ครุ่นคิดอยู่หลายวัน หากแต่ใจไม่เคยสงบให้คิดได้ แม้จะคิด คิด คิด คิด หากจะคิดเท่าไรก็ยังคิดไม่ออก ว่าเหตุไฉนคนเราจึงมีอารมณ์ขึ้นมาได้ เพียงแต่บอกใจวันไหนไม่สบอารมณ์ เป็นต้องงอน หน้าบึ้งตึงอยู่เรื่อยไป เหตุไฉนคนเราจึงเกิดอารมณ์ไม่เคยเป็นที่พึงประสงค์ของใครนัก
เปิดตำราค้นคว้าหาดู E.Q. (Emotional Quotient) นี่เหรอเป็นความฉลาดทางอารมณ์ คนฉลาดต้องรู้จักจัดการควบคุมอารมณ์ของตนได้อย่างเหมาะสม นั่งคิดอยู่หลายครานี่แสดงว่าที่เราโง่ เนื่องจากความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความหลง และยังคงหลงมัวเมาในพายุของกิเลสตัณหา เหล่านี้นี่มันไม่ทำให้เราเป็นคนฉลาดขึ้นมาเลยเหรอ ยากนักปุตุชนคนเช่นเราหากยังอยู่ใกล้ยึดติด รัก โลภ โกรธ หลง การขจัดกิเลสแห่งอารมณ์คงไม่สมดั่งอุราเท่าไรนัก
อารมณ์ผันแปรได้ตามเหตุการณ์ สภาพแวดล้อมที่ผันผ่านได้นำพาชีวิตให้เปลี่ยนไป จะมีใครสักกี่คนที่ยังสงบได้โดยไม่ไหวติง คนคนนั้นไซร้คือยอดมนุษย์ ย่อมนำพาชีวิตให้รอดพ้นไปตามสายธารแห่งตัณหา พบจุดฝั่งฝันที่งดงามได้ดั่งใจ กับอีกหนึ่งชีวิตที่ยังยึดติดกับอารมณ์ ผันแปรเปลี่ยนแปลงตามแรงต้านของกิเลส หากแค่ควบคุมจิตใจไม่ไหวหวั่นสิ่งนี้ย่อมสงบลงได้ด้วยสติของตนเอง
มีคนอารมณ์หลากหลายในโลกนี้ หากผู้คนมากมีที่ต้องพานพบประสบเจอกับอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ การตัดสินใจในขณะอารมณ์ที่เราโกรธพบว่าโทษมากมายมหาศาลหากทำไปในขณะที่ลืมตัวเพราะยังมืดเมาอยู่ในพายุอารมณ์ การงานสิ่งใดดูไร้ผล หากว่าคนยังยึดติดในอารมณ์
“ดีใจ...ที่ได้ช่วยชีวิตเด็กนักเรียนคนหนึ่งในสภาวะที่เขาคับขัน ตัดสินใจเลือกไม่ถูกว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี เขาคิดที่จะฆ่าตัวตายด้วยอารมณ์แค่ชั่ววูบ แต่ยังดีที่เขาไม่ทำมันลงไป...เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด และทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกกระทำในทางเดินของชีวิตตนเอง หากแต่เขาได้มาปรึกษาก่อน...ความคิดของเขาในการเลือกที่จะฆ่าตัวตายก็เลยล้มเลิกไป ดีใจที่เขาเลือกตัดสินใจมาบอก และได้เตือนสติเขาไว้มันเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยชีวิตเด็กนักเรียน...มองว่าเขาไม่ได้เป็นคนโง่ที่จะคิดฆ่าตัวตาย แต่เขาจะโง่หากเขาฆ่าตัวตายจริง ๆ”
