นกต้อยตีวิดรักษาฟองไข่ฉันใด จามรีรักษาขนหางฉันใด คนมีบุตรคนเดียวรักษาบุตรผู้เป็นที่รักฉันใด คนมีนัยน์ตาที่ยังเหลืออีกข้างฉันใด ท่านทั้งหลายจงตามรักษาศีลเหมือนฉันนั้นที่เดียว.(จงรักษาให้เด็ดขาด มั่นคง ที่เดียว อย่ามีหลายที) จงเป็นผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี มีความเคารพทุกเมื่อเถิด ดังนี้.

ข้าพเจ้าว่าจะยกเอาอปรันตกัปปิกทิฏฐิมาสักหัวข้อหนึ่งก็พอดีว่าไปเจอะของดีเข้าอีกอย่างก็คือเรื่องศีล (จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล) ที่กล่าวข้ามมาพออ่านอรรถกถาก็มิอาจที่จะผ่านไปได้ เลยขอยกมาสู่สายตาท่านทั้งหลายพอแก้ตัวตามประสาผู้เล่าไร้ระเบียบอีกโสตหนึ่ง ตามที่ได้กล่าวว่าเหตุที่เกิด “พรหมชาละสูตร” ขึ้นเพราะสุปิยปริภาชก(นักบวชลัทธิหนึ่ง)กับลุกศิษย์ที่ชื่อว่า พรหมทัตมาณพ ได้กล่าวนินทาและสรรเสริญพระพุทธเจ้าตามลำดับ ทั้งๆที่เดินตามพระพุทธเจ้าไปห่างๆเมื่อทรงเริ่มเทศนาจึงยกเหตุที่อาจารย์กับลูกศิษย์นั้นมา แล้วทรงเทศนาว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต จะพึงกล่าวด้วยประการใด นั่นมีประมาณน้อยนัก ยังต่ำนัก เป็นเพียงศีล.

อรรถกถาจารย์อธิบายว่า เพราะเหตุไรพุทธเจ้าจึงกล่าวว่าศีลนั้นมีประมาณน้อย ต่ำนัก?

ในข้อนั้นหากจะพึงมีคำถามว่า ธรรมดาว่าศีลนี้ เป็นเครื่องประดับอันเลิศของพระโยคี ดังที่พระโบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า..

ศีลเป็นอลังการของพระโยคี ศีลเป็นเครื่องประดับของพระโยคี พระโยคีผู้ตกแต่งด้วยศีลทั้งหลาย ถึงความเป็นผู้เลิศในการประดับ ดังนี้.

อนึ่งแม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ตรัสศีล ทรงกระทำให้ยิ่งใหญ่ที่เดียวในพระสูตรหลายร้อยสูตร อย่างที่ตรัสว่า. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หากภิกษุจะพึงหวังว่า เราพึงเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจ เป็นที่เคารพ และเป็นที่ยกย่องของเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ดังนี้.

ก็พึงเป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีลทั้งหลายทีเดียวดังนี้. ดังคาถาว่า

นกต้อยตีวิดรักษาฟองไข่ฉันใด จามรีรักษาขนหางฉันใด คนมีบุตรคนเดียวรักษาบุตรผู้เป็นที่รักฉันใด คนมีนัยน์ตาที่ยังเหลืออีกข้างฉันใด ท่านทั้งหลายจงตามรักษาศีลเหมือนฉันนั้นที่เดียว.(จงรักษาให้เด็ดขาด มั่นคง ที่เดียว อย่ามีหลายที) จงเป็นผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี มีความเคารพทุกเมื่อเถิด ดังนี้.

กลิ่นดอกไม้ไม่ฟุ้งทวนลม จันทร์หรือกฤษณา และมลิซ้อน ก็ไม่ฟุ้งไปได้ทุกทิศ

จันทร์ ก็ดี กฤษณาก็ดี อุบลก็ดี(ดอกบัว) มะลิก็ดี กลิ่นคือศีลยอดเยี่ยมยิ่งกว่าบรรดาคันธชาตเหล่านั้น.

กลิ่นกฤษณา และ จันทร์ นี้มีประมาณน้อย ส่วนกลิ่นของผู้มีศีลเป็นกลิ่นสูงสุด ฟุ้งไป(ได้ถึงในสวรรค์)ในทวยเทพทั้งหลาย.

