
Subject: เกาะ ปาล์ม ของ ดูไบ
ที่มา: OK Nation Blog
ข้อพิสูจน์ให้เห็นจริงของสัจจธรรม ความอยากทำให้คนรวยหน้ามืด โทษของการมุ่งที่จะเอาชนะธรรมชาติ จนขาดเหตุผล ขาดความพอเพียง
ตอนผมอยู่ที่ดูไบนั้น เกาะปาล์มถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อยากไปเยือนที่สุด จะว่าไปผมทำงานใกล้เกาะ 2 ใน 3 เกาะ แต่กว่าจะได้ไปเยือนจริงๆก็ตอนใกล้จะกลับ
ไทย และผมได้ไปเยือนเกาะปาล์มเพียงแห่งเดียวคือ
ปาล์ม
จูไมร่า และถือเป็นปาล์มต้นเดียวที่เสร็จสมบูรณ์จริงๆ
จะว่าไปผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นัก มีเพียงอ่างเลี้ยงปลาวาฬเท่านั้นที่ทำผมตะลึง
ที่เหลือมันไม่ประทับใจเท่าไหร่เลย จะว่าไปบ้านบนนั้นมันเรียงจนเหมือนบ้านจัดสรรราคาถูกทั้งๆที่เป็นร้อยล้าน ดูสิครับ
ในขณะที่ปาล์มต้นที่ 2 เจเบอาลี
เคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าไปเพราะยังไม่สมบูรณืครับ และปาล์มต้นนี้คือ
จุดเริ่มความพินาศ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม เกาะแห่งนี้คือจุดเริ่มของความพินาศ ต้องย้อนกลับไปต้นแรกก่อนครับ ปาล์ม
จูไมร่า นั้นขายหมดในเวลาไม่นานนัก หากจำไม่ผิดจะขายหมดใน 1หรือ 2 วันนี้แหละครับ ทำให้เจ้าผู้ครองนครดูไบตัดสินใจสร้างปาล์มต้นที่2 คือเจเบลอาลีแห่งนี้
แต่........เจเบลอาลีเป็นเกาะที่ต่างจาก จูไมร่า
เกาะแรกอย่างสิ้นเชิง
จูไมร่า นั้นตั้งบนหาดทรายสีขาว
จูไมร่าบีซที่มีซื่อไปทั่วโลก น้ำทะเลที่ใสราวกระจกเพราะเป็นเขตที่มีหอยมุก(อันดามันเราก็มีหอยมุกและน้้ำใส) นอกจากนี้บริเวญโดยรอบ ยังเป็นที่พักอาศัยและสำนักงานชั้นดี เมืองมหาวิทยาลัย หากจำไม่ผิด
เอมิเรต ฮิล ที่ตั้งบ้านทักษิณก็อยู่ใกล้ๆเกาะนี้
แต่ เจเบลอาลีไม่ ความหยิ่งผยองในโครงการแรกทำให้
เจเบลอาลีใหญ่กว่าเกาะแรก ทำให้หรูกว่า แพงกว่า
แต่ที่ตั้งงี้เง่าที่สุดเท่าที่จะนึกถึง
เจเบลอาลีอยู่ในเขตอุตสาหกรรมและท่าเรือ มีทั้งไอพิษ น้ำเน่าปนเปื้อนเคมี คราบน้ำมันและอิ่นๆ
โครงการนี้จึงล้มไม่เป็นท่า
แต่แทนที่เชคแกจะยอมรับ แกมองไปว่าต้องสร้างความน่าดึงดูดใจกว่านี้คนถึงเข้ามา
แกจึงสร้างเกาะรุปเสี้ยวจันทร์ล้มไปให้ใหญ่ขึ้น
เห็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เป็นรูปตัว U ตรงทางขวามือไหมครับ นั้นแหละนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ คิดเองใกล้ไหม?แล้วใครอยากอยู่ใกล้ที่แบบนั้น
และอย่างที่รู้ เกาะหลักขายไม่ได้ เกาะที่สร้างใหม่ก็..................เหลวครับ แกเลยขุดคลองเชื่มเข้าแผ่นดินไปยังเกาะปาล์มตัวแรกอีก.....
