มีข้อมูลผู้สูงอายุที่น่าสนใจ จากการบรรยายของ รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะค่ะ จากมิติทางด้านประชากร

  • ประเทศไทยมี 65.6 ล้านคน ในปี 2550 และคาดว่าจะเป็น 70 ล้านคนในปี 2568 การเพิ่มประชากร (การเกิดมากกว่าการตาย) ประมาณร้อยละ 0.6 ต่อปี
  • ผู้สูงอายุในสังคมไทย นิยามว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เนื่องมาจากเรื่องการเกษียณอายุราชการ เรื่องสังคมเดิมที่มองว่า 5 รอบก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานพอ และอีกส่วนเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2546 และไม่นานมานี้ ในโครงการของรัฐบาล ให้เบี้ยยังชีพกับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • การสูงอายุทางประชากร (Population Aging) เกิดขึ้นเมื่ออัตราการเพิ่มของประชากรสูงอายุมีระดับสูงกว่าอัตราเพิ่มของประชากรรวม เห็นชัดในกรณี ประเทศไทยเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว มีอัตราเพิ่มร้อยละ 3 ต่อปี ปัจจุบันเหลือประมาณ 0.6-0.8 แล้วแต่การคาดประมาณ
  • ประเด็นที่ทำให้เกิดสังคมสูงวัย เป็นผลของการลดการเกิดได้อย่างรวดเร็ว และการตายที่ลดลงด้วย ... นั่นก็คือ คนในรุ่น 40-50 ปีที่แล้ว มีลูกโดยเฉลี่ยประมาณ 6 คน ปัจจุบันมีลูกไม่ถึง 2 ที่เรียกว่า ภาวะการเจริญพันธุ์ต่ำกว่าระดับทดแทน
  • ในเรื่องของการตาย ดูจากอายุคาดหมายการคงชีพเมื่อแรกเกิด และเมื่ออายุ 60 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันผู้หญิงประมาณ 75-76 ผู้ชายประมาณ 70 ปี และจะเห็นชัดเจนว่า คนที่ถ้าเราอยู่รอดไปถึง 60 แล้ว เรามีโอกาสที่จะอยู่รอดต่อไปอีกเรื่อยๆ เป็นอีก 19-20 ปีในผู้หญิง ผู้ชายถึง 60 ปีแล้ว โดยเฉลี่ยก็จะอยู่รอดไปอีก 16-17 ปี

นั่นก็คือ อีก 20 ปีข้างหน้า ประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรไทยจะอยู่ในวัยสูงอายุ

สังคมสูงวัย (Aging Society) คือ การที่ 1 ใน 10 ของประชากร มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เราได้ชื่อว่าได้ก้าวเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยแล้ว … ตอนนี้ประชากรสูงอายุ 7.02 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 65.62 ล้านคน

อีกตัวหนึ่งที่ชี้ชัดว่า เราเป็นสังคมสูงวัย ก็คือ การเทียบระหว่างเด็ก กับผู้สูงอายุ ... ดัชนีประชากรสูงอายุ (Aging Index) = จำนวนประชากรสูงอายุต่อประชากรเด็ก (อายุ 0-14 ปี) 100 คน

  • ในอดีต ในเด็ก 100 คน มีผู้สูงอายุ 12 คน และคาดว่า อีก 10 ปีข้างหน้า สัดส่วนของเด็กกับผู้สูงอายุจะใกล้เคียง และ ปี 2573 ผู้สูงอายุจะมากกว่าเด็ก
  • และที่มีการพูดกันเยอะ คือ เรื่องของอัตราศักยภาพเกื้อหนุน (Potential support ratio) เนื่องจากห่วงว่า ประชากรในวัยแรงงานลดลงเรื่อยๆ จะรองรับผู้สูงอายุได้มากน้อยแค่ไหน วัยแรงงานเอง ต้องดูแล ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือ ลูกดูแลพ่อแม่ ทางอ้อม คือ เป็นฐานของภาษี
  • ขณะนี้ วัยแรงงาน 8 คน ดูแลผู้สูงอายุ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม 1 คน ในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ไม่ถึง 3 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ถ้าแรงงานไทยยังจบแค่ ป.4 ป.6 แล้วจะรองรับไหวหรือไม่

