหารดีๆใหม่ๆ

เรื่องของฟักข้าวยังมีชุดความรู้อีกมากมาย ซึ่งต้องพึ่งพานักวิทยาศาสตร์อธิบาย ผมมันแค่นักเจี๊ยะศาสตร์ ลองเข้าไปค้นในสาระบบดูนะครับ เขาบอกว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและเภสัชอย่างน่าทึ่งเชียวแหละ ผลอ่อนเขียวทำเป็นอาหาร รสชาติเนื้อฟักข้าวคล้ายมะละกอ ลวกหรือต้มให้สุกกินกับน้ำพริกกะปิ หรือใส่แกง ยอดอ่อนใบอ่อนนำมาเป็นผักได้ นำมานึ่งหรือลวกสุกกินกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค อร่อย

เมล็ดฟักข้าวมีปริมาณเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอท10เท่า มีไลโคฟีนมากกว่ามะเขือเทศ12เท่า มีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ10ของ มวล การกินเบต้าแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมจากร่างกายได้ดีเพราะละลายได้ในกรด ไขมันดังกล่าว ปัจจุบันมีผู้นำเยื้อเมล็ดนี้ไปผลิตเป็นเครื่องดื่มอาหารเสริมจำหน่ายในต่าง ประเทศ

ประเทศจีน ใช้เมล็ดฟักข้าวมากว่า1,200ปี ให้บำบัดอาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ รัดสีดวง แก้ท้องเสีย โรคผิวหนังติดเชื้อต่างๆ การกินฟักข้าวเป็นยานั้นให้เมล็ดแก่บดแห้ง ส่วนการใช้ภายนอก ให้นำเมล็ดบดแห้งผสมน้ำมัน หรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยมาบริเวณที่มีอาการ และใช้เยื่อเมล็ดแทนสีอาหาร

ประเทศไทย มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเชลล์มะเร็ง จดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว

ประเทศญี่ปุ่น ทำการวิจัยพบว่า น้ำสกัดผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยทำให้เซลล์แตกตาย ผลอ่อนฟักข้าวกินได้ผลแก่ก็อุดมคุณค่า ลองหามาปลูกไว้ข้างบ้าน บางทีเรื่องร้ายๆอาจจะกลายเป็นดีก็ได้นะขอรับ

ประเทศเวียดนาม กินข้าวเหนียวหุงกับเยื่อเมล็ดผลสุกฟักข้าว ได้ข้าวสุกสีส้มแดงมีกลิ่นหอม ยังใช้เนื้อเยื่อที่ว่านี้เป็นสีผสมอาหารได้ด้วย

ผลของฟักข้าวสุกนั้นสีสวยนัก

ออกสีเหลืองเรื่อๆไปจนถึงสีแสดหมากสุกแดง

จึงเป็นทั้งไม้ประดับและไม้ประแดกที่น่าทึ่งๆๆๆ

 

จบรายข่าว แคว๊กๆ..