เพลงพื้นบ้านเยาวชนสุพรรณฯ
ตอนที่ 3 จากห้องเรียนสู่เวทีการแสดงระดับภาคกลาง
(จากระดับท้องถิ่นถึงประดับประเทศ)
โล่รางวัลชนะเลิศ จาก รัฐสภา ปี 2552
การแสดงในระดับที่สูงขึ้นกว่าในระดับจังหวัด อาจจะเป็นการแสดงในระดับกลุ่ม ระดับเขตไปจนถึงระดับภาคกลาง หมายถึงการจัดการแสดง ประกวด แข่งขันที่มีทีมเข้าร่วมกิจกรรมมาจากหลาย ๆ จังหวัด เช่น ภาคกลางกลุ่มที่ 7 มี 7 จังหวัด หรือในระดับเขต เขตการศึกษา 5 (เดิม) มี 7 จังหวัด ส่วนในระดับภาคกลางจะมีจำนวนจังหวัดมากที่สุดของประเทศและยังรวมเอากรุงเทพฯ มหานครไว้ด้วย
วงเพลงพื้นบ้านของโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมในงานสำคัญ ๆ ระดับเขต ระดับกลุ่ม และระดับภาคหลายครั้ง ในการจัดผู้แสดงไปร่วมกิจกรรมในแต่ละครั้งทางโรงเรียน และหน่วยงานจะเป็นผู้พิจารณาให้เข้าร่วม โดยที่จะต้องมีการประเมินคุณภาพของทีมนักแสดงว่ามีความเหมาะสมกับสถานที่ เวทีนั้น ๆ เพียงใด แค่ไหน
ในส่วนตัวของผมแล้วถือว่า การแสดงในระดับที่มีผลงานจากจังหวัดอื่น ๆ มาร่วมด้วยนั้น เราจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดี มีการวางแผนที่รัดกุมและแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มความสามารถให้เป็นที่ประทับใจของผู้ชมในกิจกรรมนั้น ๆ ให้มากที่สุด ผมขอนำเอาประสบการณ์ในการนำคณะนักแสดงไปร่วมกิจกรรมในระดับภาค ดังนี้
เมื่อปี พ.ศ.2542 เขตการศึกษา 5 จังหวัดราชบุรีมอบหมายให้ผมเป็นแกนนำในการนำเสนอผลงานภูมิปัญญาท้องถิ่นเพลงอีแซว งานมหกรรมทางวิชาการเฉลิมพระเกียรติ ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเขตการศึกษา 5 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2542 งานนี้มีจังหวัดในสังกัดเขตการศึกษา 5 มาร่วมงานกันครบ ผมนำคณะครูและนักแสดงเข้าไปรายงานตัวในห้องแสดงผลงาน แต่งตัวเป็นนักเพลงอีแซวกันทั้งคุณครูและนักเรียนตั้งแต่เช้า เมื่อไปถึงเวทีนำเสนอผลงานมีตัวแทนของจังหวัดต่าง ๆ เข้ามานั่งกันเต็มห้องประชุม งานนี้ไม่มีการจับฉลากเรียงลำดับการแสดง พิธีกรเชิญนักแสดงขึ้นนำเสนอผลงานตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. เป็นหน้าที่ของวงเพลงอีแซวสุพรรณฯ ครู 10 คน นักเรียน 15 คน (รอเวลานำเสนอผลงาน 7 ชั่วโมง) ได้ขึ้นเวทีทำหน้าที่แสดง มีสมาชิกในห้องโสตทัศนศึกษารอชมไม่ถึง 20 คน ทั้งที่ตอนเช้ามีมากกว่า 350 คน เพราะเมื่อแต่ละจังหวัดเขานำเสนอผลงานเสร็จก็เดินทางกลับ ไม่ได้อยู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมผลงานของจังหวัดอื่น มีเพียงวงเพลงอีแซวของจังหวัดสุพรรณฯ กลุ่มเดียวที่อยู่ดูผลงานของที่อื่นจนครบทุกจังหวัด
ถึงแม้ว่าการแสดงจะอยู่ลำดับสุดท้าย ผมจำได้ว่า ผู้ชมค่อย ๆ มาเพิ่มจนมีจำนวนครึ่งหนึ่งของห้องโสตทัศนศึกษาและที่สำคัญ เด็ก ๆ ได้รับกำลังใจ (รางวัล) จากท่านศึกษานิเทศก์อย่างอบอุ่น
อีกครั้งหนึ่งเมื่อ ปี พ.ศ.2549 นักแสดงเพลงพื้นบ้านของโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ปรับสภาพเป็นทีมทอล์กโชว์ประกอบเพลงพื้นบ้าน เข้าร่วมกิจกรรมในระดับกลุ่มที่ 7 ซึ่งมีจังหวัดต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย 7 จังหวัด คณะเพลงอีแซว โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เข้าร่วมประกวดท็อกโชว์ประกอบการแสดงพื้นบ้าน “ประกันชีวิต ประกันอนาคต” ระดับเขต/กลุ่มที่ 7 ณ เวทีจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2549 งานนี้ได้รับความสนใจมาก ทุกจังหวัดคัดเลือกทีมเข้าร่วมแข่งขันครบและอยู่ร่วมกิจกรรมจนการประกวดเสร็จสิ้น คณะกรรมการมองภาพการแสดงได้ดีตรงประเด็น (แต่ในระดับประเทศ คณะกรรมการมองภาพที่แปลกออกไป) เด็ก ๆ นักแสดงประยุกต์ความสามารถในการแสดงเพลงพื้นบ้านผสมผสานกับทอล์กโชว์ได้ดีมาก
ในปี พ.ศ. 2552 ผมได้นำคณะนักแสดงเข้าร่วมกิจกรรมในระดับภาคกลางอีกครั้งหนึ่ง โดยกิจกรรมนี้จัดโดย รัฐสภา เป็นการประกวดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง (22 จังหวัด) เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 เมื่อผ่านรอบคัดเลือกจากทีมนักแสดงเพลงฉ่อยภาคกลางทั้งหมดคัดให้เหลือ 10 ทีม ไปนำผลงานไปแสดงในระดับภาค กิจกรรมนี้จัดการแข่งขันขึ้นที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม ที่เวทีแข่งขันแห่งนี้ เมื่อจบการแสดงของทีมสุดท้าย มีการแนะนำ แสดงความเห็น มีทั้งผู้ที่พูดให้กำลังใจนักแสดง และพูดไปตามความรู้สึกที่นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ ส่วนพวกเรายึดกฎเกณฑ์ กติกา พอมาได้รับประสบการณ์ตรงว่า มีผู้ที่ไม่ยึดกติกา พูดแนะนำไปตามที่ท่านคิดก็เลยทำให้เด็ก ๆ ท้อใจไปเหมือนกัน ส่วนคณะกรรมการผู้จัดงานให้การดูแลต้อนรับและอำนวยความสะดวกมาก ทุกทีมนักแสดงอยู่ร่วมกิจกรรมจนเสร็จสิ้นการประกวด/แข่งขัน รับฟังการประกาศผลการแข่งขัน
