ประเด็นการใช้บริการ การเข้าถึงบริการอย่างเหมาะสมตามความจำเป็น คงจะต้องแยกพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1.ความรุนแรงของโรค ตามการรับรู้ของกลุ่มผู้รับบริการและผู้ให้บริการเนื่องจากระดับการรับรู้ในเรื่องประเด็นของความรุนแรงของโรคในทั้ง 2 กลุ่มไม่เท่ากัน ยกตัวอย่าง เช่น มีผู้ป่วยมา ร.พ. เวลา ตี สองด้วยเรื่องคันตามร่างกายมา 1 สัปดาห์ คืนนี้คันมากจนนอนไม่หลับ จึงมา ร.พ.เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาอาการคัน แพทย์อาจจะมองว่าอาการคันไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินที่จะต้องมาตรวจกลางดึก เป็นการใช้บริการและการเข้าถึงบริการอย่างไม่เหมาะสมและไม่จำเป็น แต่ในด้านของผู้ป่วยอาการคันมากจนนอนไม่หลับ ถือเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เมื่อได้รับการรักษาจนหายจากอาการคันก็ถือว่าเป็นการใช้บริการและเข้าถึงบริการอย่างเหมาะสม ตามความจำเป็น
2.สิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปัจจุบันพบว่าความครอบคลุมของสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลในกลุ่มต่างๆ เช่น UC ประกันสังคม ข้าราชการ ของประชาชนไทยเพิมมากขึ้นจนเกือบถึง 100 % ทำให้มีการเพิ่มการใช้บริการด้านรักษาพยาบาลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากรักษาฟรี ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายและมากขึ้น เนื่องจากมีการพัฒนาศักยภาพของสถายบริการระดับปฐมภูมิ(บริการใกล้บ้านใกล้ใจ) ให้สามารถดูแลรักษาโรคที่ได้มาตรฐานและมีการดูแลอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
3.ความเสมอภาคและความเป็นธรรม (equity) ในการใช้บริการ และการเข้าถึงบริการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ถึงแม้ว่าจะมีสิทธืในการักษาพยาบาลเหมือนกัน เนื่องจากศักยภาพของแต่ละบุคคลและครอบครัวไม่เท่าเทียมกัน ตัวอย่างเช่นผู้ป่วยโรคมะเร็งในครอบครัวที่มีเศรษฐานะและความรู้สูง จะสามารถไปตรวจรักษาตามระบบและแผนการรักษาของแพทย์ได้อย่างครบถ้วน มีความรู้ในการดุแลตนเองได้อย่างเหมาะสม จึงถือว่าเป็นการใช้บริการและเข้าถึงบริการอย่างเหมาะสมตามความจำเป็น แต่ผู้ป่วยที่มีเศรษฐานะและความรู้ต่ำ จะไม่สามารถไปรักษาตามระบบและแผนการรักษาของแพทย์ได้ครบถ้วน เนื่องจากมีปัญหาด้านค่าใช้จ่าย( financial problem) และคนดูแลที่มีความรู้(self care) จึงเป็นการใช้บริการและไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเหมาะสม ถึงแม้จะมีความจำเป็นก็ตาม ซึ่งก็จะทำให้ผลการรักษของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกัน