ทีฆนิกาย สุมังคลวิลาสินี ศีล
ไหนๆก็ได้เขียนเรื่องศีลแล้วผมขอต่ออีกหน่อยนะครับ อรรถกถาท่านวรรณนาว่า
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระพุทธประสงค์จะทรงแก้เนื้อความที่ได้ตรัสถามด้วย กเถตุกัมยตาปุจฉานั้น จึงตรัสพระบาลีอาทิว่า ปาณาติปาตัง ปหายะฯดังนี้.
ปาณาติบาต แปลว่าทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วงไป อธิบายว่า ฆ่าสัตว์ ปลงชีพสัตว์.
ก็ในคำว่า ปาณะ นี้ โดยโวหารได้แก่ สัตว์ โดยปรมัตถ์ได้แก่ ชีวิตินทรีย์ .
อนึ่ง เจตนาฆ่า อันเป็นเหตุยังความพยายามตัดรอนชีวิตินทรีย์ให้ตั้งขึ้น เป็นไปทางกายทวารและวจีทวาร ทางใดทางหนึ่ง ของผู้มีความสำคัญในชีวิตนั้นว่า เป็นสัตว์มีชีวิต ชื่อว่าปาณาติบาต(ศีลข้อห้ามฆ่าสัตว์).
มาดูโทษของปาณาติบาตว่าท่านกำหนดอย่างไรนะครับ
-
ปาณาติบาตนั้น ชื่อว่ามีโทษน้อย เพราะในสัตว์เล็ก
-
บรรดาสัตว์ที่เว้นจากคุณมีสัตว์เดรัจฉานเป็นต้น ชื่อว่ามีโทษมาก ในเพราะสัตว์นั้นมีร่างกายใหญ่ เพราะเหตุไร? ตอบ เพราะต้องขวนขวายในการฆ่ามาก
-
แม้เมื่อมีความพยายามเสมอกัน ก็มีโทษมาก เพราะมีวัตถุใหญ่(ถ้ามีความพยายาฆ่า ออกแรงเสมอกัน วัตถุสัตว์ที่ถูกฆ่าตัวใหญ่ก็มีโทษมาก ตัวน้อยก็มีโทษน้อย
-
ในบรรดาสัตว์ที่มีคุณมีมนุษย์เป็นต้น สัตว์(คน)ไหนมีคุณน้อยก็มีโทษน้อย มีคุณมากก็มีโทษมาก
-
แม้เมื่อวัตถุ(ตัว)เท่ากัน มีคุณเท่ากัน ก็พึงทราบว่า จะมีโทษน้อย เพราะกิเลส(อยากฆ่า)และความพยายามอ่อน มีโทษมาก เพราะกิเลสและความพยายามแรงกล้ามาก
มาดูองค์ ๕ ของศีลข้อที่หนึ่ง ปาณาติบาตกันครับ
-
1. ปาโณ สัตว์มีชีวิต
-
2. ปาณสัญญิตา ตนรู้ว่าสัตว์มีชีวิต
-
3. วธกจิตตัง มีจิตคิดจะฆ่า
-
4. อุปักกะโม มีความพยายาม(ลงมือฆ่า)
-
5. เตนะ มรณัง สัตว์นั้นตายด้วยความพยายามนั้น
มาดูประโยค คือการประกอบในการฆ่า ๖ อย่าง
- 1. สาหัตถิกะประโยคะ ประโยคที่ฆ่าด้วยมือตนเอง
- 2. อาณัตติกะประโยคะ ประโยคที่สั่งให้คนอื่นฆ่า
- 3. นิสสัคคิยะประโยคะ ประโยคที่ฆ่าด้วยอาวุธที่ซัดไป
- 4. ถาวระประโยคะ ประโยคที่ฆ่าด้วยอุปกรณ์ที่อยู่กับที่
- 5. วิชชามยะประโยคะ ประโยคที่ฆ่าด้วยวิชา(ไสย)
- 6. อิทธิมยะประโยคะ ประโยคที่ฆ่าด้วยฤทธิ์.
อรรถกถากล่าวว่าจะไม่กล่าวให้พิสดาร ผู้อยากรู้ องค์ ๕ ประโยค ๖ นั้นให้อ่านในคำถีร์อรรถกถาที่ชื่อว่า สมันตปาสาทิกา ซึ่งเป็นอรรถกถาอธิบายพระวินัยครับ.
เกี่ยวเนื่องด้วยพรหมทัตมาณพได้สรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า เป็นสมณะ เพราะเป็นผู้มีบาปสงบแล้ว.