การเพิ่มของผู้สูงอายุไทย เร็วมาก

ในเรื่องของความเร็วในการสูงอายุทางประชากร ประชากรจะเพิ่มขึ้น จาก 7% เป็น 10% ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ใช้ระยะเวลามากกว่า 50 ปีขึ้นไป ที่จะเปลี่ยนเป็นสังคมสูงวัย จึงมีเวลาที่จะเตรียมการในเรื่องสวัสดิการ บริการต่างๆ ได้นานพอสมควร ในขณะที่ญี่ปุ่นเอง ที่บอกว่า เป็นประชากรสูงอายุที่สุดในโลก ก็ยังใช้เวลาประมาณ 26 ปี ญี่ปุ่นพอเขาลดการเกิดปั๊บ เขาลงทุกอย่างในการพัฒนาคุณภาพของคน โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาต่างๆ แรงงานเขาจึงมีคุณภาพสูงมาก ของไทยเราใช้เวลาเร็วมาก เพียงแค่ 22 ปี

ผู้สูงอายุมีลักษณะที่ต่างกันไป ไม่ได้เหมือนกันทุกคน สิ่งที่เราเห็นคือ ขนาดของประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ขณะนี้อายุ 60 ปีขึ้นมีประมาณ 6 ล้านคน จะเพิ่มเป็นประมาณ 20 ล้านคนในปี 2593 และที่จับตาดูคือ คนที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ตอนนี้มีประมาณ 6 แสนคน จะเพิ่มเป็น 4.7 ล้านคนในปี 2593 ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก

ในแง่สัดส่วน จะเห็นได้ชัดว่า มีการเพิ่มเร็วมากในประชากรที่อายุ 80 ปีขึ้นไป ในกลุ่ม ผส. ด้วยกันเอง แสดงว่า กลุ่มนี้จะต้องมีความต้องการพิเศษ เพราะว่าวัยนี้ส่วนใหญ่ทุกอย่างจะเริ่มถดถอย ในเรื่องของสุขภาพก็จะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วง

เรื่องของวัยสูงอายุที่น่าสังเกต ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง 60 ปีขึ้นไป มากกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง และจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งไปดูที่สูงอายุปลายๆ เป็นสัดส่วนของผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน เขาก็เลยพูดว่า เรื่องสูงอายุเป็นเรื่องของผู้หญิง ที่เรียกว่า Feminization of the elderly

เวลามองเรื่องความมั่นคง ก็ต้องมองถึงความอยู่ดีมีสุข ทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะนักประชากรศาสตร์ จะมองในมิติทางสังคม

ลูก หลักประกันที่สำคัญในยามสูงอายุ

สิ่งที่เห็นคือ หลักประกันทางสังคม ในสังคมไทย คือ หลักประกันที่ไม่เป็นทางการ ไม่ใช่จากภาครัฐ หรือชุมชน แต่จากครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องของลูก เพราะเราหวังว่าจะอยู่กับลูก ความเกื้อหนุนทางการเงินจากลูก การดูแลจากลูกเมื่อเจ็บป่วย เพราะฉะนั้น "ลูก หลักประกันที่สำคัญในยามสูงอายุ"

สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือ

  • ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วมาก ขณะที่จำนวนลูกที่จะมาดูแลก็ลดลงอย่างมาก และแนวโน้มที่เห็นได้ชัด จะมีผู้สูงอายุส่วนหนึ่งที่เป็นโสดมากขึ้น กลุ่มนี้จะไม่มีลูกเป็นหลักประกันยามสูงวัย เพราะฉะนั้น ลูกอาจจะต้องดูผู้สูงอายุหลายคน
  • ลูก ... มีแนวโน้มที่จะย้ายถิ่น เรื่องการทำงาน ย้ายที่อยู่ โดยเฉพาะในชนบท ผู้หญิงกลายเป็นกลุ่ม Sandwich generation แทนที่จะต้องดูแลลูก ตอนนี้ต้องดูแลทั้งลูก ผู้สูงอายุ และต้องทำงานด้วย
  • ผู้สูงอายุดูแลผู้สูงอายุด้วยกันเอง ก็เป็นแนวโน้มที่เห็นชัดเจนขึ้น ถ้าแข็งแรง ก็ดี แต่กรณีที่ยากจนและเจ็บ ดูแลกันเอง ก็ลำบาก
  • เรื่องคุณภาพการดูแล โดยเฉพาะกลุ่มที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และทุพพลภาพ ผู้ดูแลส่วนใหญ่ปัจจุบัน คือ ลูก แต่ถ้าเจ็บป่วยเรื้อรัง ลูกก็ไม่ค่อยมีความรู้ ไม่ทราบว่าจะดูแลอย่างไร
  • บางทีอยู่กับลูกจริง แต่ลูกดูแลดีหรือเปล่า เรื่องการทำร้ายทางสภาพจิตใจ กำลังเป็นที่สนใจ