กิจกรรมในแต่ละสถานที่สอนให้เด็ก ๆ นักแสดงได้เห็นอะไรบางอย่างที่พวกเขาจะต้องอดทนหรือไม่ก็จะต้องหาทางหลบหลีกบ้าง เพราะนอกเสียจากจะไม่ได้อะไร ยังเสียเวลาในการดำเนินชีวิตในฐานะนักแสดงอาชีพเปล่า ๆ ผมบอกกับนักแสดงของผมว่า “เราอยู่บนถนนการแสดงมานาน บางคน 6 ปี บางคนรักครูอยู่บนเวทีการแสดงมากับครูถึง 9 ปีก็มี เมื่อเราได้รับฟังคำชี้แจงจากผู้รู้ที่ไม่ใช่มืออาชีพจริง ๆ ทำให้นึกว่า เขาไม่มีประสบการณ์ตรงอย่างแท้จริง” (น่าคิดมาก) คำแนะนำ ข้อเสนอแนะในทุกสถานที่ เหล่านักแสดงอยากได้ เพราะจะได้นำเอาไปปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร้อง นั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่จะต้องกลั่นออกมาอย่างสร้างสรรค์ เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ทางผู้จัดกิจกรรมตั้งเป้าหมายเอาไว้
ประสบการณ์จะช่วยสอนให้เราเข้มแข็งแต่ก็รู้สึกท้อแท้บ้าง เพราะเด็ก ๆ เขารับใช้สังคมในฐานะนักแสดงอาชีพมาปีละนับ 100 เวที มากว่า 600 ครั้ง ยาวนานกว่า 18 ปี ในหลายสถานที่หลายเวที ผมยังคงต้องพาเด็ก ๆ ไปแสดง ถึงแม้ว่าจะได้รับผลย้อนกลับแบบคนละด้าน (หน้ามือเป็นหลังมือ) ไม่คุ้มค่ากับการเดินหน้าต่อไป ตรงจุดนี้หากผู้จัดกิจกรรมการแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกวด/แข่งขันได้มองอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้มาก
อีกครั้งหนึ่ง มีจัดการประกวดร้องเพลง แต่เชิญนักดนตรีและครูนาฏศิลป์มาเป็นกรรมการ แล้วผลที่ออกมามันจะได้นักร้องที่ดีที่สุดได้อย่างไร ในเมื่อคณะกรรมการไม่มีนักร้องอาชีพมาเป็นกรรมการเลย ทั้งที่สามารถเชิญมาได้ ผมได้ฟังคณะกรรมการเขาแสดงความเห็นกันในการตัดสินประกวดร้องเพลง แค่ฟังว่าใครเสียงดีก็ยังไม่ถึงขั้นว่าฟังได้จริง เพราะคำว่าเสียงดี มิใช่จังแค่ว่ามีเสียงสดใส ยังมีองค์ประกอบของเสียงอีกมาก ได้แก่ กระแสเสียง คลื่นเสียง การสั่นในลำคอ ความนุ่มนวล ความสดใสแต่ไม่เกินพอดี แก้วเสียง หางเสียง
สิ่งที่ผมกล่าวมา อาจเป็นประโยชน์ต่อการสานต่อภูมิปัญญา ด้านศิลปะการแสดงบ้าง ถ้าได้ช่วยกันคิดอย่างสร้างสรรค์และให้เกียรติผู้ที่เดินอยู่บนถนนเพลง บนเวทีการแสดง อย่าเพิ่งด่วนคิดว่า เยาวชนมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเรา เพราะเยาวชนบางกลุ่มเขาโลดแล่นอยู่บนเวทีการแสดงอาชีพมานานเกือบ 20 ปี
พบกับเพลงพื้นบ้านเยาวชนสุพรรณฯ (เพลงอีแซว เพลงฉ่อย) ได้ที่เวทีการแสดง ณ สนามกีฬาจังหวัดสระบุรี ในงานศิลปหัตถกรรมภาคกลางและภาคตะวันออก ในวันที่ 21 ธันวาคม 2552 เวลา 10.00 น.
ติดตามตอนที่ 4 จากห้องเรียนสู่การแสดงในกิจกรรมระดับประเทศ (ชำเลือง มณีวงษ์ : 2552)
ดูอาจารย์ช่างมีพลังใจสร้างสรรค์อย่างไม่มีเว้นวรรคเลย
มุ่งมั่นเพื่อศิษย์จริง ๆ
นมัสกาล พระมหาแล อาสโย