ครั้งหนึ่ง อ.เอกองค์ ได้พยายามเตือนสติตนเองด้วยในขณะนั้นอารมณ์ของความสับสนเกิดขึ้นในใจ ในขณะที่คิดจะลบ “blog” ของตนเองและเลิกเขียนบทความ “น้อง...คิดให้ดีก่อนทำ และพี่ไม่อยากให้ทำเช่นนั้นเลย เหงื่อแต่ละหยดคำพูดแต่ละคำที่กลั่นกรองออกมาจากใจ กว่าจะเขียนออกมาได้ในแต่ละตัวอักษร น้องเหนื่อยขนาดไหน อยู่ ๆ จะมาลบบทความออกเพียงแค่อารมณ์ที่หวั่นไหวในคืนนี้ พี่ว่าน้องคิดผิด มองดูรอบ ๆ ตัวเราในขณะนี้ซิ น้องคิดที่ลบบทความออกหมดแล้ววิทยาลัยเราจะเหลืออะไรใน “Gotoknow” สิ่งที่น้องเพียรทำมาทั้งหมดทำเพื่อใคร...เพื่ออะไร...หากเหนื่อยนักก็พักก่อน...พรุ่งนี้ตื่นก็สดชื่นใหม่ได้ แต่ขอให้รอหน่อยให้มันผ่านคืนนี้ไปก่อนแล้วอารมณ์ที่มีขณะนี้มันจะค่อย ๆ หายไป พอเราไปยืนตรงจุดนั้นได้ และหากเราได้ย้อนมองมาตรงจุดเดิมแล้วจะรู้ว่าคิดผิดขนาดไหน หากจะมาเสียใจภายหลังมันก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย”
ค้นพบสัจธรรมสำหรับชีวิต คือ คนที่คิดจะทำไม่ใช่คนโง่...คนที่โง่คือคนที่ทำโดยไม่ได้คิด แต่ขอให้คิดในสิ่งที่ดีแล้วจึงค่อย ๆ ทำด้วยสติปัญญา
ขอบคุณที่กล่าวถึง ก็แนะนำคนอื่นได้ครับ แต่หากเกิดกับตัวเองขึ้นมาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสามารถควบคุมอารมณ์ด้วยตัวเองได้หรือไม่??
แก้ประโยคนี้หน่อยดีไหมอ่านแล้วน่าจะไม่ถูกนักครับ
"ความคิดของเขาในการเลือกที่จะไม่ฆ่าตัวตายก็เลยล้มเลิกไป" สรุปว่าเขาก็เลยฆ่าตัวตายใช่ไหมเอ่ย..?
เป็นห่วงครับ สังคมจะงดงามอยู่ที่คนมองและให้ความหมาย ผ้าลายสวยจะงดงามเมื่อยามนุ่งใส่
คุณ "ขจิต"
ดีใจจังค่ะที่คุณ "ขจิต" กลับมา...คิดว่าหายไปไหนซะแล้ว
ไม่เห็นมีคำถามอะไรเอ่ยมาฝาก... "vij" ขอแก้มือทีนี้ทายถูกแน่เลย
สาธุด้วยคนค่ะ...
อ.เอกองค์
ก็สัญญาแล้วว่าจะเขียนบทความมาให้อ่าน เห็นใหมได้อ่านแล้ว โล่งอกหรือยังที่ "vij" ไม่ลบ blog ออก
อ.ทอง
ขอบคุณค่ะ อ.ทอง ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราคนเดียวจริง ๆ ค่ะ
คุณ "ขจิต"
ตาไวจริง ๆ ค่ะ "vij" อ่าน 3 รอบ พิมพ์เองอ่านเองถูกหมดเลยค่ะ...ขอบคุณค่ะที่เตือนให้แก้ก่อนที่ท่านอาจารย์ Handy จะมาตรวจการบ้านเด็กนักเรียน
เออตกลงมันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ.. งง.. ตามไม่ทัน..
เผอิญ ผมไม่ใช่เด็กเทคนิคยะลาซะด้วย แต่เป็นอดีตเด็กเทคนิคนนท์ (ราชมงคล วข.นนทบุรี) ถึงขั้นต้องลบข้อมูล แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะ ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง.. ไม่มีสิ่งใดที่เที่ยงแท้แน่นอนนอกไปจากความตาย..
หายใจเข้า หายใจออก เรารู้สึกลมหายใจผ่านปลายจมูกมั้ยครับ.. ผมรู้สึกอยู่นะ..
แต่พี่กลับมองอีกมุมนะ บางครั้งการลบบ้างก็มีความจำเป็นนะ ถ้ามันเป็นภัยต่อความมั่นคง ข้อดีของblogอยู่ตรงนี้ ที่แตกต่างจากWeb board ที่เมื่อถูกเพื่อนด่าก็ลบไม่ได้ มิเช่นนั้นเขาคงไม่ให้สิทธินี่แก่เจ้าของblog ค่ะน้อง ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนในโลกITดอกค่ะน้อง เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ธรรมะต่างหากทีจริงแท้แน่นอน
บางครั้งการที่เรา "ลบ" บางอย่างออกไป..อาจทำให้เรารู้สึกดีและไม่ต้องจดจำกับบางสิ่งที่เลวร้าย
เหมือนกับคอมพิวเตอร์ เมื่อเราทำอะไรผิดพลาด เราสามารถคลิกปุ่ม undo เพื่อเริ่มต้นใหม่ !! หรือกดปุ่ม delete เพื่อลบบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ..../// แต่ถ้าเป็นชีวิต "คน" มันคงลบไม่ได้ !!
คุณ "naigod" ในกอไผ่มีหน่อไม้ค่ะ...ว๊าว!! เจอเด็กเทคนิคนนท์เข้าแล้วเด็กเทคนิคยะลาถอยดีกว่า...ใดใดในโลกนี้ล้วนอนิจัง...ไม่มีสิ่งใดที่เที่ยงแท้แน่นอนนอกจากความตาย!! มีเกิดย่อมมีดับเป็นธรรมดาโลก กำลังสูดลมหายใจเข้าออกอยู่ค่ะ รู้สึกเหมือนกันค่ะว่าตอนนี้ยังไม่ตาย!!! ยังหายใจอยู่ค่ะ
คุณ "วิสาขบูชา" ถ้ามันเป็นภัยต่อความมั่นคงก็คงต้องลบออกค่ะ...โลก IT มันไม่จีรังยั่งยืนจริง ๆ ค่ะ ตามไม่ทันจริง ๆ กับการเปลี่ยนแปลง ยิ่งไล่ตามกลับพบว่าตัวเองยิ่งเหนื่อย พอเหนื่อยก็เริ่มท้อ พอเริ่มท้อทุกอย่างก็จบ... จึงขอเดินเรื่อย ๆ ไม่อยากจะวิ่งตามหรือวิ่งหนีอะไรอีก เพราะไม่ว่าจะวิ่งหรือจะเดินมนุษย์ทุกคนก็ไปถึงเส้นชัยเดียวกัน...
น้องนิว...คนสวย "ลบ" เพื่อลืม มันคงต้องใช้ความพยายามมากหน่อย ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของตนเอง ถูกบ้างผิดบ้างในสายตาคนแต่ละคนคงไม่โดนใจใครทุกคน แต่ก็ขอเลือกทำในสิ่งที่ดี เก็บสิ่งดีไว้ ลบสิ่งที่เรายึดติดออกไป เท่านี้ก็สุขใจค่ะ
ถอยออกมาสักก้าว - แล้วจะมองเห็นภาพได้กว้างขึ้นนะครับ .. ยิ้มไว้ครับ ..
คุณ "พงศกร"
ขอบคุณค่ะ...ถอยหนึ่งก้าว...เพื่อมายืนมอง...ก็จะเห็นภาพมันชัดเจนและกว้างขึ้นจริง ๆ ผิดกับตอนที่เราเอาตาไปจ่อติดอยู่ที่ภาพใกล้จนมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากความมืด (ยิ้มแล้วค่ะ) แมวยิ้ม...น่ารักจัง
พรุ่งนี้เช้าจะสว่างเสมอ
อยากให้ถึงพรุ้งนี้เช้า...จะได้เห็นท้องฟ้าที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละนิด แสงแดดที่สาดส่องเล็ดรอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างประตู และมองเห็นใครบางคนที่ยืนสูดอากาศที่บริสุทธิ์...
ดีใจที่ คุณvij และ คุณขจิต ชอบภาพแมวยิ้มนะครับ
คุณvij ครับ วันนี้ผมลองอดบุหรี่ดู - ได้รับอากาศบริสุทธิ์จริงๆครับ หายใจโล่งปอดเลย .. อยากเลิกให้ได้จริงๆ
http://gotoknow.org/archive/2006/05/25/19/03/33/e30875
^
ลิงค์ไปยังบทความที่สองของผมนะครับ คุณขจิต .. ผมเขียนไว้หลายวันแล้ว - PR ไม่ยอมทำหน้าที่แฮะ - ผมคงต้องหักเงินเดือน คุณvij ซะแล้วล่ะครับ