พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือสิ่งดีงามที่จิตสุดท้ายได้สัมผัส ด้วยความเเน่วเเน่ของผู้อยู่เเละผู้ที่กำลังจะจากไป

เช้าวันอาทิตย์อากาศเเจ่มใส วันนี้ฉันขึ้นปฏิบัติงานเวรเช้า หลังจากที่หยุดพักผ่อนยาว 3 วัน เมื่อรับการส่งต่อข้อมูลคนไข้ (ส่งเวร) ในความดูแลทั้งหมด 6 คนจากน้องพยาบาลร่วมทีม หากพินิจพิเคราะห์ดูแล้วมีคนไข้ที่ต้องดูเเลใกล้ชิดเเละน่าเป็นห่วงที่สุดมีเพียงคนเดียวคือน้องฟิว

       ฟิวเป็นคนไข้มะเร็งกระดูกระยะสุดท้ายที่อยู่ในโปรเเกรมการดูแลของทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรมของเรา ปัญหาที่ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลครั้งนี้คือความปวด เเละมีปัญหาเเทรกซ้อนอีกอย่างคือหัวใจล้มเหลว ต้องมานอนให้ยากระตุ้นการทำงานของหัวใจเเละยาลดปวดชนิดฉีดคือมอร์ฟีน ครอบครัวรับทราบข้อมูลความคืบหน้าของตัวโรคจากทีมเเละยอมรับการรักษาเเบบประคับประคองในวาระสุดท้ายจะไม่ใส่ท่อช่วยหายใจเเละให้น้องเสียชีวิตโดยปราศจากเครื่องมือช่วยฟื้นคืนชีพใดใด

      หลังรับเวรเเล้วฉันเดิน round ดูคนไข้ทั้ง 6 คนกับน้องผู้ช่วยพยาบาล เเละมาหยุดอยู่ที่เตียงหมายเลข 26 ซึ่งเป็นเตียงที่น้องฟิวนอนอยู่ ภาพที่เห็นคือเด็กผู้หญิงตัวผอมหายใจโดยอาศัยออกซิเจนช่วย เเต่ก็ไม่ได้ทำให้ฟิวดีขึ้นเท่าใดนัก สิ่งที่เห็นวันนี้ทำให้ฉันตกใจไม่น้อย กับอาการที่เปลี่ยนเเปลงไปในทางที่ไม่ดี  ฉันถามฟิวว่าเหนื่อยมั๊ย ฟิวได้เเต่ผงกศีรษะ หันไปทางผู้เป็นเเม่ยังสามารถยิ้มได้ ส่วนพ่อสีหน้าไม่สู้ดีนัก และมีพี่สาวนั้งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเเละกำลังก้มตาถักผ้าพันคอเพื่อผ่อนคลายขณะมาช่วยกันดูเเลน้อง ก่อนเดินจากไป ฉันบอกกับเเม่เเละฟิวว่าถ้าปวด ขอให้บอกได้เพราะมียาฉีดเเก้ปวดให้ทุก 4 ชั่วโมงถึงเเม้จะมียาเเก้ปวดที่ฉีดให้ต่อเนื่อง 24  ชั่วโมงเเล้วก็ตาม สำหรับฟิวเเล้วยังต้องขอเพิ่ม

                   

         11 โมงตรงพี่สาวฟิวเดินมาบอกว่า " พี่กุ้งน้องเหนื่อยมาก เหมือนใจจะขาด" ฉันรีบวิ่งตามพี่สาวฟิวไป  ใช่จริงด้วยฟิวหอบขึ้นเเละหายใจด้วยความยากลำบาก อัตราการหายใจนับได้ 48 ครั้ง/นาที  ฉันบอกฟิวให้หายใจเข้าออกลึกๆ  ฟิวบอกฉันว่า "พี่กุ้งหนูใจจะขาด ไม่ไหวเเล้ว ตามหมอให้ด้วย  ฉันวิ่งออกมาเพื่อจะตามหมอ โชคดีที่หมออมมาพอดี  "หนูอยากได้ยาเเก้ปวดเละยานอนหลับอ่อนๆ"  ฟิวบอก

         ยานอนหลับเคยทำให้ฟิวรู้สึกสบาย ในผู้ป่วยระยะสุดท้ายบาง case เเพทย์เลือกที่จะให้เพื่อให้คนไข้ไม่ทุรนทุรายเเละสงบได้ ไม่ทรมานมาก ฉันวิ่งออกมาเตรียมยาเเก้ปวดเเละยานอนหลับให้ฟิว เมื่อฉีดยาเเล้วฟิวดูสงบลง ฉันจึงถือโอกาสนี้พาฟิวสวดมนต์ โดยเริ่มจากบท นะโมตัสสะ 3 จบ จากนั้นฉันพาน้องสวดบทบูชาพระพุทธคุณ อิติปิโส หลายต่อหลายรอบฟิวพยายามทำปากพึมพำตาม ดูเหมือนว่าบทสวดมนต์จะทำให้ฟิวดูนิ่งและมีสมาธิดีขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามบอกให้ฟิวเเน่วเเน่ในสิ่งที่ดีที่เคยผ่านมาในชีวิต "ให้ฟิวนึกถึงเเต่สิ่งดีดีนะลูก นึกถึงอาทิตย์ที่เเล้วที่พี่กุ้งพาหนูทำสังฆทาน" นึกถึงบุญที่ฟิวทำมาตลอดชีวิต เเม่จับมือฟิวให้ประนม พร้อมกับนำพระที่เเขวนอยู่หัวเตียงมาใส่มือฟิวไว้  จากการที่ได้ดูแลคนไข้เด็กระยะสุดท้ายมาพอสมควรทำให้ฉันเเน่ใจว่าคงใกล้จะถึงเวลาที่ฟิวจะจากไปเเล้ว ฉันจึงตัดสินใจพูดกับเเม่" คุณเเม่คิดว่าน้องคงใกล้จะเสียเเล้วนะ เรามาช่วยกันพาน้องสวดมนต์กันนะ" ฉันบอกเเม่เเละพี่สาวฟิว เเม่ปล่อยโฮ ! ออกมา จากที่ยืนอยู่ข้างเตียงก็เปลี่ยนขึ้นไปนั่งกอดลูก สองมือประคองเพื่อให้ลูกสามารถประนมมือได้ น้องๆร่วมทีมการพยาบาลก็มาช่วยส่งใจให้ฟิว

         

                   

  เวลาผ่านไป 30 นาทีฟิวเริ่มหายใจลำบากมากขึ้นมองไปรอบข้างไม่เห็นพ่อฟิวฉันจึงถามเเม่ว่า "พ่อไปไหน" เเละได้รับคำตอบว่าลงไปเดินเล่น ฉันบอกให้พี่สาวฟิวโทรตามพ่อมาดูน้องในทันที ฟิวเเย่ลงทุกนาที สักครู่หมอออมเดินมาดูอีกครั้ง ฟิวขอยานอนหลับอีกรอบจากหมอ ฉันผละจากฟิวเพื่อมาเตรียมยา เเต่ไม่นานพี่สาวก็วิ่งตามออกมา " พี่กุ้งฟิวร้องหาพี่กุ้งบอกว่าอยากให้พาสวดมนต์" ไม่รอช้าเมื่อเตรียมยาเสร็จฉันรีบวิ่งมาที่เตียง  พ่อเดินสวนขึ้นมาพอดี

         เมื่อพ่อมาถึงฉันเอ่ยถามถึงการตัดสินใจของครอบครัวเพื่อให้เเน่ใจว่าสถานที่ที่จะให้น้องเสียชีวิตคือโรงพยาบาล  พ่อกับเเม่หันมามองหน้ากันพร้อมกับถามฉันว่าหลังน้องเสียชีวิตเเล้วจะต้องทำอะไรบ้าง ฉันอธิบายถึงขั้นตอนต่างๆจนครบถ้วน ดูเหมือนสิ่งที่ฉันอธิบายจะเป็นคำตอบที่ทำให้เเม่เอ่ยขึ้นว่า" พี่กุ้งหนูอยากพาลูกกลับบ้าน " ถ้าจะพาลูกกลับจริงๆพี่จะเเจ้งหมอให้  หมอออมเขียนคำสั่งกลับบ้านให้ในทันที น้องๆในทีมช่วยกันประสานถังออกซิเจน เเละตามพนักงานเวรเปล เพื่ออรับน้องกลับบ้าน เเละดำเนินการเรื่องค่ารักษาพยาบาล ส่วนฉันนั่งลงข้างเตียงอีกครั้งเพื่อพาน้องฟิวสวดมนต์  หลังจากนั้นไม่นานรถก็มารับฟิวกลับบ้าน  ฉันโทรตามในช่วงเย็นเเต่ไม่มีใครรับโทรศัพท์  ทราบในวันต่อมาว่าฟิวจากไปทันทีที่พ่อพาขับรถไปถึงบ้าน ฟิวได้กลับบ้านเเล้ว หลับให้สบายนะน้องฟิว