มารย่อมไม่พบทางของท่านเหล่านั้น ผู้มีศีลสมบูรณ์มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ.

ภิกษุเป็นนระผู้มีปัญญา ตั้งมั่นแล้วในศีล ยังจิตและปัญญาให้เจริญอยู่ ผู้มีความเพียร มีปัญญารักษาตนนั้น พึงสางชัฏนี้ได้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พีชคามและภูตคาม(เข้าใจว่าเป็นพืชและสัตว์ทั้งลาย)เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูรย์ พีชคามและภูตคามเหล่านั้นทั้งหมด อาศัยแผ่นดิน ตั้งอยู่บนแผ่นดิน จึงถึงความเจริญงอกงามไพบูรย์ได้อย่างนี้ มีอุปมาแม้ฉันใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีล เจริญโพชฌงค์ ๗ ประการย่อมถึงความเป็นใหญ่หรือ ความไพบูรย์ในธรรมทั้งหลาย ก็อุปมัยฉันนั้นเหมือนกัน ดังนี้.

ในพระสูตรแม้อื่นๆอีกไม่น้อย ก็พึงเห็นอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสศีลทรงกระทำให้ยิ่งใหญ่ทีเดียวในพระสูตร หลายร้อยสูตรอย่างนี้มิใช่หรือ เหตุไฉน ในที่นี้จึงตรัสศีลนี้ว่ามีประมาณน้อยเล่า?????

เรื่องศีลในสูตรนี้อย่างนี้ ก่อนอื่นก็ขออนุโมทนากับท่านทั้งหลายที่รักษาศีลอยู่นะครับ ท่านผู้ทรงศีลก็ดี ผมไม่อยากจะยกคำอธิบายว่าทำไมศีลจึงมีค่าน้อย ต่ำนัก.

เพราะกลัวว่าท่านผู้มีศีลเป็นที่รักจะพึงซ้ำใจ อีกอย่างหนึ่งคาถาที่ยกมา ที่เป็นพุทธพจน์เกี่ยวกับศีลนั้นก็ช่างไพเราะเสียนี่กระไร ได้อ่านคาถานี้แล้วทำให้ข้าพเจ้ามีความตั้งในยิ่งๆขึ้นในอันที่จะรักษาศีล มีกำลังใจครับ ก็เลยให้ท่านผู้สนใจไขข้องใจของท่านเองในพระสูตรนี้มีอธิบายอย่างละเอียดครับ.

อีกอย่างหนึ่งอยากฝากไว้ให้พิจารณาสำหรับท่าน ในสมัยพุทธกาลเรื่องศีลนี้แหละเป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปอยู่ป่าเลไลยก์ ในคราวที่ภิกษุชาวเมืองโกสัมพี ที่เป็นพระธรรมกถึกและพระวินัยธรแบ่งพรรคพวกทะเลาะกันด้วยหอกคือปาก ก็เรื่องศีลนี่ละครับ.

ทำไมจึงต้องฝากเพราะว่าสมัยปัจจุบันนี้พุทธบริษัทก็ยังมีความเห็นในเรื่องศีลนี้เป็นพรรคเป็นพวกอยู่ครับ อย่าทำเป็นเล่นไปครับเรื่องศีลนี้แหละที่ทำให้พุทธศาสนาแตกแยกออกเป็นหลายร้อยนิกายไม่ใช่สอง(มหายาน&gเถรวาท)นะครับ ถ้าท่านทั้งหลายยังจำได้ที่ทำสังคายนาครั้งที่สองกับสามนี่ชัดเหตุเพราะศีล ส่วนสังคายนาครั้งที่หนึ่ง เหตุที่พระปุราณะเถระไม่ถือตามเถรวาท ยกพวกตนปฏิบัติตามที่ได้ยินได้ฟังมาจากพระพุทธเจ้าเท่านั้น(ไม่เห็นด้วยกับพระมหากัสสปะเถระ)ก็เรื่องศีลอีกละครับพี่น้อง.....

เพราะฉะนั้นจึงขอฝากท่านทั้งหลายไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน อีกอย่างท้ายที่สุดอยากให้เรามาดูพระไตรปิฎกด้วยตนเองจะได้เกล็ดความรู้มากมาย ผ่านวันพ่อมาหลายวันแล้วทุกท่านทำดีเพื่อพ่อ-พระหรือยัง ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่ติดตามอ่าน สวัสดี สวัสดี สวัสดีฯฯฯฯฯ