เมื่อวันที่ ๑๘ พ.ย. ๕๒ สภามหาวิทยาลัยมหิดล มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีต่อ ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์ประจำศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม   ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทยไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน   ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ ๑๕ ที่จัดขึ้นที่หัวหิน เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๕ ต.ค. ๕๒

          สภามหาวิทยาลัยมหิดลได้มีมติว่า  นอกจากเป็นเกียรติแก่มหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว    ยังเป็นโอกาสที่มหาวิทยาลัยมหิดลจะได้ทำหน้าที่รับใช้สังคมไทย และอาเซียน ด้านการพัฒนาสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

          ดังนั้น สภามหาวิทยาลัยจึงได้เสนอแนะต่อฝ่ายบริหาร ให้ถือว่า มหาวิทยาลัยมหิดลจะเข้าไปสนับสนุนเชิงสถาบัน ต่อ ดร. ศรีประภา และต่อคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทางด้านวิชาการ    ในการพัฒนาสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและในอาเซียน

          “มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีหลักสูตรสิทธิมนุษยชน เป็นหลักสูตรนานาชาติ    และเป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับนับถือสูงมาก”   นี่คือคำยืนยันของ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม  กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

          เอามาเล่า เพื่อแสดงวิธีทำหน้าที่เชิงสร้างสรรค์ของสภามหาวิทยาลัย   ที่คอยหาโอกาสใช้ความเข้มแข็งด้านใดด้านหนึ่ง หรือของสมาชิกคนใดคนหนึ่ง ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้างยิ่งขึ้น   โดยการเสนอแนะเชิงนโยบาย ให้มีการจัดการ และจัดสรรทรัพยากร เพื่อนำเอาความเข้มแข็งที่พิสูจน์แล้ว    ไปทำประโยชน์ต่อบ้านเมือง และต่อโลก     

          สภามหาวิทยาลัยมหิดลใช้ Appreciative Inquiry เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการทำงานแบบ creative mode   เน้นการช่วยกันมองหาลู่ทางที่จะต่อยอดความเข้มแข็งที่มีอยู่    นำไปทำประโยชน์แก่สังคมในมิติที่เชื่อมโยงยิ่งขึ้น กว้างขวางยิ่งขึ้น หรือลึกซึ้งยิ่งขึ้น

          วิชาการสาขาสิทธิมนุษยชน เป็นสาขาหนึ่งที่มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้นำในประเทศ และในอาเซียน

          ผมได้ให้คำแนะนำให้ฝ่ายบริหารสนับสนุนให้เกิดการวิจัยด้านนี้มากยิ่งขึ้น   โดยหาทางรวมพลังกับนักวิจัยสาขาสังคมศาสตร์   และแหล่งทุนวิจัย กำหนดโจทย์วิจัย จัดชุดโครงการวิจัยด้านสิทธิมนุษยชน   รวมพลังนักวิจัย และระดมทุนวิจัย

          คือฝ่ายบริหารต้องไม่ปล่อยให้ ดร. ศรีประภา เข้าไปทำงานนี้อย่างโดดเดี่ยว หรืออย่างเป็นงานเฉพาะตน   มหาวิทยาลัยมหิดลจะต้องเข้าไปสนับสนุน ดร. ศรีประภา และร่วมเป็นเจ้าของงานนี้

          ที่จริงได้มีการเตรียมการสนับสนุนงานของ ดร. ศรีประภา ทั้งในระดับศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล  และในระดับประเทศ   คือมีการจัดสัมมนาเรื่อง “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กับความคาดหวังของภาคประชาสังคม” ในบ่ายวันที่ ๒๓ พ.ย. ๕๒ ที่โรงแรม รอยัล ริเวอร์   มีนักสิทธิมนุษยชนและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๙ พ.ย. ๕๒

        
               

สภามหาวิทยาลัยมหิดล มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีต่อ ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี