การใช้บริการ การเข้าถึงบริการอย่างเหมาะสมตามความจำเป็น

เรียน นักศึกษาทุกท่าน

นักศึกษาทุกท่าน คงจำได้ว่า วันที่เราพบกันเดือนที่ 28-29 พ.ย แล้ว ผมได้แลกเปลี่ยนกับท่านเกี่ยวกับวิชา PHID 688 Public Health Skill Development ได้ทบทวนกันถึงมุมมองสุขภาพ ในฐานะที่เป็น “สถานภาพ” (State) และมุมมองในฐาน ศักยภาพ(Capacity) หรือทรัพยากร (Resource) และได้อภิปรายกันถึง ระบบสุขภาพ โดยอ้างถึง กรอบนิยามตาม พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ 2550 รวมทั้งได้นำเสนอธรรมนูญสุขภาพที่เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา ทั้งเชื่อมโยงให้เห็นนัยยะของการกำหนดนโยบายตามมุมมองสุขภาพเป็นสถานะ ที่มักจะเน้นการใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยน “สถานะด้านสุขภาพของประชากร” ในขณะที่การมองสุขภาพในฐานะที่เป็น “ศักยภาพ”หรือ”ทรัพยากร”นั้น จะมีผลต่อการกำหนดยุทธศาตร์การพัฒนาที่เราต้องมองถึงปัญหาในระดับโครงสร้าง ที่มีผลต่อความเหลื่อมล้ำในการ “ศักยภาพของมนุษย์” โดยเฉพาะในแง่โครงสร้างทางสังคม ที่เอื้อและไม่เอื้อต่อการเข้าถึงทรัพยากร และบริการ ในการที่จะสร้างและเพิ่มพูนทุนมนุษย์ (Human Capital) เพราะการสร้างทุนมนุษย์ในส่วนที่ติดตัวมาแต่กำเนิด (Innate Human Capital) นั้น มีผลส่วนหนึ่งจากพันธุกรรม (Heredity) และอีกส่วนหนึ่งคือวัฒนธรรม ที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ และวิถีชีวิตของบรรพบุรุษ ถ่ายทอดสู่บุตรหลาน ที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลือกคู่ พฤติกรรมในระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอด และหนีไม่พ้นที่จะกระทบต่อทุนมนุษย์ด้านสุขภาพของทารกตั้งแต่ในครรภ์ ในส่วนของทุนมนุษย์ที่ได้มาจากการสร้างเสริมหลังคลอด (Acquired Human Capital) จะเป็นผลจากการเลี้ยงดู โอกาสทางการศึกษาและการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน ฯลฯ ซึ่ง ทั้งหลายทั้งปวงนี้ จะถูกกำหนดโดยตำแหน่งแห่งหนในสังคม (Social Position) ของ ตนและครอบครัว ซึ่งทำให้มีผลต่อความเสมอภาค (Equality) และความเป็นธรรม (Equity) ด้านสุขภาพของประชากรด้วย ผมยังได้แนะนำให้นักศึกษาได้อ่าน เอกสารของ Commission on Social Determinants of Health เรื่องA Conceptual Framework for Action on the Social Determinants of Health เพิ่มเติม ซึ่งการมองสุขภาพโดยมุมมองนี้ เราจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนามุษย์ (Human Development) ที่จะเสริมสร้างโอกาสให้มนุษย์สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ จึงเน้นการเสริมสร้างพลังชุมชน (Empowerment) เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาซึ่งจะเป็นกระบวนการเสริมสร้างศักยภาพของคนให้มีอำนาจควบคุมกระบวนการตัดสินใจ การเลือกการดำเนินชีวิตและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การสะท้อนภาพความไม่เป็นธรรมด้านสุขภาพที่มอบหมายให้นักศึกษาได้นำเสนอกรณีศึกษา คนละ 1 กรณี จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เรามองเห็นสถานการณ์ด้านสุขภาพของประชากร นอกจากนี้ ผมยังให้นักศึกษาได้พัฒนา Contact Sheet เพื่อการศึกษาเพิ่มเติมให้เห็นถึงการรับรู้ด้านความรุนแรงของโรค และการใช้บริการสุขภาพ โดยให้เก็บข้อมูลจากผู้ที่มาใช้บริการ เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับการแสวงหาแหล่งบริการการรักษาโรค ซึ่งจะสัมพันธ์กับการรับรู้ความรุนแรงของโรคด้วยตนเอง (Self Perception of seriousness of illness) ซึ่งข้อเสนอนี้ นักศึกษาได้แย้งว่าอาจไม่เห็นภาพรวมที่แท้จริง เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยอดภูเขาน้ำแข็ง (Tip of Iceberg) ซึ่งถูกต้อง แต่ที่ให้ทำเพราะจะเป็นการหาชิ้นส่วนที่จะต่อให้เห็นภาพรวม ที่เริ่มจากการใช้ข้อมูลหรือหาข้อมูลจากงานประจำ (Routine) ที่จะนำไปสู่การทำวิจัย (Research) หากเราทำการจัดระเบียบการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ไม่มีอคติ และแม้ว่าจะเป็นตัวอย่างที่เป็นกลุ่มผู้ใช้บริการที่โรงพยาบาล แต่เราอาจจะเห็นถึงแบบแผนของการใช้บริการของผู้ป่วย ว่าเกิดขึ้น “อย่างเหมาะสม ตามความจำเป็น”หรือไม่? เพียงใด?

อย่าลืมว่า การที่เราเร่งรัดการพัฒนาคุณภ่าพบริการปฐมภูมิ เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งคือ “การให้ประชาชนสามารถมีโอกาสเข้าถึง (Access) บริการ อย่าง เหมาะสม ตาม ความจำเป็น” เราก็จะต้องตีความว่า การเข้าถึงอย่างเหมาะสมตามความจำเป็นนั้นหมายความว่าอย่างไร? ผู้ที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล จะมีเท่าไหร่ที่ ใช้บริการอย่างไม่เหมาะสมตามความจำเป็น แน่นอน ในมุมมองของชาวบ้าน ย่อมคิดว่า การที่ตนมาใช้บริการที่โรงพยาบาล ก็ย่อมเห็นว่า มีความจำเป็นแน่นอน แต่ในแง่ความรุนแรงของพยาธิสภาพ โดยความคิดเห็นของแพทย์ อาจจะไม่สอดคล้องกัน และหากผู้ที่มาใช้บริการ เป็นประเภท Hypersensitive และ Hypochondriac การใช้บริการแม้จะเข้าถึงแต่อาจไม่เหมาะสมตามความจำเป็น ที่เป็นความจำเป็นเพื่อการรักษาจริงๆ (Medically need) ดังนั้น การทำการศึกษาง่ายๆ ในสถานบริการ จะทำให้เราเห็นภาพเหล่านี้ชัดขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ระบบสุขภาพชุมชน ตามนัยยะของ พระราชบัญญัติสุขภาพต่อไป

ชนินทร์