เช้าเมื่อวาน (7 ธันวาคม 2552)ผมได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะเป็นสุภาพสตรีทั้งสามท่านจาก กทมฯ 2 ท่าน และจากปัตตานี 1 ท่าน ทั้งสามท่านเดินทางมาร่วมงานวะลีมะฮฺของเพื่อนคนหนึ่ง สองในสามท่านที่มานั้น คนหนึ่งนับเป็นพี่สาวคนกลาง และอีกคนนับเป็นน้องสาวคนเล็ก หรือเจ้าตัวเล็ก ส่วนอีกท่านนั้นเป็นผู้อาวุโสเพื่อนสนิทของเพื่อนที่แต่งงาน

 

ทั้งสองท่านคือพี่กลางและเจ้าตัวเล็กบอกว่าใหนๆก็มาเยือนถึงถิ่นก็เลยแวะมาเยี่ยม "อาเยาะ" ตามประสาคนรู้จักกัน ทำให้คนแก่ดีใจที่ลูกหลานมาเยี่ยมครับ

 

แม้จะเพิ่งเจอตัวเป็นๆกันครั้งแรก เอ ไม่ซิเจ้าตัวเล็กเคยเจอแล้วครั้งหนึ่งที่สำนักงานแต่ตอนนั้น ไม่ค่อยคุย ถามคำตอบคำ แต่ทั้งหมดที่พบกันวันนี้ก็คุยกันดั่งหนึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน

 

ผมมานั่งคิดทบทวน นี่เป็นสิ่งที่แปลก อาจเป็นเพราะต่างคนต่างทำงานรับใช้อิสลามในด้านที่ตนถนัด พบเจอปัญหาและอุปสรรคต่างๆมากมาย ก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี บางเรื่องก็ถกเถียงกัน บางเรื่องก็ขอคำแนะนำ บางเรื่องที่เห็นว่าอาจจะล้ำแบ็กไปบ้างก็นาซิหะฮฺตักเตือนกัน และบางเรื่องก็ขอความช่วยเหลือจากกันและกัน แต่มีวัตถุประสงค์อันเดียวกันนั่นคือ เพื่อแสวงความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตาอาลา)

 

ในฐานะเจ้าบ้านก็เลยนำทัวร์มหาวิทยาลัย เริ่มจากอาคารสำนักงานอธิการบดี คณะอิสลามศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และปิดท้ายที่สำนักวิทยบริการ ก็พาคณะที่มาเข้าเยี่ยมคารวะอาจารย์  Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ เนื่องจากคณะที่มานัดกับนักศึกษาที่ได้รับทุนที่ห้องสมุดสำนักวิทยบริการ และผมก็ได้ขอตัวเนื่องจากต้องเดินทางไปกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาไปสนามบินนานาชาติหาดใหญ่เพื่อไปต้อนรับท่านดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีและอมีรุ้ลฮัจย์ประจำปีนี้ซึ่งมีกำหนดเดินทางกลับในช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคม 2552

อาจารย์อิบรอเฮม หะยีสาอิ หรือ  Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق