บ่ายวันพุธ (9 ธค.52) นี้ถึงแม้จะค่อนข้างเงียบ ผู้คนบางตา เพราะผู้ป่วยที่มาตรวจช่วงเช้าเริ่มทยอยกับบ้าน เหลือผู้ป่วยคอยตรวจแต่ละห้องตรวจไม่กี่คน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าวันพรุ่งนี้ 10 ธันวาคม เป็นวันหยุดและวันต่อไปเป็นวันศุกร์ดังนั้นจึงมีไม่น้อยที่ลาหยุดต่อในวันที่ 11 ธันวาคม ซึ่งก็เท่ากับว่าได้หยุดติดต่อกันรวมเสาร์อาทิตย์  4 วัน บางรายจึงอาจกลับบ้านช่วงบ่ายหรือบางรายก็ไปเที่ยวกันในวันหยุดยาว ระหว่างที่ผู้เขียนกำลังนั่งทำงานอยู่นั้น มีโทรศัพท์เข้ามา “พี่ครับผมขอปรึกษาหน่อยได้มั๊ย ครับ ผู้เขียนก็บอกไปว่าเชิญค่ะ ผมมีอาการเบื่อหน่าย หดหู่ บางครั้งร้องให้ บางครั้งจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ อาการเหล่านี้พี่คิดว่า ผมมีอาการผิดปกติ หรือเป็นโรคทางจิตหรือเปล่าครับ ผู้เขียนเลยบอกว่าอาการที่เขาเล่าให้ฟังน่าจะเป็นอาการซึมเศร้า ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากการสูญเสีย การเจ็บป่วยรุนแรง เรื้อรัง ………………และในบางรายอาจเกิดจากยาก็ได้ ….ฯลฯ จากนั้นลองให้เขาทบทวนดูว่ามีสาเหตุอะไรได้บ้าง เขาบอกว่า สาเหตุจากครอบครัว ญาติพี่น้อง เศรษฐกิจ สังคม ไม่มี หรือแม้แต่ความทุกข์ใจจากโรคที่เป็นอยู่ก็คิดว่าไม่มีเพราะป่วยมานานแต่ก็ยังแข็งแรง ดูแลตัวเองได้ดี  ผมสามารถดูแล ตายาย และหลานได้ดี  แต่ผมรู้สึกว่าเวลาผมทุกข์ใจ ไม่สบายใจ เบื่อหน่ายผมไม่สามารถปรึกษาใครได้ หรือแม้แต่บางครั้งผมท้อแท้เบื่อหน่ายอยากร้องให้แล้วผมก็ไม่กล้าร้องให้ให้คนในครอบครัวเห็น จากนั้นเขาก็ร้องให้ออกมา ผู้เขียนปล่อยให้เขาร้องให้ออกมาจนพอใจ  บอกกับเขาไปว่าถ้าคุณสบายใจก็ร้องออกมาเถอะ จากนั้นหลังจากเขาหยุดร้องให้ แล้วจึงถามความรู้สึกหลังได้ระบายออกมา เขาบอกว่าดีขึ้น จากนั้นพยาบาลจึงถามว่ายังมีอะไรที่ค้างใจหรือเป็นกังวลใจหรือไม่เขาถามว่าผมมาหาจิตแพทย์ได้หรือไม่ มาวันไหน ผู้เขียนแนะนำให้เขามาพบจิตแพทย์ แต่ยังไม่ทราบว่าคุณหมอผู้เชี่ยวชาญโรคซึมเศร้าออกตรวจวันไหน จึงบอกว่าจะไปถามให้แล้วโทรไปบอก นอกจากนั้นก็แนะนำวิธีลดความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ  เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมสาธารณะต่างๆ ท่องเที่ยว คิดบวก ทำสมาธิ  เล่าหรือระบายความไม่สบายใจเป็นต้น ประมาณ 15.30 น. หลังจากถามข้อมูลว่าคุณหมอเฉพาะทางโรคซึมเศร้าออกวันไหน จึงโทรไปบอกให้ผู้ป่วยทราบ และบอกเขาว่าระหว่างนี้ถ้ามีความทุกข์ใจ ไม่สบายใจก็สามารถโทรปรึกษาได้”

จะเห็นว่าการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาซึมเศร้ารายนี้ เทคนิคที่ผู้เขียนได้ใช้คือ  การรับฟังปัญหาของเขา  ชี้ให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ฝึกคิดบวก ให้กำลังใจ  ให้ข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าด้านการรักษา การปฏิบัติตัว การจัดการกับปัญหาความไม่สบายใจทุกข์ใจ ประเมินความคิดทำร้ายตัวเอง (ซึ่งในรายนี้ไม่มี) แนะนำแหล่งประโยชน์ และเสนอความช่วยเหลือ

ตลอดเวลาเกือบ 40 นาที ที่ผู้เขียนได้รับฟังปัญหาและให้คำปรึกษากับผู้ป่วยรายนี้ ทำให้เขาผ่อนคลายความไม่สบายใจในระดับหนึ่ง แม้บ่ายนี้บรรยากาศจะเงียบเหงาแต่ก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของผู้เขียนเงียบเหงาตามตรงกันข้ามมันกลับทำให้มีพลังใจที่ฮึกเหิม  พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความทุกข์ยากลำบาก กายใจ ตลอดเวลา ดังนั้น วันนี้ จึงเป็นวันที่ดีๆ ของผู้เขียนอีกวัน ที่นำมาแบ่งปัน แก่เพื่อนๆชาว G2K