และหลังประกาศสร้างเกาะปาล์มแห่งนี้ไม่นาน ก็มีการประกาศสร้างเกาะที่ 3 คือ ปาล์ม
เดียร์ร่า
สร้างขึ้นในเขตชายหาดของเมืองเก่า
โดยเกาะนี้จะเป็นเขตที่พักอาศัยและศูนย์ราชการของเมือง และอย่างที่รู้เกาะ 2 ยังแทบไม่รอด เกาะนี้ซึ่งใหญ่กว่าทั้ง 2 เกาะก็.......แต่นั้นแหละครับ แทนที่แกจะคิดว่าโครงการใหญ่ๆนั้น สร้างปัญหา
เชคดูไบกลับเชื่อว่าคนเบื่อปาล์มแล้ว จึงสร้าง เดอะเวริด์
เอาละสิ หนนี้เหมือนดีครับ คนสนใจเยอะมาก
เชคแกก็เลยสั่งให้ทำแผ่นที่ให้คนทั้งหลายเห็นว่าดูไบในอีก 20 ปีจะหน้าตาอย่างไรออกมา
แต่นะครับ โครงการมันใหญ่และแพงมากคนจึงซื้อไม่มากอย่างที่คาด
และหนี้ที่กู้มาก็เริ่มพอกขึ้นเรื่อยๆๆ
เขคแกมีความเชื่อว่า ต้องน่าสนใจกว่านี้คนถึงจะเข้ามาหากเดอะ เวริด์
โกลมันไม่น่าสน
บางทีเราควรเสนอทั้งจักรวาล
คือที่มาของ The Univer
จากรูปท่านจะได้เห็น พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาวเคราะห์ต่างๆ
เห็นดาวเสาร์ที่มีวงแหวนไหม?
เส้นลากรูปตัว s แทนทางช้างเผืกครับ ส่วนที่เป็นวงๆแทน
อันโดรเมด้า.........................
แล้ว.......................ท่านรู้หรือยังว่า เขาลงทุนเกินตัวแค่ไหน
และใช่เงินมากแค่ไหนกับเรื่องเหลวไหลนี้จนล้มละลาย
ธรรมสวัสดีนะโยม
อ่านแล้วทำให้ซาบซึ้งถึงพระปรีชาญาณของในหลวงอย่างยิ่ง
“..เราไม่เป็นประเทศที่ร่ำรวย เรามีพอสมควรพออยู่ได้
แต่..ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็น
ประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมากก็มีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว
แต่ถ้าเริ่มมีการบริหารที่เรียกว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป
ทำอย่างมีสามัคคี นี่แหละ คือเมตตากันก็จะอยู่ได้ตลอดไป..”
คนที่ทำงานทางวิชาการ จะต้องพึ่งตำรา เมื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้ายแล้ว
ใน หน้าสุดท้ายนั้น เขาบอก”อนาคตยังมี” แต่ไม่บอกว่าให้ทำอย่างไร ก็ต้องปิดเล่มคือปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่เปิดหน้าแรกใหม่ก็เริ่มต้นใหม่ถอยหลังเข้าคลอง แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบคนจน
ใช้ความอะลุ่มอล่วยกันตำรานั้นไม่จบ เราจะก้าวหน้า”เรื่อยๆ”
(พระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔)
ที่เราเห็นทุกวันนี้คือ ความถอยหลังที่เห็นชัดๆคือความรวยกระจุกความจนกระจายคนรวยเป็นสุขคนจนเป็นทุกข์นับถือคนเอาเปรียบว่าดียกย่องเชิดชูกันอย่างผิดสัจจะ
อนุโมทนาสาธุ