ท่านอธิบายอย่างละเอียดอีกว่า ในบทว่า นิหิตะทัณโฑ นิหิตะสัตโถ ความว่า มีไม้อันวางแล้ว และมีมีดอันวางแล้ว เพราะไม่ถือไม้และมีดไปเพื่อต้องการจะฆ่าผู้อื่น.
ก็ในพระบาลีนี้ นอกจากไม้ อุปกรณ์ที่เหลื่อทั้งหมด พึงทราบว่า ชื่อว่ามีด เพราะทำให้สัตว์ทั้งหลายพินาศได้.
ส่วนไม้เท้าคนแก่ก็ดี ไม้ก็ดี มีดก็ดี มีดโกนที่ภิกษุทั้งหลายถือเที่ยวไปนั้น มิใช่เพื่อต้องการจะฆ่าผู้อื่น ฉะนั้นจึงนับว่า วางไม้และมีดเหมือนกัน.
บทว่า ลัชชี ความว่า ประกอบด้วยความละอายอันมีลักษณะเกลียดบาป.
(พึงสังเกตลักษณะของความละอายด้วยครับ ต่างกันกับความละอายสมัยนี้ เช่น ถ้าไม่กินเหล้าเข้าสังคม อาย ไม่ดูดยา อายฯฯฯ)
ท่านสรูปไว้อย่างน่าฟังว่า.....
ก็ในอธิการนี้ มีความย่อดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อปุถุชนจะกล่าวชมตถาคต(พระพุทธเจ้าอีกพระนาม)พึงกล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณะโคดม ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ใช้ให้คนอื่นฆ่า ไม่เห็นชอบในการฆ่าสัตว์ เป็นผู้เว้นจากโทษเป็นเหตุทุศีลนี้ น่าชมเชยแท้ พระคุณของพระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่ ดังนี้.
ถึงต้องการจะกล่าวชม ทำอุตสาหะใหญ่ ดังนี้ ก็จักกล่าวได้เพียงอาจาระและศีลเท่านั้น? ซึ่งเป็นคุณมีประมาณน้อย จักไม่สามารถกล่าวพระคุณอาศัยสภาพอันไม่ทั่วไปยิ่งขึ้นได้เลย ?
และมิใช่ปุถุชนอย่างเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถกล่าว แม้พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ แม้พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายก็ไม่สามารถเหมือนกัน.
แต่ตถาคต(พุทธเจ้า)เท่านั้นสามารถ(กล่าวคุณของพระพุทธะเจ้าอันยิ่งใหญ่กว่านี้)ได้...
ครับนี้คือเรื่องศีลและองค์ประกอบ ถ้าอยากได้รสชาตอดทนอ่านให้ละเอียดนะครับผมยกมาจากคำภีร์ทั้งหมดเติมนิดหน่อยเพื่อความเข้าใจหวังว่าท่านทั้งหลายคงได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย.
ค่ำคืนนี้ดึกมากแล้วข้าพเจ้าขออำลา อากาศหนาวเย็นรักษาสุขภาพด้วยครับ สวัสดีฯฯฯฯ
ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่ติดตามอ่าน ผมอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้ตามปราถนา เพราะสังเกตุว่าบางบันทึกมีคนอ่านมากแต่ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ จะเป็นด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ สำหรับบันทึกของผมทุกบันทึกขอให้ท่านทั้งหลาย วิจารณ์ได้เต็มที่ครับ แม้ข้อความที่วิจารณ์นั้นจะขัดกับบันทึกก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าเป็นมุมมองอีกมุมหนึ่ง ขอบพระคุณทุกท่านอีกครัง สาธุฯฯฯ
สวัสดีค่ะ
มาตามอ่านต่อ
ขอบคุณนะคะ
สาธุครับท่านไกรษร
แวะมาศึกษาธรรม เผื่อได้คุณธรรมที่ดีกลับไปบ้าง (แต่เป็น คุณ-นะ-ทำ / ผมไม่ได้ทำ )
คงอีกนานผมจึงเข้าถึงคำสั่งสอนของ ตถาคต แม้ผมจะมีจิตเมตตาอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีกิเลสในทุกด้านครับ
ขอบพระคุณครับ คุณชาวฝนฯไม่เป็นไรการเข้าถึงธรรมนั้นยังรอคอยทุกท่านไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนท่าน้ำที่ยังรอคอยเรือตลอดเวลา แม้ว่าเรือจะจากไปไกลแค่ไหน ท่าก็ยังอยู่ที่เดิม เป็นกำลังใจให้ทุกท่านได้พบได้เห็นสิ่งที่ตนเองปราถนาครับ (จริงๆแล้วคำว่าท่าน จะทำให้ผมลอย)